สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๙ · ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๗

เชื้อ ฮั่นจินดา เสนอการปฏิรูปการเมืองและเศรษฐกิจ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างระบบการถ่วงดุลอำนาจในองค์กร เพื่อป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ และเสนอแผนการปฏิรูปการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงรูปแบบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เป็นองค์กรภายใต้รัฐธรรมนูญกำหนด

นายเชื้อ ฮั่นจินดา

ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพครับ กระผม เชื้อ ฮั่นจินดา ครับ สิ่งที่จะนำเสนอต่อไปนี้ก็เป็นการเสนออภิปรายเพื่อสนับสนุน คณะกรรมาธิการด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ โดยเฉพาะ ในประเด็นที่สำคัญที่คณะกรรมาธิการแล้วก็เป็นปัญหาเกิดขึ้นในบ้านเมืองนี้ ก็คือในเรื่องของ การสร้างระบบการถ่วงดุลอำนาจในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นระดับบนแล้วก็ระดับล่าง โดยเฉพาะเรื่องของความชัดเจนของการใช้อำนาจของฝ่ายการเมืองกับฝ่ายข้าราชการประจำ อันนี้เป็นเรื่องสำคัญที่สุดที่ต้องเสนอ แล้วก็นำเสนอต่อคณะกรรมาธิการยกร่างว่าต้องไปดู ความชัดเจนทั้งระบบ ทั้งด้านบนและด้านล่าง โดยเฉพาะในเรื่องของการเข้าสู่ตำแหน่ง ในเรื่องของการสรรหา การแต่งตั้ง การโยกย้าย ซึ่งมันจะเป็นปัญหาสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ ของข้าราชการมาโดยตลอด และนำไปสู่กระบวนการการประพฤติมิชอบและเกิด การทุจริตขึ้นในวงราชการ นำเงินงบประมาณของภาครัฐไปใช้ในทางที่ไม่เกิดประโยชน์ และเกิดความสูญเสียครับ

อันที่ ๒ ที่อยากจะอภิปรายสนับสนุนนี่นะครับ ก็คือเรื่องของการให้มี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภายใต้รัฐธรรมนูญกำหนด ที่ทางคณะกรรมาธิการปฏิรูป การป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบได้นำเสนอเป็นประเด็นไว้ ๑ ประเด็นนะครับ ก็เพื่อส่งเสริมให้มีการสนับสนุนให้คณะกรรมาธิการยกร่างได้ร่างให้มี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เป็นองค์กรภายใต้รัฐธรรมนูญกำหนด เหตุผลที่สนับสนุนอย่างนี้ ก็เพราะว่าวันนี้ถ้าเกิดเราย้อนหลังมองไปดูอดีตของการใช้งบประมาณภาครัฐของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็ปรากฏว่าในปี พ.ศ. ๒๕๕๗ แล้วก็ปี พ.ศ. ๒๕๕๘ นั้น ปรากฏว่ารัฐบาลได้จัดสรรแล้วก็ท้องถิ่นได้จัดเก็บงบประมาณเพื่อดำเนินการในด้าน บริการสาธารณะ แล้วก็แนวนโยบายของภาครัฐที่มอบให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไปดำเนินการ ปรากฏว่าเป็นงบประมาณเกือบ ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็น งบประมาณที่เกือบจะเป็น ๑ ใน ๕ ของงบประมาณของประเทศ วันนี้เรากำลังประสบ ปัญหาในเรื่องของการใช้งบประมาณแล้วก็การถ่ายโอนอำนาจ เพราะว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ดำรงอยู่ปัจจุบัน ปรากฏว่ามีการไปอาศัยพื้นที่ของ สำนักนายกรัฐมนตรี ไปอาศัยพื้นที่ของกระทรวงมหาดไทย ไปอาศัยพื้นที่ของ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ทำให้รูปแบบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการ ไปดำเนินการที่ปลายทางมีการกระจัดกระจาย ไม่มีการรวบรวมให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

ประเด็นที่ ๒ ที่ให้สนับสนุน ก็คือให้มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภายใต้ รัฐธรรมนูญกำหนดที่เป็นรูปแบบใหม่ขึ้นมาเป็นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยเฉพาะครับ

หัวข้อที่ ๓ ที่ขออภิปรายสนับสนุน ก็คือเรื่องกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งอยู่ในข้อเสนอของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และประพฤติมิชอบครับ เหตุที่นำเสนออย่างนี้ก็เพราะว่าวันนี้ที่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ที่กำลังมีปัญหาแล้วก็เป็นที่ปรากฏไปตามสื่อมวลชนว่ามีการทุจริต มีการเอาเงินงบประมาณ ของภาครัฐไปใช้ในทางที่มิชอบ แล้วก็ทำให้สูญเสียสูญสิ้นงบประมาณโดยไม่คุ้มกับค่างาน ที่กลับมา วันนี้ผมขอนำเรียนว่าในฐานะที่เป็นผู้ปฏิบัติอยู่ที่ปลายทางวันนี้กระบวนการ จัดซื้อจัดจ้างนั้นค่อนข้างจะเป็นรูปแบบที่ไม่เหมาะสม การตั้งองค์กรกลางขึ้นมาเพื่อ ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง ไม่ว่าจะเป็นการ อีออกชัน (e-Auction) อะไรก็แล้วแต่ ปรากฏว่า มันไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ทางรัฐเขาได้กำหนดเอาไว้ ปรากฏว่าหน่วยงานกลาง ที่ไปดำเนินการนี่ละครับเป็นตัวการในการทำให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชันเสียด้วยซ้ำไป ฉะนั้นวันนี้สิ่งหนึ่งที่อยากจะเห็นก็คืออยากให้มีองค์กรกลางในการจัดซื้อจัดจ้างสำหรับภาครัฐ แล้วก็ที่สำคัญที่สุดคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างและคณะกรรมการตรวจรับควรจะอยู่ คนละองค์กรกัน เพื่อเป็นการทำให้เกิดความโปร่งใส เกิดประสิทธิภาพแล้วก็มีการนำเสนอ อยากจะให้คณะกรรมการที่กำหนดราคากลางของภาครัฐ มันจะสามารถไปป้องกันการทุจริต ที่ปลายทางได้ค่อนข้างจะเยอะ นั่นก็หมายความว่าวันนี้ผมยกตัวอย่างในฐานะ ผู้ปฏิบัติปลายทาง เวลาภาครัฐกำหนดราคากลางของสำนักงบประมาณลงไป ราคากลาง ที่กำหนดลงไปปรากฏว่า สมมุติปากกา ๑ ด้าม องค์กรของรัฐไปซื้อปากกา ๑ ด้าม เขาให้คิดราคาสำนักงบประมาณ ๑๐ บาท แต่ปากกา ๑ ด้ามสามารถซื้อในราคา ๑๐ บาท ๙ บาท ๘ บาท แม้กระทั่ง ๒ บาทก็ซื้อได้ แต่เวลารัฐซื้อเมื่อไรจะได้ราคา ๑๐ บาทตลอด ซึ่งก็ไม่ผิดกติกา วันนี้ที่อยากจะเห็นก็คืออยากให้มีการกำหนดรายละเอียดในการกำหนด ราคากลางของภาครัฐลงไป อย่างเช่นปากกา ถ้าเกิดจะซื้อในราคา ๑๐ บาท มันควรจะเป็นปากกา ประเภทไหน ถ้าเกิดคุณซื้อในราคา ๒ บาท ควรจะเป็นปากกาประเภทไหน อย่างนี้เป็นต้น ผมยกตัวอย่างให้เป็นข้อคิดเอาไว้ว่าให้คณะกรรมการยกร่างช่วยไปดูว่า การกำหนด ราคากลางของภาครัฐควรจะมีรายละเอียดมากกว่าที่มันเป็นอยู่ปัจจุบัน ก็คือควรจะมี องค์กรกลางที่รับผิดชอบโดยเฉพาะ โดยเฉพาะองค์กรกลางในการจัดซื้อจัดจ้าง และองค์กรกลางในการตรวจรับงานของภาครัฐน่าจะไปดู นี่คือ ๓ ข้อที่ผมอยากจะอภิปราย สนับสนุนคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ