สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๙ · ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๗

วิริยะ หารือเรื่องรัฐธรรมนูญที่ควรให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมและยูนิเวอร์แซล ดีไซน์ เพื่อให้สังคมเป็นสังคมที่อยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน โดยเสนอให้ชุมชนเป็นเจ้าของทรัพยากรส่วนกลาง และให้ชุมชนเป็นนิติบุคคล เพื่อช่วยในการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน และขอเสนอให้ชุมชนมีโอกาสสร้างสิ่งดีงาม

นายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์

กราบเรียนท่านประธานและกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญที่เคารพ ผม วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ผมจะขอพูดว่ารัฐธรรมนูญนั้น เรามีเป้าหมายชัดเจนที่จะทำให้สังคมไทยเป็นสังคมที่อยู่เย็นเป็นสุขร่วมกันนะครับ คืออินคลูซีฟ โซไซตี (Inclusive society) หัวใจสำคัญก็จะอยู่ในประเด็น ๒ และ ๓ นะครับ ผมจึงต้องขออธิบายไปร่วมกันนะครับ นั่นก็คือความเท่าเทียมครับ ความเท่าเทียมนั้น มันมีทั้งมาตรการในทางลบก็คือการขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมซึ่งก็อยู่ใน ประเด็น ๓ ได้เสนอมาแล้ว แต่ผมต้องการเอาประเด็น ๒.๒ เอามาประกบด้วยเพื่อให้เข้าใจ มากยิ่งขึ้นว่า การที่จะทำให้สังคมอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกันทุกคนหรืออินคลูซีฟ โซไซตีได้นั้น นอกจากขจัดเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมแล้ว สังคมเราต้องเป็นสังคมที่สร้างขึ้นมาเพื่อ สำหรับทุกคน เพราะฉะนั้นต้องเป็นสังคมที่ให้บุคคลมีสิทธิเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ใน สภาพแวดล้อมอันเป็นสาธารณะ สภาพแวดล้อมอันเป็นสาธารณะทางภายภาพก็อย่างเช่น อาคารสถานที่ก็ต้องออกแบบสำหรับทุกคน ไม่ใช่ให้เฉพาะคนที่มีขาที่แข็งแรงใช้ได้เท่านั้น ขนส่งสาธารณะก็ต้องออกแบบสำหรับทุกคน เช่น เป็นรถเมล์ชานต่ำ เทคโนโลยีก็ต้อง ออกแบบที่ให้ทุกคนใช้ได้ อย่างเช่น ไอโฟน (iPhone) ที่ผมใช้อยู่ทุกวันนี้ หรือเทคโนโลยี สิ่งอำนวยความสะดวกอย่างเช่น เครื่องอ่านหนังสือสำหรับคนตาบอด เป็นต้นนะครับ นอกจากนั้นใน ๒.๒ อาจจะตกหล่นไปบางเรื่อง เช่น โทรคมนาคม เช่น เรื่องโทรศัพท์ คนหูหนวกก็ต้องใช้ได้ทุกวันนี้มูลนิธิผมก็ให้บริการให้คนหูหนวกใช้โทรศัพท์ได้ ใครอยากรู้ว่า คนหูหนวกใช้โทรศัพท์ได้อย่างไร เชิญติดต่อมูลนิธิผมได้นะครับ อันนี้คือการเข้าถึง คือเราต้องออกแบบให้ทุกคนใช้ได้ โทรคมนาคม การสื่อสาร วิทยุ โทรทัศน์ และบริการ ซึ่งในประเด็นนั้นเขียนว่า บริการอื่น ๆ จริง ๆ หมายถึงบริการต่าง ๆ บริการต่าง ๆ ที่เป็น บริการสาธารณะ เช่น บริการสาธารณะทางด้านการศึกษาหรือเราเรียกว่า เอดดูเคชัน เซอร์วิส (Education service) ก็ต้องฟอร์ ออล (For all) พับลิค เฮลธ์ (Public health) ก็ต้องฟอร์ ออล คือการสาธารณสุขก็ต้องสำหรับทุกคน การอาชีพก็ต้องสำหรับทุกคนนะครับ อันนี้คือ พวกบริการก็ต้องออกแบบสำหรับทุกคนให้ทุกคนเข้าถึงใช้ประโยชน์ได้อย่างทั่วถึงเท่าเทียม การออกแบบมันมีการออกแบบที่เราเรียกว่า ยูนิเวอร์แซล ดีไซน์ (Universal design) ออกแบบสากล คือออกแบบเพื่อทุกคน อย่างเช่น ถ้าเป็นหนังสือที่เป็นดิจิทัล เขาก็เรียกว่ามาตรการ อีพับทรี (e-Pub ๓) นั่นหมายความว่าทุกคนสามารถเข้าถึงหนังสือ ดิจิทัลนั้นได้ ซึ่งถ้าท่านประธานจะกรุณาก็สั่งที่นี่ทำไว้ด้วยนะครับ ให้มันเป็น อีพับ ๓ คนทุกคนก็จะเข้าถึงและใช้ประโยชน์มันได้ อันนี้ผมยกตัวอย่าง เพราะฉะนั้นอันนี้เป็นเรื่อง สำคัญที่เราจะต้องเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ ถ้าเราเขียนหลักใหญ่ ๆ นี้ไว้แล้ว คณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญสามารถที่จะไปตัดสิทธิเฉพาะเรื่องของคนพิการผู้สูงอายุในหลายเรื่องออกได้ เพราะมันมารวมอยู่ที่นี่ เราอยากเน้นคำว่า บุคคล เพราะว่าอย่างเช่นเรารณรงค์เรื่อง รถเมล์ชานต่ำเพื่อให้ทุกคนใช้ได้ รัฐบาลก็บอกเอาชานสูง แต่ฉันทำลิฟต์ (Lift) ให้คนพิการ ใช้ได้ เราบอกเราต้องการให้ทุกคนใช้ได้ ไม่ใช่มีไฮดรอลิก (Hydraulic) ให้คนพิการใช้ได้ เพราะเราต้องการเห็นขนส่งสาธารณะสำหรับทุกคน เพราะฉะนั้นเราจึงต้องเขียนเอาไว้ ณ จุดนี้ว่า บุคคลคือทุกคนมีสิทธิที่จะใช้ได้ เพื่อให้ผู้สูงอายุ คนพิการ สตรีมีครรภ์ และอื่น ๆ ใช้ได้เหมือนกัน แม้แต่เดี๋ยวนี้ห้องน้ำเราก็ต้องพยายามบอกว่าเป็นห้องน้ำสำหรับทุกคน พอไปบอกว่าเป็นห้องน้ำสำหรับคนพิการ ท่านประธานครับ ก็ไม่ยอมให้คนอื่นใช้ คนพิการ นาน ๆ ไปใช้ก็เต็มไปด้วยฝุ่นสกปรก แถมที่คณะนิติศาสตร์ผมเอาเป็นที่เก็บม็อพ (Mop) ถูพื้น เวลาอาจารย์วิริยะไปทีก็วิ่ง เฮ้ยอาจารย์มาแล้ว วิ่งเก็บกันออกมาใหญ่ เพื่อให้อาจารย์ เขาใช้ได้อันนี้ครับ เราจึงอยากให้เป็นห้องน้ำสำหรับทุกคน ไม่ใช่สำหรับคนพิการ เพราะฉะนั้นหลักการนี้จึงเป็นหลักการสำคัญ ผมจึงขอกราบเรียนคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญว่า กรุณาช่วยใส่เอาไว้ให้ชัดเจนเป็นมาตรฐานสากล เพื่อให้สังคมเรา เป็นสังคมที่เปิดกว้างสำหรับสังคมผู้สูงอายุ และผมคิดว่า

ประเด็นที่ ๓ อีกประเด็นหนึ่งคือชุมชน ชุมชนนั้นท่านประธานกรรมาธิการ ก็ได้บอกแล้วว่าทั้งเชิงประเด็นและเชิงพื้นที่ เชิงประเด็นก็อาจจะรวมถึงกลุ่มคนพิการ สตรี เราต้องเขียนชุมชนนี้ต้องเปิดโอกาสให้คนที่จะทำสิ่งที่ดีงามได้ ต้องเปิดโอกาสให้เขาสามารถ ที่จะช่วยกันเข้าไปดูแลทรัพยากรส่วนกลางของเขาได้ เพราะฉะนั้นทรัพยากรส่วนกลาง ต้องยอมให้ชุมชนเป็นเจ้าของ ต้องยอมให้ชุมชนเป็นนิติบุคคล เรามีนิติบุคคลอาคารชุด มีนิติบุคคลหมู่บ้าน ทำไมเราจะมีนิติบุคคลชุมชนไม่ได้ และนิติบุคคลชุมชนเราก็ต้องให้สิทธิ เขาที่จะเรียกเก็บค่าใช้จ่าย เพื่อไปใช้จ่ายดูแลทรัพย์ส่วนกลางของเขาได้ด้วย ไม่ใช่ให้สิทธิ อย่างอื่น แต่สิทธิเก็บค่าใช้จ่ายไม่มี อันนี้ผมจริง ๆ ก็ไปเสนอฝ่ายคลัง แต่ก็อยากจะพูดเป็น ภาพรวมให้เห็นบูรณาการว่า คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญต้องให้ชุมชนมีโอกาสสร้าง สิ่งดีงาม ให้ชุมชนมีโอกาสเข้าไปต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ท่านจะเขียนอย่างไรที่จะให้ ชุมชนได้รับการสนับสนุนทั้งทรัพยากรในเรื่องความรู้หรือเรื่องเงินทอง ว่าเข้ามาร่วมกันสร้าง เครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชัน อันนี้ผมขอตอกย้ำเพื่อให้เห็นภาพรวมว่า สังคมที่อยู่เย็นเป็นสุข ร่วมกันได้นั้นต้องขจัดการเลือกปฏิบัติ ต้องเปิดทำให้เป็นสังคมสำหรับทุกคน และต้องเปิดให้ ชุมชนสามารถสร้างสิ่งที่ดีงามได้ครับ ขอบคุณมากครับ