ทิวา การกระสัง หารือเรื่องสิทธิเสรีภาพของสื่อและเรียกร้องการปฏิรูปสื่อให้เป็นกลางและไม่เลือกใช้ความคิดของตนเอง และมีการฝากหนังสือพิมพ์ไปยังคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณา
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ท่านกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม ทิวา การกระสัง อยากจะนำข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการใช้สิทธิเสรีภาพในรัฐธรรมนูญ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการใช้ สิทธิเสรีภาพของสื่อครับ มุมมองเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพของประเทศเรานี่นะครับ ประเทศที่ เกิดปัญหาอยู่ทุกวันนี้เนื่องจากว่าเราใช้คำว่า สิทธิเสรีภาพกับสิทธิมนุษยชน นะครับ โดยมุ่งถึง ปัจเจกชนหรือปัจเจกบุคคลมากกว่าประโยชน์ของสาธารณะ ที่ผมกล่าวอย่างนี้ เนื่องจากว่ามันมีแนวคำพิพากษาเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพนะครับ ของประเทศตะวันตก เมื่อเทียบกับมุมมองเรื่องสิทธิเสรีภาพของประเทศเรานี่มันแตกต่างกันนะครับ ผมอยากจะ กราบเรียนว่ามีคำพิพากษาคดีหนึ่งที่ในสหรัฐอเมริกา เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคดีข่มขืน หรือคดีเกี่ยวกับความผิดทางเพศนะครับ มีผู้หญิงมีสุภาพสตรีท่านหนึ่งเดินไปทำงานจากซอย ในระยะ ๑๐๐ เมตร ชอบแต่งตัวก็คือนุ่งกระโปรงสั้น แล้วก็ไม่ชอบใส่เสื้อชั้นในนะครับ เดินผ่านซอยเวลาประมาณ ๑ เดือนปรากฏว่าถูกคนเร่ร่อนที่อยู่ในซอยนั้นข่มขืน ถูกจับไปที่ศาล จำเลยสู้ว่าเหตุที่เขาต้องข่มขืนเนื่องจากว่า เกิดจากการยั่วยุของการแต่งกาย ของสตรีที่แต่งกายในลักษณะนั้น สตรีก็สู้ว่า นั่นคือสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญของอเมริกา ที่บอกว่า ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพในการที่จะไปไหน ทำอย่างไรก็ได้ ที่ไม่ขัดต่อสิทธิของ คนอื่นนะครับ จำเลยก็สู้ว่าสาเหตุเกิดจากการแต่งกายของหญิงนั้น ศาลพิพากษายกฟ้องนะครับ แล้วมีอีกเรื่องหนึ่งก็คือเจเน็ต แจ็คสันไปแสดงคอนเสิร์ตแกล้งทำให้เสื้อหลุดเห็นหน้าอก ทั้ง ๒ ข้าง กระทรวงที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมของอเมริกาห้ามเจเน็ต แจ็คสันออกทีวี วิทยุ ออกสื่อ ๒ ปี เนื่องจากเห็นว่าขัดต่อวัฒนธรรม แต่มุมมองเรื่องสิทธิเสรีภาพของไทยนะครับ มีนักร้องคนหนึ่งชอบนุ่งกระโปรงเสมอหู แต่งกายที่ล่อแหลมขัดต่อวัฒนธรรม กลับถูกยกย่องว่า เป็นคนกล้า เข้าไปในวัดได้โดยอ้างแค่แต่เพียงว่านั่นเป็นสิทธิเสรีภาพหนึ่งนะครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่าสิทธิเสรีภาพในประเทศนี้ควรจะมองถึงประโยชน์สาธารณะ ทำไมศาลสหรัฐถึงยกฟ้อง เนื่องจากเขามองว่าถ้าหากปล่อยให้มีการแต่งกายในลักษณะนั้น สังคมอเมริกาก็จะเกิดความวุ่นวายนะครับ จึงมีการพิพากษายกฟ้อง เขามองถึง ประโยชน์สาธารณะเป็นหลัก แต่ของเรานั้นมองถึงประโยชน์ของปัจเจกชนนะครับ เมื่อหลายปีมาแล้วท่านคงจะทราบว่ามี ส.ว. หญิงท่านหนึ่งออกมาโวยวายว่าการที่ พระธาตุดอยสุเทพที่จังหวัดเชียงใหม่ ห้ามสุภาพสตรีขึ้นไปทำทักษิณาวรรตชั้นบนนั้น เป็นการขัดรัฐธรรมนูญ เป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพ ซึ่งผมได้เขียนกลับไปว่านั่นเป็นเรื่องของ จารีตประเพณีวัฒนธรรม เราจะใช้สิทธิเสรีภาพโดยพร่ำเพรื่อไม่ได้ การที่เขาออกกฎอย่างนั้น เป็นเรื่องของการคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ สื่อก็เช่นเดียวกันครับท่านประธาน การใช้สิทธิ ทางสื่อของไทยเรานี่นะครับ บางทีไปละเมิดสิทธิของคนอื่น อยากจะกราบเรียนไปทาง คณะกรรมาธิการเกี่ยวข้องกับสื่อนะครับ ท่านมีมาตรการในการควบคุมสื่อเหล่านี้อย่างไร สิ่งที่อยู่ในมือผมนี่นะครับ คือสื่อเกี่ยวกับกีฬา เขาเขียนข่าวอย่างไรครับ เขาเขียนข่าวเรื่อง การแข่งขันกีฬานะครับ เขาบอกว่า ชลบุรีเสียวแข้ง เทพฮอท (Hot) บุรีรัมย์แบเบอร์ ชัยนาททีมน้องแพ้สถานเดียว นี่ลงความเห็นอย่างนี้ แล้วเขียนเข้าไปในบทบรรยายว่า ทีมชัยนาทสู้บุรีรัมย์ไม่ได้หรอก เพราะว่าเป็นทีมน้อง และเจ้าของทีมเป็นหัวหน้าพรรค กับทีมลูกพรรค นี่เป็นการใช้ความเห็นของคนเขียนข่าว ไม่ใช่วิจารณ์อย่างเป็นกลางว่า การแพ้ชนะของทีมนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องของการเป็นทีมพี่ทีมน้อง และฟุตบอลมีทีมพี่ ทีมน้องไม่ได้ ทำให้คนเข้าใจว่าเป็นการแข่งขันที่ฮั้วกัน สื่อรับผิดชอบอย่างไรนะครับ นี่ผมฝากกราบเรียนไปยังคณะกรรมาธิการเกี่ยวข้องกับสื่อ และนี่หนังสือพิมพ์ ที่เกี่ยวข้องกับกีฬาเช่นเดียวกันข้างในเป็นอย่างไรรู้ไหมครับท่านประธาน บอกเลยว่า ทีมนี้จะชนะ มีการต่อรอง นี่เป็นการสื่อในลักษณะที่สนับสนุนให้มีการเล่นการพนัน แล้ววางขายเกร่อเลยนะครับ และเราก็ปราบไม่ให้มีการเล่นฟุตบอล แต่หนังสือพิมพ์ ที่เกี่ยวกับกีฬาฟุตบอลบอกเลยว่าควรจะเล่นทีมไหน หนังสือพิมพ์กีฬา และอีกอย่างหนึ่ง หนังสือพิมพ์เกี่ยวกับดาราครับท่านประธาน กรรมาธิการเกี่ยวข้องกับสื่อเมื่อเราจะปฏิรูปแล้ว ทำไมดาราเอารูปที่โชว์สรีระเรือนร่างออกขายเกร่อเลยนะครับ ทำได้ แต่ถ้าคนธรรมดา ไปทำอย่างนี้บอกว่าเป็นอนาจาร อันนี้ก็ต้องมีการปฏิรูปนะครับ อันนี้ฝากไปยัง คณะกรรมาธิการสื่อสารมวลชนนะครับ อยากจะให้มีการปฏิรูป ไม่ใช่ว่าปฏิรูปในเรื่อง เกี่ยวกับสิทธิของสื่อ ต้องปฏิรูปเกี่ยวกับการที่สื่อนั้นจะต้องเป็นกลาง เป็นผู้รายงานข่าว อย่างแท้จริง อย่าใช้ความคิดของตนเองนั้นชี้ผิดชี้ถูกแล้วให้เกิดความวุ่นวายเกี่ยวกับ ประเทศนะครับ
สุดท้ายนี้ก็ขอฝากไปยังคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนู ญ แล้วก็ประธานกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปสื่อนะครับ เดี๋ยวผมจะฝากหนังสือพิมพ์นี้ ไปยังท่านนะครับ ขอขอบพระคุณ