ประภาภัทร นิยม หารือเรื่องรัฐธรรมนูญและรัฐธรรมนูญการปฏิรูปการศึกษา โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างกลไกรัฐธรรมนูญที่มีหลักประกันในการพัฒนาทั้งระบบให้ต่อเนื่องและยั่งยืน พร้อมแนะนำแผนการปฏิรูปการศึกษา 3 ระยะ คือ ระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อปรับปรุงการบริหารจัดการการศึกษาในประเทศไทย
เรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ท่านสมาชิกสภาที่เคารพทุกท่านนะคะ ดิฉัน ประภาภัทร นิยม เป็นกรรมาธิการในชุดปฏิรูปการศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์นะคะ อย่างที่ ท่านประธานได้แถลงเบื้องต้นแล้วว่าเราทำงานเป็นทีม เพราะฉะนั้นสิ่งที่ดิฉันจะนำเสนอนี้ คือผลสรุปที่เราประมวลและช่วยกันพิจารณาสังเคราะห์มาเป็นเวลาที่นานพอสมควร และพยายามเรียบเรียงให้ได้ลำดับความสำคัญแล้วก็กระชับที่สุดที่จะส่งต่อไปยัง คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้ช่วยพิจารณานะคะ ก่อนอื่นดิฉันขออนุญาต นำเสนอด้วยอินโฟกราฟฟิกที่ได้แจกในเอกสารในมือของทุกท่านแล้วในหน้าแรก เพื่อที่จะให้ เกิดความเข้าใจตรงกันแล้วก็ได้เห็นความจำเป็นของประเด็นการปฏิรูปที่จะอยู่ในรัฐธรรมนูญ ที่จำเป็นจะต้องบรรจุอยู่ในรัฐธรรมนูญ ในหน้าแรกที่พูดถึงแนวคิดและหลักการ ๖ ประการ สิ่งนี้จะไม่ได้อยู่ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ หรือปี ๒๕๕๐ ในเรื่องของการศึกษาที่ผ่านมานะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันจะขออนุญาตกล่าวถึงความจำเป็นในแต่ละประเด็น เช่น
ประเด็นที่ ๑ เรื่องนโยบายการศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ควรเป็น นโยบายระดับชาติที่มีความสำคัญสูงสุด เพราะว่าในครั้งนี้เราจะมองถึงเรื่องของการศึกษา ไม่ใช่จำกัดอยู่แต่ในห้องเรียน ในชั้นเรียนตามระบบการศึกษาเท่านั้น แต่เรามองถึง การพัฒนามนุษย์ตลอดตั้งแต่แรกเกิดจนตลอดชีวิต แล้วก็บูรณาการในทุกมิติของ ความเป็นมนุษย์ ทั้งนี้เพื่อที่จะได้ให้เห็นว่าเราสามารถที่จะปิดช่องว่างของการส่งต่อ การพัฒนาเด็กตั้งแต่แรกเกิดไปสู่ปฐมวัย ซึ่งเป็นวัยที่มีความสำคัญในการที่เราจะต้อง ปูพื้นฐานการพัฒนาสมองให้ถูกต้อง ซึ่งที่ผ่านมานี้ไม่ได้รับการดูแลเท่าที่ควร แล้วก็ ขาดเจ้าภาพที่ชัดเจน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่จะต้องพูดให้ครอบคลุมทุกมิติ ทุกวัย แล้วก็บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยเข้ามา เพราะฉะนั้นเราจึงต้องการที่จะ ยกระดับนโยบายการศึกษานี้ต่อเนื่องไปยังการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้เป็นนโยบาย ระดับชาติ แล้วก็มีความสำคัญสูงสุดเพื่อที่จะตอบโจทย์การพัฒนาในด้านอื่น ๆ ต่อไปนะคะ
ประเด็นที่ ๒ จะเน้นเรื่องของการยกระดับคุณภาพการศึกษา เรื่องนี้ แม้จะอยู่ในรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา เขียนไว้ค่อนข้างดีทีเดียว แต่ว่าเราก็จะพบว่าผลที่เกิดขึ้น สิ่งที่เขียนเอาไว้ในรัฐธรรมนูญไม่ได้รับการนำไปปฏิบัติให้เกิดผลอย่างที่เขียนเอาไว้นะคะ ตรงนี้มีปัญหาแน่นอน เพราะฉะนั้นในจุดนี้เราจะต้องมาเน้นกันว่าเหตุใด และเราจะต้อง แก้ไขเหตุนั้นอย่างไร ในเรื่องการดูแลผู้เรียนเพื่อให้เกิดผลจากการได้รับการศึกษา ให้เขาเป็นผู้ที่มีสติปัญญา มีความรู้ความสามารถ และมีคุณธรรมจริยธรรม มันไปติดขัด ที่ระบบอะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นระบบการเรียนการสอน ระบบผลิตและพัฒนาครู หลักสูตร หรือสื่อตำรา หรือแม้แต่การพูดถึงความหลากหลายของการจัดการศึกษา ซึ่งถ้าหากว่าพูดถึง คุณภาพ เราจะไม่ไปติดกับในเรื่องที่ว่าเป็นมาตรฐานเดียวเหมือนกันทั้งประเทศ ซึ่งต่างบริบทและต่างวัฒนธรรมนะคะ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ก็จะได้รับการยกระดับคุณภาพ การศึกษาในอีกนัยหนึ่งนะคะ
ในประเด็นที่ ๓ เรื่องการสร้างระบบการคุ้มครองสิทธิและระบบ ความรับผิดชอบต่อผลการเข้าถึงการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม อันนี้คือจุดอ่อนอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้การจัดการศึกษานี้ไม่ได้ตอบโจทย์ของสังคมแล้วก็ ไม่ได้พิสูจน์ว่าเมื่อจัดการศึกษาแล้วนี่เกิดผลเชิงคุณภาพกับผู้เรียนหรือไม่ อย่างไร ไม่มีการตรวจสอบติดตามในเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นต่อไปนี้เราก็คงจะต้องมีกฎหมายเพื่อที่จะให้ เกิดการคุ้มครองสิทธิแล้วก็มีระบบความรับผิดชอบต่อผลการเข้าถึงการศึกษาได้อย่างทั่วถึง และเท่าเทียมกันนะคะ
ส่วนประเด็นที่ ๔ นี้เป็นเรื่องของสิ่งที่เราคิดว่าเป็นข้อน่าสังเกตมากนะคะว่า เรามีกระทรวงศึกษาธิการซึ่งได้รับงบประมาณสูงมาก สูงเป็นลำดับที่ ๒ ของโลกถ้าเทียบกับ จีดีพี แต่ผลของการจัดการศึกษาออกมานั้นไปสวนทางกันนะคะ เพราะฉะนั้นวิธีการ บริหารจัดการโดยรัฐเป็นผู้จัดการศึกษาแต่ผู้เดียวนั้นไม่สามารถจะทำได้ทั่วถึงนะคะ ในไมโคร ออพเพอเรชัน (Micro operation) หรือในการปฏิบัติการของหน่วยย่อย หากรอการตัดสินใจจากศูนย์กลางไปเสียทุกเรื่องจะช้ามากและไม่สามารถที่จะดำเนินการได้ อย่างคล่องแคล่ว เพราะฉะนั้นตรงนี้น่าจะเป็นจุดอ่อนอีกส่วนหนึ่งที่เราจำเป็นจะต้องพูดถึง การปรับและลดบทบาทการเป็นผู้จัดการศึกษาของรัฐให้ไปเป็นผู้สนับสนุนและผสาน ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ตรงนี้เราจะเห็นได้ว่ามันจะครอบคลุมไปถึงเรื่องของการสร้าง องค์กรธรรมาภิบาล ซึ่งจริง ๆ แล้วหน่วยงานทางด้านการจัดการศึกษาน่าจะเป็นตัวอย่างของ องค์กรธรรมาภิบาลด้วยซ้ำไปนะคะ แต่กลับกลายเป็นว่าที่ผ่านมานั้นการรวมศูนย์ การผูกขาด การตัดสินใจต่าง ๆ เป็นเหตุที่ก่อให้เกิดการทุจริตแล้วก็คอร์รัปชันในระบบ มากมายนะคะ เพราะฉะนั้นตรงนี้คงจะต้องได้รับการแก้ไขนะคะ
ส่วนในประเด็นที่ ๕ เมื่อเราปรับลดบทบาทในประเด็นที่ ๔ ลง เราจำเป็น ที่จะต้องมองหาว่ากลไกใดที่จะทำหน้าที่รับการกระจายอำนาจการบริหารจัดการ จากส่วนกลางลงไปสู่หน่วยปฏิบัติในส่วนย่อยที่แท้จริง เราก็มองว่าถ้าหากว่าให้สถานศึกษา มีความเป็นนิติบุคคลที่สมบูรณ์นะคะ สามารถที่จะมีอำนาจในการตัดสินใจในการบริหารคนก็ดี บริหารงานและบริหารเงินด้วยตัวเองและรับผิดชอบในผลที่เกิดขึ้นจากการบริหารนั้น น่าจะเป็นการสร้างโอกาสและความเติบโตของหน่วยปฏิบัติที่แท้จริงแล้วก็ทำให้ภาคส่วนต่าง ๆ ซึ่งมีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง เนื่องจากว่าผู้ปกครองก็ดี บุคคลทุกครอบครัวย่อมมีลูกหลาน แล้วก็มีส่วนร่วมต่อการจัดการศึกษาได้นะคะ มีส่วนที่จะสนับสนุนหน่วยปฏิบัติ คือสถานศึกษานี้ได้โดยตรง หากว่าสถานศึกษามีความคล่องตัวในการที่จะบริหารจัดการ ด้วยตัวเองก็สามารถที่จะรวมพลังของผู้มีส่วนร่วมในภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้นะคะ
ในประเด็นที่ ๖ ประเด็นสุดท้ายก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน เพราะว่า หากเราจะทำ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ได้สำเร็จนี่นะคะ เราคงจะต้องมีหลักประกันเพื่อที่จะประกัน โอกาสในการที่เราจะทำงานเหล่านี้ การพัฒนาทั้งระบบให้ต่อเนื่องและยั่งยืนแล้วก็ปราศจาก การแทรกแซงจากกลุ่มผลประโยชน์ใด ๆ นะคะ ก็ได้แก่ การสร้างกลไกระดับนโยบายเพื่อให้ การพัฒนาการศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์นี้มีความต่อเนื่องนะคะ ในรายละเอียด ก็จะกระจายลงไปสู่บรรจุในโครงร่างกรอบรัฐธรรมนูญใน ๖ ข้อด้วยกัน
ในข้อแรกในหน้าถัดไปท่านจะเห็นถึงเรื่องความเป็นพลเมือง ซึ่งเราจะ พยายามใช้ เวิร์ดดิ้ง (Wording) ใช้คำทุกคำที่เป็นคำสำคัญบรรจุลงเอาไว้แล้วก็ตรวจกัน แล้วก็คิดว่าไม่อาจจะตัดทอนลงไปได้นะคะ เช่น ในเรื่องความเป็นพลเมือง เราพูดถึงพลเมือง ที่มีคุณภาพ เราเซ็ต (Set) เป้าหมายค่ะว่าเรามองถึงการผลิตในเรื่องของการศึกษาเพื่อให้เกิด บุคคลที่มีคุณลักษณะอย่างไร คุณภาพของชีวิตที่สมดุลทั้งในความดีงาม ความซื่อสัตย์สุจริต ความมีเหตุผล ความมีสำนึกต่อส่วนรวม เพื่อการอยู่ร่วมกันในสังคมที่แตกต่างหลากหลาย อย่างสันติสุขนะคะ มีจิตใจใฝ่เรียนรู้แล้วก็มีสมรรถนะในการประกอบหน้าที่การงาน สามารถจะปรับตัวและรองรับการเปลี่ยนแปลงทั้งในสังคมไทยและสังคมโลก ในยุคสารสนเทศได้อย่างเท่าทัน โดยยังคงธำรงรักษาจารีตและวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ ของสังคมไทยไว้ให้ยั่งยืน อันจะช่วยนำพาประเทศไทยให้มีความสามารถในการแข่งขัน ระดับโลกนะคะ เพราะฉะนั้นก็จะเห็นได้ว่าเราปักธงในเรื่องของเป้าหมายหรือคุณลักษณะ ของบุคลากรที่เราอยากจะเห็นและอยากจะให้เด็กและเยาวชนของเราเติบโตไปนะคะ
ในลำดับต่อไปก็เป็นในหมวดของสิทธิเสรีภาพในการศึกษาของบุคคลนะคะ จะเห็นได้ว่ามีคำใหม่ ๆ ที่เราบรรจุเข้าไปในเรื่องสิทธิซึ่งแต่ก่อนนี้อาจจะไม่ได้เน้นนะคะ คือสิทธิมิเพียงรับการศึกษาเท่านั้นแต่ว่าสิทธิในการจัดการศึกษาด้วยนะคะ แล้วก็สิทธิในการ รับหรือเข้าถึงและใช้ประโยชน์ คือหากว่าได้รับการศึกษาแล้วแต่ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ อันนี้ก็ยังถือว่าจะต้องตรวจสอบในเรื่องนี้นะคะ เพราะฉะนั้นจะครอบคลุมตั้งแต่การเข้าถึง และใช้ประโยชน์จากการศึกษาที่มีคุณภาพในรูปแบบที่หลากหลายนะคะ อันนี้เราก็เน้น ในเรื่องของการพัฒนาตนเองตั้งแต่แรกเกิดจนตลอดชีวิต โดยสอดคล้องกับศักยภาพของ แต่ละบุคคล และโดยได้รับการรับรองและคุ้มครองสิทธิตามกฎหมายโดยไม่ขัดต่อหน้าที่ของ พลเมืองหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนและความเป็นเอกภาพของชาติ และพูดถึงวรรค ที่มีอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับที่แล้วก็คือผู้ยากไร้ ผู้พิการ ตลอดจนบุคคล หรือครอบครัวที่อยู่ใน สภาวะยากลำบากต้องได้รับสิทธิตามวรรคหนึ่งดังนั้นด้วยนะคะ แล้วก็ในข้อ ๒.๒ พูดถึงข้อความซึ่งอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับที่แล้วด้วย คือเสรีภาพในทางวิชาการต้องได้รับ การคุ้มครองนะคะ
ส่วนประเด็นถัดไปก็บรรจุไว้ในหัวข้อของหน้าที่พลเมือง ก็ย้ำไว้อีกครั้งหนึ่งว่า บุคคลมีหน้าที่เข้ารับการศึกษาและมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา เพื่อได้รับการปลูกฝัง ทัศนคติและจิตสำนึกในความซื่อสัตย์สุจริต ต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ มีหน้าที่ ในการดูแลปกป้อง ร่วมรับผิดชอบสาธารณะประโยชน์ของส่วนรวม มีส่วนร่วมในการ ตรวจสอบและป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ รวมทั้งเคารพสิทธิในความแตกต่าง หลากหลาย ส่วนที่สำคัญจะอยู่ในแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐด้านการศึกษา ซึ่งอยู่ใน รายละเอียดตั้งแต่หน้า ๑๐๘ ถึงหน้า ๑๑๑ ท่านอ่านดูได้ในเอกสารนะคะ
และในส่วนสุดท้ายที่ดิฉันมีเวลาจำกัดและอยากจะพูดถึงก็คือ ควิก วิน (Quick win) ในส่วนที่ ๓ ซึ่งเราได้ดำเนินการเริ่มที่จะปฏิบัติการแล้วนะคะ เช่น ในการกระจายอำนาจหรือว่าบทบาทการบริหารจัดการการศึกษาเราเริ่มมาดูที่การจัดสรร งบประมาณ จัดวิธีการน่าจะต้องจัดวิธีการใหม่ในเรื่องทดลองจัดงบประมาณที่มุ่งลดสัดส่วน หรือว่าจัดสมดุลสัดส่วนระหว่างงบประมาณส่วนกลางที่อยู่ส่วนกลางกับการที่จะกระจาย ลงไปให้สถานศึกษา คาดว่าในปี ๒๕๕๙ เราคงจะได้มีโอกาสทดลอง แล้วในขณะนี้ ก็คงจะต้องทำบางส่วนในปี ๒๕๕๘ เพื่อที่จะไปอุดช่องโหว่ต่าง ๆ เหมือนเลือดที่ไหลจาก แผลต่าง ๆ รอบตัว เราจะต้องไปห้ามเลือดเสียก่อนนะคะ แล้วก็ในระยะกลางก็จะปรับกฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้องซึ่งมีอยู่มากมาย และระบุไว้ในประเภท ของ พ.ร.บ. ต่าง ๆ ในเอกสารแล้ว ส่วนในระยะยาวนั้นเราก็คาดหวังว่าเมื่อเราตั้งต้น ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่จะพูดถึงกลไกระดับชาติ ๒ ชุดด้วยกัน คือคณะกรรมการพัฒนา การศึกษาทรัพยากรมนุษย์และวัฒนธรรม อันนั้นเป็นคณะกรรมการระดับชาติ ชุดที่จะดู ภาพรวมทั้งหมด และอีกระดับหนึ่ง คือคณะกรรมการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งควรจะมีอายุ ไม่น้อยกว่า ๑๐ ปีนะคะ เพราะฉะนั้นทั้งหมดนี้ก็คงจะต้องทำไปเริ่มตั้งแต่ระดับบน แล้วก็ในขณะเดียวกันก็ดูที่การแก้ไขระดับล่างไปด้วยพร้อม ๆ กัน จึงนำเสนอเพื่อบรรจุ ในร่างรัฐธรรมนูญเท่านี้ ขอบพระคุณค่ะ