วสันต์ ภัยหลีกลี้ หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาการทุจริต คอร์รัปชัน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบและป้องกันการทุจริต และเรียกร้องการปฏิรูปการเมืองและราชการให้โปร่งใสและคุณธรรม
กราบเรียนท่านประธาน ท่านกรรมาธิการ และท่านเพื่อนสมาชิกทุกท่านครับ ผม นายวสันต์ ภั ยหลีกลี้ ในฐานะ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ อยากจะขออภิปรายสนับสนุนเรื่องการป้องกันและการแก้ไข ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันนี้เป็นปัญหาสำคัญซึ่งส่งผลกระทบ ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และมีผลต่อเสถียรภาพทางการเมือง การเปลี่ยนแปลง ทางการเมืองหลายครั้งที่ผ่านมาก็มีสาเหตุมาจากเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน ในกรณีของ ประเทศไทยตัวเลขการทุจริตคอร์รัปชันตกปีละประมาณหลายแสนล้านบาท แล้วก็มีผล ต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนต่อการพัฒนาประเทศ เราควรจะมีโรงเรียนที่มีคุณภาพ มีโรงพยาบาล แล้วก็มีถนนหนทาง มีสาธารณูปโภคต่าง ๆ ที่ดี ๆ อีกมากมายนะครับ แต่การทุจริตคอร์รัปชันทำให้เบียดบังสิ่งเหล่านั้นไป เราอาจจะมีรถไฟรางคู่มาหลายปีแล้ว ก็ได้นะครับ ไม่นับเรื่องโครงการบำบัดน้ำเสีย หลายต่อหลายโครงการครับ การทุจริตคอร์รัปชัน ทำให้ประชาชนเสียผลประโยชน์ ผมคิดว่าข้อเสนอของกรรมาธิการนะครับ สิ่งสำคัญที่สุด ก็คือว่าประชาชนมีสิทธิที่จะรับรู้ข่าวสารข้อมูลสาธารณะ เข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงาน ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ของหน่วยงาน แล้วก็เจ้าหน้าที่ของรัฐนะครับ เราเห็นว่า ความโปร่งใสแล้วก็การเปิดเผยข้อมูลจะทำให้การทุจริตลดลงนะครับ ขณะเดียวกัน ประชาชนก็ต้องมีหน้าที่ในการที่จะปกป้องรักษาผลประโยชน์ของส่วนรวม รักษาผลประโยชน์ สาธารณะ แล้วก็มีหน้าที่ในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันทุกรูปแบบนะครับ ทั้งไม่ร่วม ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แล้วก็ทั้งปฏิเสธเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน ในส่วนของภาครัฐก็เห็นว่า จะต้องมีหน้าที่จัดการกับปัญหาการทุจริตในการบริหารราชการแผ่นดิน จะต้องมีมาตรการ ป้องกันปัญหาการขัดกันแห่งผลประโยชน์ หรือว่า คอนฟลิคท์ ออฟ อินเทอเรสท์ (Conflict of interest) นะครับ ในส่วนของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทุกระดับจะต้องมีคุณธรรม จริยธรรม แล้วก็ต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นคุณสมบัติสำคัญควบคู่กับเรื่องของ ความรู้ความสามารถนะครับ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่าง ๆ นั้นจะต้องไม่เข้าไป ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน ไม่เพียงแต่เท่านั้น ต้องดูแลที่ปรึกษา เลขานุการ หรือว่าผู้ติดตามทั้งหลายด้วยไม่ให้ไปตั้งโต๊ะเรียกรับผลประโยชน์ทั้งหลาย ถ้าหากว่า มีการดำเนินการก็จะต้องรับผิดด้วยครับ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เจ้าหน้าที่รัฐตำแหน่ง สำคัญ ๆ รวมถึงองค์กรอิสระจะต้องเปิดเผยโปร่งใสในเรื่องของการทำงาน จะต้องแสดง แล้วก็เปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน รวมทั้งแสดงบัญชีการเสียภาษีย้อนหลัง ๕ ปี มีการเสนอว่า แม้กระทั่งก่อนเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมืองหรือก่อนเข้าสู่ตำแหน่งสำคัญต่าง ๆ ควรจะมีการ เปิดเผยในเรื่องของบัญชีทรัพย์สิน แล้วก็เรื่องของบัญชีการเสียภาษีย้อนหลังนี้ด้วย แล้วก็จะต้องมีการตรวจสอบดูความสัมพันธ์ของบัญชีทรัพย์สิน แล้วก็เรื่องการเสียภาษี นะครับว่าเมื่อร่ำรวย เมื่อมีทรัพย์สินอยู่มากได้เสียภาษีถูกต้องหรือไม่ ถ้าหากว่าไม่เสียภาษี ถูกต้อง เราคงยอมรับไม่ได้นะครับ แม้แต่เรื่องของภาษีนี้ก็ยังโกงกันนะครับ แล้วถ้าเข้าไป อยู่ในตำแหน่งที่สำคัญ ๆ ก็คงจะมาโกงกินนะครับ
ในส่วนของประชาชนก็เห็นว่าทางประชาชนควรจะมีส่วนร่วมในการ ตรวจสอบดูแล แล้วก็ป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันนะครับ ก็เสริมที่ท่านคุณหมอพลเดช พูดนะครับว่าพลังของประชาชน พลังของสังคมจะมีส่วนสำคัญที่จะช่วยให้ปัญหานี้ ลดน้อยถอยลงไป ปัญหาการทุจริตที่ผ่านมานี้องค์ประกอบที่สำคัญก็คือฝ่ายการเมือง แล้วก็ราชการ และฝ่ายเอกชนนะครับ เราจะทำอย่างไรจะให้ทั้ง ๓ ส่วนนี้ได้พัฒนาไป ในแนวทางที่ดีขึ้น
ในส่วนของผู้มีอำนาจทางการเมือง ประชาชนเองก็คงจะต้องตรวจสอบ เลือกคนดีเข้าไปทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน แล้วก็ต้องตรวจสอบติดตามการทำงาน ถ้าหากว่าไม่ดีจริงก็ต้องทำหน้าที่ถอดถอนนะครับ
ในส่วนของราชการก็คงจะต้องทำให้ระบบโปร่งใส แล้วก็การแต่งตั้งโยกย้าย ของราชการก็ต้องเป็นระบบคุณธรรม ไม่ใช่การเล่นเส้นเล่นสาย ซื้อตำแหน่ง ซื้อเก้าอี้กันนะครับ
ในส่วนของภาคเอกชนเองนะครับ ภาคประชาชนจะต้องมีส่วนในการที่จะ ปฏิเสธไม่ร่วมมือกับการทุจริตคอร์รัปชัน และจะต้องมีส่วนในการติดตามตรวจสอบและ เข้ามาเป็นพลังสำคัญในการที่จะแก้ไขปัญหานี้นะครับ
ผมคิดว่าเรื่องคอร์รัปชันวันนี้เรายังอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ค่อยดีนัก ล่าสุดนี้ อยู่ตำแหน่งที่ ๘๕ ขององค์กรจัดลำดับความโปร่งใสสากลนะครับ คะแนนที่เราได้เราอยู่ที่ ๓๘ คะแนน จาก ๑๐๐ คะแนน ที่ผ่านมาถือว่าสอบตกโดยตลอด ผมคิดว่าวันนี้ความหวัง ก็คือว่าสภาปฏิรูปแห่งชาติจะมีมาตรการ แล้วก็นำข้อเสนอต่าง ๆ ไปสู่การปฏิบัติเพื่อแก้ไข ปัญหานี้ให้ลดน้อยถอยลงครับ ขอบคุณครับ