พันธุ์ทิพย์ สายสุนทร อธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับกรรมาธิการปฏิรูปสังคมที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิบัติต่อคนต่างด้าวในประเทศไทย โดยไม่เลือกปฏิบัติ และให้สิทธิและสวัสดิการเท่ากับคนไทย
ขอบคุณค่ะ ขอประทานโทษค่ะ ดิฉันคงจะต้องขออนุญาตที่จะอธิบายชี้แจงท่านสมาชิก โดยเฉพาะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญนะคะ ดิฉันทราบว่ามีเวลา ๕ นาที พยายามจะอธิบายนิดหนึ่งค่ะ อยากจะ สรุปก่อนว่าสิ่งที่กรรมาธิการปฏิรูปสังคมได้เสนอเป็นรายละเอียด ๔ ประการนี้ค่ะ โดยงานวิจัยที่ทำมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๒ เราก็ปฏิบัติมาตั้งแต่ปี ๒๔๔๘ นับตั้งแต่ พระพุทธเจ้าหลวงทรงเลิกทาสนะคะ ในแง่ของการคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคล ย่อมได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ และพันธกรณีระหว่างประเทศ จริง ๆ เราเพิ่งมารับปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน เมื่อปี ๒๔๙๑ นะคะ ฉะนั้นคราวนี้เราก็ไม่ได้ทำอะไรใหม่เพียงแต่แค่เราจะมาย่อความเอาใส่ ไว้ในรัฐธรรมนูญเพื่อให้ชัดเจนมากขึ้นเพื่อเวลาที่ในทางปฏิบัตินี่ค่ะ ถ้าหากมีใครที่คิดสุดโต่ง ไปทางด้านใดด้านหนึ่งนี่ค่ะ ก็จะได้ไม่ต้องมาถกเถียงกันให้มากนักนะคะ ฉะนั้นเราจะเห็นได้ว่า ประเด็นแรกนั้นก็อยู่ในรัฐธรรมนูญไทยชัด ๆ มาตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ แล้วเรื่องของการคุ้มครอง สิทธิในความเป็นมนุษย์ ซึ่งสิทธิในความเป็นมนุษย์ที่ความเป็นมนุษย์ก่อตั้งสิทธินี่นะคะ ที่สำคัญ ๆ ก็คงชีวิตร่างกาย เสรีภาพ ทรัพย์สิน ซึ่งตรงนี้เราก็ปฏิบัติได้โดย ประมวลกฎหมายอาญาซึ่งคุ้มครองชีวิตมนุษย์โดยไม่เลือกปฏิบัติด้วยสัญชาติหรือการที่เขา จะอาศัยอยู่ในประเทศไทย ประเด็นนี้ก็คงไม่ต้องกังวลใจนะคะ
คราวนี้ในประการที่ ๒ ที่อาจจะตระหนักกันมากหน่อยก็คือเรื่องของ ความเป็นประชาชนนะคะ ซึ่งตรงนี้เองก็ไม่ใช่ของใหม่ค่ะ ประเทศไทยมี พ.ร.บ. ทะเบียนราษฎรมาตั้งแต่ ๒๔๕๒ นะคะ เรามีประสบการณ์ในการที่ดูแลคนที่อาศัยอยู่ใน ประเทศไทยมานาน หลักฐานที่ชัดเจนก็คือถนนเยาวราช เจริญกรุง ที่เราเรียกว่า ทฤษฎีเยาวราชในการจัดการประชากรนะคะ ซึ่งตรงนี้ถ้าเราดูที่สำคัญในข้อที่ ๒ ในหน้า ๒๒๘ บุคคลมีสิทธิจะได้รับการยอมรับนับถือว่าเป็นบุคคลตามกฎหมายนี่ค่ะ ว่าไปแล้วก็สรุปได้สั้น ๆ ว่าถ้าใครเกิดในประเทศไทยก็ต้องรับรองการเกิดค่ะ ใครอยู่ใน ประเทศไทยก็ต้องบันทึกในทะเบียนราษฎร ซึ่งทะเบียนราษฎรไทยถ้าเป็นคนที่อยู่ถาวร สัญชาติไทยก็อยู่ใน ทร. ๑๔ คนที่เป็นต่างด้าวอยู่ถาวรก็ ทร. ๑๔ ค่ะ บางทีคนเข้าใจผิดว่า ทร. ๑๔ เป็นคนสัญชาติไทยเท่านั้น ส่วนคนต่างด้าวอยู่ชั่วคราวอยู่ใน ทร. ๑๓ ซึ่งประเทศไทยก็ปฏิบัติได้และสหประชาชาติ ก็ชมเชยมาตลอด แม้กระทั่งครั้งล่าสุดที่ทำคันทรี รีพอร์ท (Country report) ไป อาจจะมี ความเข้าใจผิดคิดว่าเรื่องของการรับรองในข้อที่ ๓ ประชาชนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ไม่ว่าเหล่ากำเนิด สีผิว เพศสภาพ ภาษา ชาติพันธุ์ สัญชาติ หรือศาสนาใดย่อมอยู่ใน ความคุ้มครองแห่งรัฐธรรมนูญเสมอกัน ตรงนี้ไม่ได้หมายความว่าถ้าเขาไม่มีสัญชาติไทย เขาจะเลือกตั้งได้อันนี้ไม่ใช่ ก็คือบุคคลในสถานการณ์เดียวกันต้องได้รับการปฏิบัติเหมือนกัน ถ้าเขาไม่มีบัตรประชาชนเขาก็เลือกตั้งไม่ได้ค่ะ ดังนั้นตรงนี้คงเป็นเรื่องหลักตามหลัก กฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคลที่เป็นเรื่องของภูมิลำเนานิยม ซึ่งประเทศไทย ก็มีการกำหนดเรื่องภูมิลำเนามาตั้งแต่ ๒๔๖๘ ในประมวลแพ่งนะคะ แล้วส่วนภูมิลำเนา ตามกฎหมายมหาชนก็อยู่ในกฎหมายการทะเบียนราษฎรปัจจุบันก็มาตรา ๒๙ ซึ่งไม่ได้เขียน อะไรใหม่ค่ะ ฉะนั้นสิทธิที่จะไม่เลือกปฏิบัตินั้นต้องเป็นบุคคลในสถานการณ์เดียวกัน ฉะนั้นถ้าสถานการณ์ไม่เหมือนกันก็จะถูกปฏิบัติเหมือนกันไม่ได้ค่ะ เพียงแต่ว่าถ้าเหมือนกัน ก็ต้องเหมือนกันตรงนี้มากกว่า แล้วสิ่งนี้ในทางระหว่างประเทศจะทำให้คุณภาพของมนุษย์ แต่ละคนดีขึ้น การที่จะเลือกปฏิบัติแบบไม่เป็นธรรมก็จะไม่ไปรกศาลค่ะ ตรงนี้ก็น่าจะดีกว่า ฉะนั้นพูดเรื่องสวัสดิการสังคมในทางนิติศาสตร์ก็มองมันเป็นเรื่องของ แอคทีฟ ไรท์ส (Active rights) ก็คือว่าถ้าทำได้ก็ทำ ถ้าทำไม่ได้ก็ยังไม่ต้องทำ ฉะนั้นอย่างเรื่องของหลักประกันสุขภาพ ถ้าบอกว่า เฮลธ์ ฟอร์ ออล (Health for all) ไม่ได้หมายความว่า ฟรี ฟอร์ ออล (Free for all) ดังนั้นที่กังวลใจว่าเราจะต้องไปแบกเขาทั้งหมดที่เป็นต่างด้าวเข้ามาในประเทศไทยเวลาที่ คนสัญชาติไทยไปอยู่ในต่างประเทศ ประเทศอื่นเขาก็แบกเราเหมือนกันแต่เขาคงไม่แบกเรา ฟรี ๆ นะคะ เขาก็ต้องให้เราซื้อหลักประกันสุขภาพเหมือนกัน ดิฉันเพิ่งไปศิริราชเมื่อเช้า ดิฉันก็ต้องเริ่มจ่ายแล้วเหมือนกันนะคะ ฉะนั้นวันนี้ถึงบอกว่าสวัสดิการที่ว่ามันจะโจนเข้ามาใส่ เราเต็ม ๆ คงไม่ใช่แล้ว แล้วนอกจากนั้นคนต่างด้าวเขาจะต้องจ่ายภาษีทั้งทางอ้อมและ ทางตรง ดังนั้นในกรณีที่ประเทศไทยท่านทั้งหลายคงพอทราบแล้วว่าเรามีคนวัยทำงาน จะลดลงเรื่อย ๆ ค่ะ ฉะนั้นเวลาที่คนต่างด้าวเข้ามาทำงานในประเทศไทยเขาจะมาเพิ่ม จำนวนเงินในกองทุนสวัสดิการสังคม ประกันสังคมอันนี้ให้เรานะคะ ฉะนั้นจะเรียนว่า ในแง่ของสิ่งที่คิดกันตรงนี้คงไม่ได้พูดถึงคนจนคนรวย แต่พูดถึงบริบทใหม่ของประเทศไทย ซึ่งอยู่ในบริบทอาเซียน ซึ่งถ้าดูจากประสบการณ์ของหลายที่โดยเฉพาะยุโรปเราจะเห็นได้เลยว่า คนไทยเราก็จะไปเป็นต่างด้าวในต่างประเทศและคนต่างด้าวก็จะเข้ามาอยู่ในประเทศไทย ซึ่งการอาศัยอยู่มันอาจจะไม่ชัดขนาดว่ามาอยู่แล้วไม่ออกไป มันก็ข้ามไปข้ามมาค่ะ ฉะนั้นถามว่าบริบทนี้อาจจะเป็นบริบทอนาคตมากกว่า ท่านที่กังวลใจเรื่องชนกลุ่มน้อย ที่เรามีอยู่เยอะจากงานวิจัยตอนนี้เราจะเหลือน้อยเต็มทีแล้วค่ะ เพราะว่าจากยุทธศาสตร์ของ สภาความมั่นคงแห่งชาติตั้งแต่ปี ๒๕๔๓ ปี ๒๕๔๘ จนถึงปี ๒๕๕๕ จำนวนคนที่เคยเป็น อดีตคนหนีภัยความตาย ถ้าเกิดในประเทศไทยก็ถือบัตรประชาชนไปเกือบหมดแล้วกระมังคะ หรือถ้าเกิดกำลังค้างอยู่ดิฉันได้ทราบว่าตอนนี้ทางกระทรวงมหาดไทยก็เร่งที่จะให้หมดไป ดังนั้นถามว่าใน ๗ ปีข้างหน้าสิ่งที่เราจะกังวลมากกว่าคงไม่ใช่ชนกลุ่มน้อย ๑๗ กลุ่มดั้งเดิมค่ะ แต่การที่ว่าเราทำอย่างไรที่จะให้คนที่ข้ามมาจากประเทศที่จนกว่าเราเขาได้รับการปฏิบัติ และเขาสามารถกลับคืนสู่ประเทศต้นทาง ซึ่งปัจจุบันนี้ก็เป็นการปฏิบัติที่ค่อนข้างจะ คืบหน้ามาก การพิสูจน์สัญชาติพม่า ลาว กัมพูชาก็คืบหน้านะคะ ตั้งแต่เมียนมาร์ เปิดประเทศ แล้วก็เข้าสู่ระบอบประชาธิปไตย ดังนั้นในงานวิจัยถ้าดูงานวิจัยถ้าไม่พูดแบบ จากข้อมูลในอดีตคือตรงนี้เราจะห่วงมากกว่ากับการที่ศักยภาพของผู้ประกอบการไทย ที่จะเข้าไปใน ซีแอลเอ็มวี (CLMV) ฉะนั้นในข้อที่ ๔ ที่พยายามจะพูดถึงคนสัญชาติไทย ย่อมได้รับความคุ้มครองไม่ว่าอยู่ในหรือนอกประเทศไทย เดิมทีรัฐธรรมนูญก็พูดถึง สิทธิเลือกตั้งของคนไทยในต่างประเทศ แล้วก็พูดถึงสิทธิในการกลับเข้ามาในประเทศไทย ของคนสัญชาติไทยแม้ไม่ถือบัตรประชาชน เรานึกถึงไทเกอร์ วูดส์ ซึ่งคุณแม่เป็นไทยมีสิทธิในสัญชาติไทย แต่เธอยังไม่ถือบัตรประชาชนไทย เพราะเธออาจจะกังวลเรื่องเกณฑ์ทหารอะไรอย่างนี้เป็นต้นนะคะ ซึ่งเราจะเห็นได้ว่า มันมีบริบทใหม่ที่ต้องจัดการมนุษย์ ซึ่งดิฉันคิดว่าเรื่องนี้คงไม่ใช่เรื่องที่มันจะพอรัฐธรรมนูญ บัญญัติมันคงค่อย ๆ เกิด แล้วมันคงค่อย ๆ ปฏิรูปประเทศไทย ช็อต (Shot) ต่อไปที่จะต้องทำ คือการปฏิรูปให้เกิดความเหมาะสมและประโยชน์ต่อประเทศไทยสูงสุด ตรงนี้ค่ะที่ต้องมา ช่วยกันดู สิทธิในความคุ้มครอง อาจไม่หมายถึงการที่เราจะต้องพรุ่งนี้ มะรืนนี้ต้องวิ่งให้ สวัสดิการสังคมกับใครต่อใครไปหมด แต่หมายถึงว่าเราตั้งฐานความคิดที่จะมองภาพกว้างให้ เราอยู่ในบริบทที่เราไป อย่างน้อยปฏิบัติมายาวนานและมีพันธกรณีกับสหประชาชาติถึง ๗ ฉบับ ตรงนี้ไม่ใช่ของใหม่ค่ะ โดยหลักกฎหมายประเทศไทยทำได้อยู่แล้ว และนโยบาย ส่วนใหญ่ก็ทำได้อยู่แล้ว ขอบคุณค่ะ