วันชัย สอนศิริ หารือเรื่องการแก้ไขการทุจริต คอร์รัปชัน โดยเน้นย้ำถึงการสร้างค่านิยมและความรู้สึกที่ไม่ชอบการทุจริต คอร์รัปชัน ตั้งแต่ระดับศึกษา และอบรมในครอบครัว พร้อมเรียกร้องให้มีการจัดทำกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญที่บังคับให้ประชาชนทุกคนปลูกฝังในเรื่องเหล่านี้ และเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการรณรงค์ให้มีความรู้สึกถึงค่านิยมที่ดี และย้ำถึงความสำคัญของการปฏิรูปแห่งชาติในการแก้ไขปัญหาค่านิยม
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ถ้าฟังจากข้อเสนอของ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบที่ท่านได้ ชี้แจงแถลงมาแล้วในเบื้องต้น จะเห็นได้ว่าเป็นมาตรการวิธีการในการปราบปราม การทุจริตคอร์รัปชันแนวใหม่ได้ในระดับหนึ่ง แต่ผมเชื่อเหลือเกินว่าตัวท่านประธาน กรรมาธิการนี้ได้ต่อสู้เรื่องนี้มาโดยตลอด และท่านรู้อยู่ว่าตลอดระยะเวลาที่สู้มานั้น ยังไม่สามารถที่จะแก้ไขเรื่องการคอร์รัปชันในประเทศไทยได้อย่างเป็นมรรคเป็นผล ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมจะกราบเรียนเพิ่มเติมต่อที่ท่านประธานกรรมาธิการการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบได้ชี้แจงมาแล้วนั้น
ประเด็นที่ ๑ คือเรื่องค่านิยมครับท่านประธาน ท่านกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญ ขอความกรุณาโปรดฟังด้วยว่าจะไปร่างอย่างไร เรื่องค่านิยม ความรู้สึก ในการทุจริตคอร์รัปชันนั้น เห็นว่าเป็นเรื่องปกติครับท่านประธาน ข้าราชการที่โกงกิน ทุจริตคอร์รัปชันมีความรู้สึกว่ามันปกติ โกงได้ รวยได้ ธรรมดา ๆ ประชาชนเองก็มีความรู้สึกว่า ไอ้หมอนี่มันโกงแล้วก็ปกติ นักเรียน นิสิต นักศึกษากลับมีความรู้สึกจากผลการวิจัยบอกว่า โกงบ้างแล้วประเทศชาติได้ประโยชน์พอรับได้ เรื่องอย่างนี้ผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการยกร่างว่าท่านจะ เขียนด้วยประการใด แบบใด ๆ วิธีใด ที่จะสร้างความนิยม ความรู้สึก ค่านิยมหรือการปลูกฝัง ในระดับการศึกษาตลอดจนการศึกษาอบรมในครอบครัว มันจะมีกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญ ในมาตราใดที่บอกว่าจะต้องให้ทุกคนปลูกฝังในเรื่องเหล่านี้ ผมคิดว่ามันต้องเริ่มตั้งแต่ วันนี้นะครับท่านประธาน ถ้าไม่เริ่มวันนี้เราก็จะดิ่งเหวไปเรื่อย ๆ เกี่ยวกับคอร์รัปชัน ระดับสูงบ้าง ต่ำบ้าง แต่ในที่สุดต่ำลงครับ เพราะฉะนั้นกราบเรียนต่อท่านประธานเลยว่า
ประเด็นที่ ๑ เรายังมีความรู้สึกเรื่องค่านิยมนั้นเป็นเรื่องว่าใครทำได้ฉลาด เก่ง ท่านประธานกรรมาธิการต้องเริ่มรณรงค์หนักมากกว่านี้ด้วย และต้องถือว่าเป็นงาน ของสภาปฏิรูปแห่งชาติ รอกฎหมายไม่ได้ รอรัฐธรรมนูญไม่ได้ ผมขออนุญาตเพิ่มเติม ณ ตรงนี้ครับท่านประธาน
ประเด็นที่ ๒ เวลาน้อยมากท่านประธาน ประเด็นที่ ๒ ครับ ท่านประธานครับ การทุจริตคอร์รัปชันไม่ต้องพูดถึงมีทุกระดับ ไม่ว่าจะส่วนของข้าราชการประจำ หน่วยไหนดีอยู่แล้ว ขออภัยไม่ว่ากัน แต่ส่วนใหญ่แล้วประชาชนมีความรู้สึก ไม่ว่าจะส่วนข้าราชการประจำ ส่วนการเมือง ข้าราชการประจำไปติดต่อทุกหน่วยงานนั้น เล็ก ๆ น้อย ๆ ก็เป็นเรื่องเบี้ยบ้ายรายทางในหลายหน่วย หลายกรม ผมไม่จำเป็นจะต้องแจง ท่านประธานระดับ อบต. อบจ. เทศบาล การเมืองระดับชาติ ดีมีไหมครับ มี แต่ส่วนใหญ่ ถือเงินกันไป ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นที่รู้กันในระดับพ่อค้าทั้งหมด เพราะฉะนั้น ในตัวรัฐธรรมนูญครับท่านประธาน ผ่านไปยังกรรมาธิการยกร่าง ท่านจะต้องมีกลไกอันชะงัก จัดการกับนักการเมืองหรือข้าราชการทุจริตให้จงได้ ต้องเด็ดขาดด้วยครับ กลไกแบบเดิม ๆ ที่มันดีอยู่แล้วเรามาเติมเสียใหม่นะครับท่านประธาน ประเภทว่าข้าราชการ จะเข้ารับตำแหน่งต่าง ๆ จะให้แสดงบัญชีทรัพย์สินก็ควรจะต้องทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่มีประโยชน์ได้เสียเกี่ยวกับเรื่องการดำเนินการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน ตำรวจ ดีเอสไอ (DSI) ป.ป.ช. ป.ป.ท. หน่วยงานต่าง ๆ กรมที่ดินไปคิดกันดูครับ ว่าเราจะทำอย่างไร ให้คนพวกนี้นั้นสามารถจะโปร่งใสได้ ไม่ว่าเป็นอธิบดีกันทีหนึ่ง เป็นปลัดกระทรวงกันทีหนึ่ง เป็น ผอ. ที่นั่นที่นี่กันทีหนึ่งรวยกันเป็นร้อย ๆ ล้านท่านประธาน ไหวหรือครับบ้านเมืองเรา ดังนั้นผมคิดว่าจะต้องมีมาตรการในการจัดการที่เข้มแข็ง ในทางการเมืองก็ต้องมีการถ่วงดุล กันได้ครับท่านประธาน ผมพูดมาโดยตลอด ในทางการเมืองเอานักทุจริตด้วยกัน หาเสียงด้วยกัน โกงด้วยกัน แล้วก็มาโหวตให้พวกกันเป็นฝ่ายบริหาร ถึงเวลาพวกกันโกงกิน ทุจริตคอร์รัปชัน ท่านกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญครับ พวกเดียวกันเองโกงกิน ทุจริตคอร์รัปชันอภิปรายกันมีทั้งพยานหลักฐาน มีทั้งเทป มีทั้งคลิป โกง แต่ถึงเวลาโหวต ไว้วางใจ ท่านประธานครับ ไว้วางใจและถามว่ามันจะถ่วงดุลกันตรงไหน มันจะไล่รัฐมนตรี ขี้ฉ้อออกไปได้อย่างไร เพราะฉะนั้นกลไกจัดการนักการเมืองทุจริตต้องมีใหม่ แหม เวลาน้อย ขออีกนิดนะครับ .ท่านประธานนะครับ