ประมนต์ สุธีวงศ์ เสนอข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ และเสนอหลักการและเจตนารมณ์ของคณะกรรมาธิการที่นำเสนอรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องสิทธิและหน้าที่ของประชาชนในการเข้าถึงข้อมูล ส่งเสริมความโปร่งใส ปฏิบัติตามกฎหมาย และมีส่วนร่วมในการตรวจสอบและควบคุมการดำเนินงานของรัฐ และเสนอแนวทางปฏิรูปการเมือง รวมถึงการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐและปฏิรูปตามรัฐธรรมนูญ
ท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติที่เคารพ กระผม ประมนต์ สุธีวงศ์ ปฏิบัติหน้าที่เป็นประธานกรรมาธิการปฏิรูป การป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ขอนำเสนอประเด็นความเห็นและ ข้อเสนอแนะในการยกร่างรัฐธรรมนูญ ดังนี้ครับ
สำหรับหลักการและเจตนารมณ์ของคณะกรรมาธิการชุดนี้
ข้อที่ ๑ วิเคราะห์และเสนอประเด็นเพื่อสร้างรัฐธรรมนูญที่วางรากฐานสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองไทยที่สุจริต โปร่งใส แก้ไขป้องกันและปราบปรามนำไปสู่การลด การทุจริตประพฤติมิชอบ
ข้อที่ ๒ เสนอกติกาเพื่อส่งเสริมคนดี สุจริต คนเก่ง ให้เข้ามาปกครองประเทศ และสกัดกั้นคนไม่ดี ไม่สุจริต โปร่งใส ไม่ให้เข้ามามีบทบาทในอำนาจและการปกครอง ของประเทศไทย
สำหรับสรุปความเห็นและข้อเสนอแนะทั้งหมดอยู่ในเอกสารหน้า ๒๕๑-๒๘๓ ซึ่งได้นำเสนอใน ๓๐ ประเด็น และมีบทเฉพาะกาล ๓ ประเด็น จะเห็นว่าเป็นคณะกรรมาธิการ ที่ได้นำเสนอข้อคิดเห็นมากที่สุด เพราะเห็นว่าเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชันมันเป็นยาดำ ที่แทรกแซงอยู่ในแทบทุกส่วนของสังคมไทย
ในภาคที่ ๑ ในส่วนของพระมหากษัตริย์และประชาชนมีอยู่ ๕ ประเด็น
ในภาคที่ ๒ ผู้นำทางการเมืองที่ดีและสถาบันการเมือง มีอยู่ ๑๙ ประเด็น
ในภาคที่ ๓ นิติธรรม ศาล และการตรวจสอบการใช้อำนาจ มีอยู่ ๖ ประเด็น และท้ายที่สุดมีบทเฉพาะกาลอยู่ ๓ ประเด็นที่จะขอฝากเอาไว้ ท่านประธานที่เคารพครับ เนื่องจากว่าเราได้ศึกษาแล้วว่าในหลาย ๆ ประเด็นที่นำเสนอมีความสอดคล้องกับ กรรมาธิการอื่นที่มีหน้าที่โดยเฉพาะได้นำเสนออยู่แล้ว เพื่อรักษาเวลากระผมจะนำเสนอ เพียงในประเด็นที่เห็นว่ามีความสำคัญเฉพาะในกรรมาธิการชุดนี้ หรือว่าในส่วนที่ กรรมาธิการอื่นไม่ได้ให้ความสำคัญเท่าที่พอเพียง
ผมขอไปในภาคที่ ๑ ในหมวดที่ ๒ ที่เกี่ยวกับประชาชน ในภาคนี้ในส่วนแรก ที่จะเสนอก็คือว่า ขอให้ประชาชนมีสิทธิพื้นฐานในการเข้าถึงข้อมูลและข่าวสารสาธารณะ และในการร้องขอข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นักการเมือง หน่วยงานของรัฐ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ ข้อมูลสาธารณะเป็นสิ่งที่สำคัญที่จะ สร้างความโปร่งใส ความสว่างให้เกิดขึ้น ในการทุจริตนั้นถ้าเผื่อว่ามีข้อมูลเปิดเผยออกมา การที่จะทำอะไรทุจริตก็จะเป็นเรื่องยากขึ้น
ในเรื่องที่ ๒ ให้ประชาชนมีสิทธิในการติดตามและร้องขอให้มีการตรวจสอบ การปฏิบัติหน้าที่ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐ และผู้เกี่ยวข้อง เมื่อมีข้อมูลสาธารณะที่เปิดเผยออกมาแล้วก็อยากจะให้ประชาชนมีสิทธิ ในการที่จะเรียกร้องให้มีการตรวจสอบ
ในข้อที่ ๓ เสนอให้ประชาชนมีสิทธิและหน้าที่ ไม่ใช่สิทธิอย่างเดียว ขอให้มี หน้าที่ในการที่จะปกป้องดูแลรักษาผลประโยชน์ของสาธารณะ และผลประโยชน์ของรัฐ รวมถึงมีสิทธิหน้าที่ในการป้องกัน ปฏิเสธและต่อสู้การทุจริตทุกรูปแบบ ดังที่เราได้พยายาม รณรงค์มาตลอดเวลาว่าเป็นคนไม่โกงอย่างเดียวไม่พอ ต้องไม่ยอมให้คนอื่นโกงด้วย
ข้อที่ ๔ ประชาชนมีสิทธิและหน้าที่ในการที่เลือกตั้งผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมืองทุกระดับและจากพรรคการเมืองที่มีคุณธรรม จริยธรรม และต้องติดตาม สอดส่อง ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทุกระดับ รวมทั้งมีสิทธิในการที่จะถอดถอนเขาเหล่านั้นได้
ข้อที่ ๕ กำหนดสิทธิและหน้าที่ของประชาชนในการมีส่วนร่วม ในการตรวจสอบการดำเนินงานนโยบาย แผนงาน และโครงการสาธารณะทุกขั้นตอน และในทุกระดับอย่างสุจริตและเที่ยงธรรม เราเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน เพราะว่า การที่จะปล่อยให้หน่วยงานของภาครัฐตรวจสอบกันเองนั้นไม่พอเพียง ประชาชนจะต้องมี ส่วนร่วมด้วยนะครับ
ในภาคที่ ๒ ในหมวดที่ ๑ ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับระบบผู้แทนและ ผู้นำทางการเมือง มีอยู่ ๓ ประเด็นที่อยากจะขอนำเสนอ ที่เราต้องนำเสนอในเรื่องของ ระบบผู้แทน เพราะว่าในการทุจริตที่เกิดขึ้นในประเทศในขณะนี้จะเห็นว่ามีอยู่ ๓ ฝ่าย ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง นักการเมือง ข้าราชการ และประชาชนหรือนักธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้นการสอดส่องระบบผู้แทนจึงเป็นเรื่องสำคัญ
ในข้อแรกจะให้มีมาตรการกำหนดคุณสมบัตินักการเมือง ผู้นำทางการเมือง ผู้แทนของประชาชน หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองต้องมีคุณธรรม จริยธรรม ยึดมั่นในจรรยาบรรณวิชาชีพ
ในส่วนที่ ๒ พรรคการเมืองเองต้องมีหน้าที่รับผิดชอบในการที่จะเสนอ ผู้สมัครรับเลือกตั้งทุกระดับที่มีความรู้ มีความสามารถ และมีคุณธรรม จริยธรรม และที่สำคัญก็คือพรรคการเมืองนั้นจะต้องร่วมรับผิดชอบต่อพฤติกรรมและผลงานที่ไม่ชอบ หรือทุจริตของบุคคลที่เป็นตัวแทนของพรรคการเมืองนั้น ๆ
ข้อที่ ๓ ให้มีบทลงโทษในกรณีที่มีการซื้อสิทธิขายเสียง ทั้งผู้ซื้อสิทธิ และขายเสียง รวมทั้งผู้เกี่ยวข้อง
ในข้อที่ ๔ กำหนดให้รัฐมีหน้าที่จัดการปัญหาของการทุจริตที่เกิดขึ้น ในการบริหารราชการแผ่นดิน นอกจากการที่ประชาชนจะมีส่วนร่วมแล้ว รัฐจะต้องเป็นผู้นำ ในการที่จะดำเนินการในเรื่องของการที่จะปราบปราม หรือขจัดการทุจริตมิชอบที่เกิดขึ้น เพราะถ้าเผื่อว่าผู้นำทางการเมืองหรือรัฐไม่ทำหน้าที่อย่างจริงจังนี้ การที่จะประสบ ความสำเร็จก็จะยากยิ่งนะครับ
ในภาคที่ ๒ หมวดที่ ๒ แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ มีอยู่ ๓ ประเด็น ที่อยากจะขอนำเสนอ
ข้อแรกก็คือการบริหารราชการแผ่นดินต้องเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล
ข้อที่ ๒ กำหนดมาตรฐานในการสร้างและส่งเสริมค่านิยม คุณธรรมจริยธรรม ในการบริหารราชการแผ่นดิน
ข้อที่ ๓ กำหนดกลไกที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน และตรวจสอบการสรรหา ตลอดจนความประพฤติและการปฏิบัติของผู้นำและผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมือง
ในภาคที่ ๒ หมวดที่ ๓ และหมวดที่ ๔ ซึ่งเกี่ยวข้องกับรัฐสภาและ คณะรัฐมนตรี มี ๒ ประเด็นที่ทางกรรมาธิการใคร่จะขอนำเสนอ
๑. กำหนดมาตรฐานทางคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะของผู้นำ และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในรัฐสภาที่ดี และต้องให้มีบทลงโทษ
ข้อที่ ๒ กำหนดมาตรฐานทางคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะของผู้นำ และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในฐานะผู้บริหารประเทศ และต้องมีบทลงโทษเดียวกันครับ
ในส่วนที่ ๓ กำหนดให้มีมาตรฐานป้องกันเพื่อไม่ให้มีปัญหาเรื่องของ ความขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์ หรือที่เราเรียกว่า ผลประโยชน์ทับซ้อนของผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมือง โดยเฉพาะในฝ่ายบริหาร เช่น นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี เป็นต้น
สำหรับภาคที่ ๒ ในหมวดที่ ๕ ซึ่งเกี่ยวกับการคลังและงบประมาณ มีอยู่ ๒ ประเด็นที่ขอเรียนนำเสนอ จะขอให้มีการปฏิรูปกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างโดยให้เน้น ในเรื่องประสิทธิภาพและประสิทธิผลและความโปร่งใส การใช้จ่ายงบประมาณและเงินกู้ ต้องกำหนดแผนงาน เป้าหมายการดำเนินงานที่ชัดเจน และสามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ รวมทั้งมีการเปิดเผยข้อมูลและผลการดำเนินงานเป็นประจำ ทั้ง ๒ ส่วนนี้จะเห็นว่าเป็น ส่วนใหญ่ของการใช้เงินของภาครัฐในการจัดซื้อจัดจ้างก็ดี ในการทำงบประมาณก็ดี กระบวนการที่จะต้องมี ก็คือจะต้องสร้างกระบวนการที่สามารถจะตรวจสอบได้
ในภาคที่ ๒ หมวดที่ ๖ และหมวดที่ ๗ เป็นเรื่องของความสัมพันธ์ ของข้าราชการกับนักการเมือง และการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ทางกรรมาธิการเองมี ๖ หรือ ๗ ประเด็นที่จะนำเสนอ แต่ว่าในชุดนี้ได้ดูแล้วว่าสอดคล้องกับอีกหลายกรรมาธิการ ที่ทำในเรื่องนี้โดยตรง ผมอยากจะขอเน้นเพียงประเด็นเดียวที่เห็นว่ามีความสำคัญมาก ในหลาย ๆ เรื่องที่เรานำเสนอ อันนั้นก็คือสร้างระบบการถ่วงดุลอำนาจและขอบเขตการใช้ อำนาจหน้าที่ระหว่างผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐให้ชัดเจน จะเห็นว่า หลายปีที่ผ่านมาปัญหาของประเทศไทยส่วนหนึ่งก็เพราะว่าข้าราชการประจำถูกครอบงำ หรือว่าแทรกแซงโดยนักการเมือง จนกระทั่งการปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่ ต้องการ
ในภาคที่ ๓ หมวดที่ ๑ เกี่ยวกับศาลและกระบวนการยุติธรรม มี ๓ ประเด็น ที่คณะกรรมาธิการเห็นว่ามีความสำคัญ
ข้อแรก ศาลต้องเป็นองค์กรที่มีอำนาจตุลาการที่เป็นอิสระ มีความเป็นธรรม และยึดถือความถูกต้องเป็นหลัก
ข้อที่ ๒ กระบวนการยุติธรรมต้องอยู่บนหลักความเสมอภาค เท่าเทียม และเป็นธรรม สามารถคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ถูกกล่าวหา ผู้เสียหาย และปลอดจาก การทุจริตคอร์รัปชัน
ข้อที่ ๓ บุคลากรในกระบวนการยุติธรรมจะต้องมีคุณธรรม จริยธรรม เคารพในจรรยาบรรณวิชาชีพเป็นที่ประจักษ์ และมีความรู้เป็นที่เชื่อมั่นและศรัทธาของ ประชาชน ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ศาลจะต้องเป็นที่พึ่งสุดท้ายของประชาชน จะต้องดำรงไว้ ซึ่งสิ่งต่าง ๆ ที่เราได้เสนอแนะไว้เหล่านี้
สำหรับในภาคที่ ๓ หมวดที่ ๒ มีเรื่องของการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ มีอยู่ ๓ ประเด็นที่จะขอนำเสนอ
เรื่องแรก ให้องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญที่มีหน้าที่ตรวจสอบการทุจริต คอร์รัปชันมีอำนาจในการที่จะสอบสวนและส่งฟ้องคดีเอง เรื่องนี้เป็นที่ประจักษ์ว่า ขณะนี้เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชันมีความล่าช้าในการดำเนินการเพื่อเข้าสู่ กระบวนการยุติธรรมเป็นอันมาก ทำให้ผู้ที่ประพฤติมิชอบมิได้มีความเกรงกลัวต่อกฎหมาย ของประเทศไทย
เรื่องที่ ๒ การสอบสวนคดีทุจริตคอร์รัปชันและประพฤติมิชอบที่เกี่ยวกับ การใช้อำนาจรัฐ ต้องมีกำหนดระยะเวลา ต้องมีการดำเนินการฟ้องอย่างรวดเร็ว และต้องรายงานความคืบหน้าต่อสาธารณชน อย่างที่ผมเรียนว่าขณะนี้คดีทุจริตต่าง ๆ ที่มีอาจจะใช้เวลา ๑๐-๑๕ ปีกว่าจะมีการตัดสิน นานเกินไปที่จะรอ ที่จะเห็นคนทำผิด มาถูกลงโทษ แล้วก็นานเกินไปสำหรับคนที่บริสุทธิ์ที่จะต้องทนอยู่ในภาวะที่ไม่สมควร เพราะฉะนั้นจะต้องเน้นว่าให้มีกำหนดระยะเวลา ต้องมีความรวดเร็ว และที่สำคัญก็คือว่า ต้องรายงานความคืบหน้าต่อสาธารณชน
ในข้อสุดท้ายครับ ท่านประธานครับ ขอให้มีการคุ้มครองการปฏิบัติงาน ขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ให้มีความเป็นอิสระอย่างแท้จริง แล้วก็ให้มีความปลอดภัย ในการทำงานของเขาด้วย ทั้งหมดนี้เป็นข้อเสนอแนะที่ทางกรรมาธิการเห็นสมควรที่จะนำสรุปต่อที่ประชุม ผมมีบทเฉพาะกาลอยู่ ๓ ข้อที่จะขอเรียนนำเสนอ เมื่อตอนเช้าท่านประธานกรรมาธิการ วิสามัญติดตามและให้ข้อเสนอแนะได้พูดว่ามีเพียง ๑ ข้อที่กรรมาธิการอื่น ๆ ได้นำเสนอ ผมจะขอปรับปรุงว่าในส่วนนี้เราได้นำเสนอไปแล้ว และจะขอให้เป็นหลักฐาน ในที่ประชุมด้วยนะครับ
ข้อแรกเลยเสนอว่า บรรดาข้อเสนอแนะที่ผ่านการรับรองของสมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติแล้ว และจะต้องตราเป็นกฎหมายเพื่อให้มีผลบังคับ แต่ยังดำเนินการ ไม่เสร็จสิ้น จะขอให้สภานิติบัญญัติที่ตั้งขึ้นใหม่ตามรัฐธรรมนูญใหม่นี้ต้องดำเนินการต่อไปให้ เสร็จสิ้นภายในระยะเวลา ๒ ปี
ข้อที่ ๒ บรรดาข้อเสนอเพื่อการปฏิรูปของสภาปฏิรูปแห่งชาติที่รัฐบาล ได้ยอมรับเป็นแนวทางแล้ว และเริ่มเอาไปใช้ดำเนินการบริหารราชการแผ่นดินแล้ว จะขอให้ รัฐบาลใหม่ที่มารับงานต่อไปต้องดำเนินการต่อเป็นอย่างน้อยเวลาอีก ๓ ปี
ข้อที่ ๓ ให้มีกลไกที่ทำหน้าที่ติดตามและประเมินผล ให้ข้อเสนอแนะต่าง ๆ กับที่เราได้นำเสนอไปแล้ว มีการติดตามและมีการรายงานให้ทราบ ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ