เทียนฉาย กีระนันทน์ พูดถึงการศึกษาและพัฒนาคนเป็นหลักสำคัญในการปฏิรูปชาติบ้านเมือง เธอสนับสนุนให้เป็นวาระแห่งชาติและหารือเรื่องการคัดค้านการไม่มีสิทธิ์การศึกษาของแรงงานต่างด้าว เธอยังหารือเรื่องมาตรฐานการศึกษาและวางเป้าหมายชีวิตและการผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของมาตรฐานและความอดทนในการศึกษา และเรียกร้องการปฏิรูปการศึกษาให้เหมาะสมกับความต้องการของภาคเอกชน
ขอบคุณครับ เชิญ ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ ครับ
ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ : กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพ กระผม ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ทุกคนคงจะ เห็นพ้องต้องกันว่าการศึกษาหรือการพัฒนาคนเป็นหลักใหญ่ในการปฏิรูปชาติบ้านเมือง ทั้งหมด เราจะออกกฎหมายดี ๆ อย่างไรก็ตาม มีรัฐธรรมนูญที่ชัดเจนแจ่มแจ้งอย่างไรก็ตาม แต่ถ้าคนไม่ได้เรื่องแล้วมันก็ไม่มีประโยชน์อะไร เพราะฉะนั้นเท่าที่ทางคณะกรรมาธิการ ศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ได้เสนอมาว่าให้เป็นวาระแห่งชาติ เป็นวาระสำคัญ อันนี้ผมสนับสนุนเต็มที่นะครับ มีส่วนที่ผมจะเสนอเพิ่มอีก ๒ ประเด็น
ประเด็นที่ ๑ เนื่องจากว่าในปัจจุบันนี้พลเมืองของเราหรือประชากรของ ประเทศไทย หรือผู้อาศัยอยู่ในประเทศไทยมี ๒ ประเภท ประเภทที่ ๑ ก็คือพลเมืองไทย โดยสัญชาติ อีกประเภทหนึ่ง ก็คือพลเมืองที่เข้ามาอาศัยอยู่ ซึ่งเดิมทีก็อาจจะมีผู้ไร้สัญชาติ หรือผู้ที่รอสัญชาติ แล้วก็แรงงานต่างด้าว ต่อไปเมื่อเราเปิดเออีซี (AEC) แล้วก็จะมีผู้ที่เข้ามา ในลักษณะที่ว่ามาประกอบการในประเทศของเรา ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่ารัฐธรรมนูญเรา หรือกฎหมายเราในส่วนของการศึกษานั้นไม่ได้คิดถึงเรื่องอย่างนี้มาก่อน แล้วก็เฉพาะ แรงงานต่างด้าวตอนนี้หลายล้านคนที่อยู่ในประเทศไทย และส่วนกระบวนการศึกษา ที่เราพยายามที่จะปรับในการที่จะดึงเขาเข้าสู่ระบบการศึกษานั้นก็ค่อนข้างยาก ต้องมีการรับรอง ต้องไปแจ้งที่ สพฐ. กว่าจะขึ้นทะเบียน กว่าจะอะไรก็แล้วแต่ กว่าจะเข้าเรียนได้ ส่วนถ้าโรงเรียนเอกชนแล้วหมดสิทธิเพราะว่าเบิกเงินไม่ได้ เงินสมทบ นี่เบิกไม่ได้ เพราะฉะนั้นโรงเรียนเอกชนจะไม่ค่อยรับ เพราะฉะนั้นในเรื่องกระบวนการต่าง ๆ ผมคิดว่าในส่วนของลูกหลานของแรงงานหรือพลเมืองที่มาอยู่ในประเทศไทย ที่ไม่ใช่คนไทย ตรงนี้ต้องคำนึงถึง ควรจะเป็นเนชันแนล ทรีตเมนต์ (National treatment) ด้วยซ้ำไปว่า เราปฏิบัติกับคนของเราอย่างไร ก็ควรจะปฏิบัติในส่วนของการศึกษากับของคนที่ไม่ใช่ คนไทยเช่นกัน มันมีผลทางด้านความมั่นคง เพราะว่าแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาอยู่ ถ้าเขาเข้า โรงเรียนยากหรือเข้าโรงเรียนแล้วไปศึกษาเล่าเรียนไม่ได้ เรียกว่าเป็นเหมือนกับขยะสังคม หรือว่าเป็นคนที่อาจจะไปก่ออาชญากรรมเกิดปัญหาสังคมขึ้นมา ตรงนี้ก็จะเป็นปัญหา ในอนาคต ผมก็ฝากคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญตรงนี้ว่า เราจะผูกเข้ามาในส่วนหนึ่งของ รัฐธรรมนูญไหมว่ารัฐบาลจะต้องคำนึงถึงในส่วนของพลเมืองประเภทที่ ๒ นี้นะครับ เพื่อให้เกิดความรักชาติ รักบ้านเมือง มาร่วมกันพัฒนาประเทศในขณะที่เขาอาศัยอยู่ใน ประเทศของเรา มันก็จะทำให้ปัญหาต่าง ๆ ซึ่งกำลังเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการฆ่านายจ้าง หรือสร้างปัญหาสังคมนั้นลดน้อยลง อันนี้เป็นประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ ในเรื่องของมาตรฐานการศึกษานี้ ระยะหลัง ๆ ผมไม่อยู่ ในส่วนของการศึกษา ผมอยู่ในภาคเอกชน ปัญหาของภาคเอกชนคือแรงงานที่เขาผลิต ออกมาในส่วนของภาคการศึกษาไม่ตรงกับความต้องการของเรา เพราะฉะนั้นจะเห็นว่า ทำไมเราถึงต้องไปหาแรงงานจากที่อื่น หรือว่าแรงงานที่ออกมาแล้วบางทีเขียนไว้ใน ใบสมัครเลยว่า โลว์ โพรไฟล์ (Low profile) คือไม่ตรงกับที่เราต้องการ บางแห่ง เมื่อสถาบันการศึกษาผลิตบัณฑิต หรือว่าผู้ที่สำเร็จการศึกษาไม่ตรงกับสิ่งที่เราต้องการ เขาก็ไปตั้งโรงเรียนเอง ตั้งโรงเรียนผลิตเพื่อที่จะให้กิจการของเขาไปได้ ผมคิดว่าในส่วนของ ตรงนี้ กรรมาธิการในส่วนของปฏิรูปการศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ก็เขียนไว้ดี ๆ หลายประการ แต่ผมอยากจะให้มีมาตรฐานที่ชัดเจนในตรงนี้นะครับ ยกตัวอย่างเช่น ในข้อ ๔.๑ ในเรื่องภาค ๒ ผู้นำการเมืองที่ดีและสถาบันการเมือง หมวด ๒ แนวนโยบาย พื้นฐานแห่งรัฐ ข้อ ๔.๑ ในบรรทัดที่ ๕ เขียนว่า มีความสามารถในการแข่งขัน แค่ผ่านกระบวนการศึกษาเพื่อให้มีความสามารถในการแข่งขันเท่านั้นหรือ จริง ๆ แล้ว มันต้องแข่งขันได้ครับ เพราะฉะนั้นมาตรฐานตรงนี้ในต่างประเทศ เวลาเขาสอนนักเรียน ของเขา เขาสอนอยู่ ๔ เรื่องครับ
เรื่องที่ ๑ ก็คือเรื่องโนเลจ (Knowledge) คือเรื่ององค์ความรู้ ไม่ได้เอาครู เป็นตัวตั้ง เอานักเรียนเป็นตัวตั้ง สอนทักษะในการเรียนรู้ ไม่ได้สอนให้มีความรู้เยอะ ๆ ของเรานี่สอนนักเรียนให้มีความรู้เยอะ ๆ เพราะฉะนั้นเวลาออกข้อสอบจะเห็นว่า ก ข ค ง ถูกทุกข้อ ในต่างประเทศนี่เขาเอาลิงชิมแปนซีมาทดลองสอบ ก ข ค ง ถูกทุกข้อ ถูก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นเรื่องที่บอกว่าถ้าวัดความรู้อย่างเดียว ไม่จำเป็นแล้ว อาจารย์กูเกิล (Google) เขาบอกได้หมด เพราะฉะนั้นทักษะในการเรียนรู้ จำเป็น
เรื่องที่ ๒ เขาสอนสกิล (Skill) คือทักษะ ทักษะในที่นี้ก็คือการเอาความรู้นั้น ไปใช้ประโยชน์ได้
เรื่องที่ ๓ เขาสอนคอลลาบอราทีฟ แอคชัน (Collaborative action) คือการทำงานร่วมกัน ทำงานเป็นทีม ของเรานี่ทำงานเป็นทีมเหมือนกัน แต่ทีมใครทีมมัน มันก็เลยยุ่งอยู่ทุกวันนี้นะครับ
เรื่องสุดท้ายเขาสอนไรท์ วิชัน (Right vision) คือวิสัยทัศน์ที่ถูกต้อง ให้มีคุณธรรม คุณธรรมของเรามันกลายเป็นคุณนะทำ ผมไม่ทำ มันก็คนละเรื่องเลยนะครับ เพราะฉะนั้นในเรื่องของคุณธรรม เรื่องของการวางเป้าหมายชีวิต ในต่างประเทศ เขาวางไว้ชัดเจน แต่การศึกษาของเราเด็กจบมา บางทีจบออกมานี่จบในสาขาที่เรา ไม่ต้องการตั้ง ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ คน ส่วนที่ต้องการมีอยู่ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ คน ไม่พอใช้ แรงงานในขณะนี้ในภาคเอกชนขาดแคลน ไม่ได้ตามที่ต้องการ แต่เราผลิตบัณฑิต ที่จบเรื่องอะไรมาก็ไม่รู้ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าตรงนี้ต้องมีหลักข้างหน้าที่ชัดเจน มีมาตรฐาน ของนักศึกษาที่จบมา ที่สามารถที่ว่าผู้รับเข้าไปทำงานแล้วสบายใจได้ ไม่ต้องไปฝึกต่อ เพราะฉะนั้นในส่วนต่าง ๆ ที่เขียนมาผมคิดว่าหลายเรื่องดีแล้ว แต่ถ้าเรากำหนดมาตรฐาน ชัดเจนว่าการศึกษาของเราไม่ใช่ให้แต่ปริญญาบัตรออกมา ให้กระดาษออกมาใบหนึ่ง แต่ปรากฏว่าไปแค่ชงกาแฟ ทำอย่างอื่นก็ไม่เป็น ความอดทนก็ไม่มี ถ้าอย่างนี้แล้วภาคเอกชน นี่ลำบากครับ ไม่รู้จะไปหาแรงงานที่ไหน ในที่สุดอาจจะต้องไปหาจากต่างประเทศ ก็ขออนุญาตฝากทั้ง ๒ เรื่องนี้ไว้กับท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ คุณจิตร์ ถัดไปคุณจิราวัฒน์ เวียงด้าน ครับ