ศักรินทร์ ภูมิรัตน หารือเรื่องความสำคัญของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และเรียกร้องการปฏิรูปให้เข้มแข็งเพื่อความมั่นคงของประเทศ โดยเน้นการพัฒนาระบบการเรียนรู้ที่เน้นศาสตร์ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมและคณิตศาสตร์ และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อส่งเสริมการประดิษฐ์และการค้นคิด โดยเคารพและคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และส่งเสริมให้มีการนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาพัฒนาเครื่องมือ วิธีการตรวจสอบ พิสูจน์ เพื่อการจัดระเบียบสังคม ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความเป็นธรรม
ผม นายศักรินทร์ ภูมิรัตน ขออนุญาตเป็นตัวแทนกรรมาธิการปฏิรูปด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย นวัตกรรม และทรัพย์สินทางปัญญา ขอเรียนข้อมูลรายละเอียดเหตุผลที่มาของประเด็น ๑๖ ประเด็นที่กรรมาธิการขอเสนอแนะการยกร่างรัฐธรรมนูญ ดังนี้ ผมจะขออนุญาต ไม่ไปทีละประเด็นนะครับ จะขอเสนอภาพรวม แต่อาจจะเลือกมาบางประเด็น อยากจะเรียน พื้นฐานก่อนว่าวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีเป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันของทุกคน และเป็นพื้นฐานในการมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของพวกเราทุกคน ปัจจัยสี่ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยา ล้วนมาจากวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทั้งสิ้นในปัจจุบันนะครับ และสิ่งต่าง ๆ ที่ทำให้เรามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น รวมทั้งอินเทอร์เน็ตและไลน์ (Line) ที่เราใช้อยู่ทุกเมื่อเชื่อวันก็มีผลมาจาก วทน. ทั้งสิ้น วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม จึงเป็นเรื่องใกล้ตัวอย่างยิ่ง ความใกล้ตัวทำให้เราถือเอาว่ามีอยู่แล้วเราจึงมักละเลยและทำให้ เกิดความอ่อนแอเสียหายต่อการพัฒนาการของประเทศชาติ ประเทศไทยจึงมีโครงสร้าง พื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม วิจัย และด้านความรู้ที่อ่อนแอเป็นอย่างยิ่ง จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องปฏิรูปให้เข้มแข็งและดียิ่งขึ้น วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี เป็นความจำเป็นต่อความมั่นคงของประเทศ ด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ การป้องกัน การแก้ปัญหา และการฟื้นฟูเมื่อเกิดอุทกภัย ผมเชื่อว่าพวกเราต่างมีประสบการณ์และจะไม่ขอยกตัวอย่าง ในเรื่องนี้ ณ ตรงนี้
ประเด็นที่พึงอยากจะให้รายละเอียดเพิ่มขึ้นคือประเด็นที่วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม เป็นความรู้เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันไม่ให้ถูกเอาเปรียบ เพื่อพิทักษ์สิทธิ เพื่อประกอบสัมมาชีพ เพื่อกำหนดนโยบายและบริหารประเทศ และเพื่อสังคมที่มีเหตุผล และมีวินัย ขอยกตัวอย่างพอให้เห็นโดยสังเขป ประเด็นน่าสนใจในเชิงการไม่ให้ถูก เอารัดเอาเปรียบน่าจะทำให้พวกเรานึกถึงตัวอย่างของเครื่องตรวจระเบิดจีที ๒๐๐ (GT200) ที่เป็นข่าวใหญ่เมื่อหลายปีก่อน ประเด็นเรื่องจีเอ็มโอ (GMO) เป็นตัวอย่างอีกอันหนึ่งในด้าน ความจำเป็นที่จะต้องมีความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเป็นภูมิคุ้มกัน ไม่ให้ถูกเอาเปรียบ การขาดความรู้ความเข้าใจของสังคมทางวิทยาศาสตร์ทำให้การตัดสินใจ ไม่อยู่บนฐานของข้อเท็จจริง ตัวอย่างของการพิทักษ์สิทธิ ได้แก่ การใช้ดีเอ็นเอ (DNA) ตรวจความเป็นพ่อลูก การใช้จีพีเอส (GPS) กำหนดความเป็นเจ้าของพื้นที่เขตป่าอนุรักษ์ เป็นต้น ดังนั้นการกำหนดนโยบายและบริหารประเทศต้องมีข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม ต้องมีความเข้าใจในผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ต่อสังคมและเศรษฐกิจ และที่สำคัญต้องเข้าใจโอกาสในการใช้นโยบายในการสร้างสมรรถนะความสามารถของประเทศ ในระยะยาว การพัฒนาแนวทางการลงทุนในโครงการระดับชาติที่จะช่วยสร้างสมรรถนะ ความสามารถระยะยาวไปพร้อมกับการได้มาซึ่งของใช้ เช่น ระบบราง เป็นต้น แล้วก็ยังมี เมกะโปรเจกต์ (Megaproject) อื่นอีกมากมายที่เราพึงจะใช้ในการจัดหาให้เกิดการสร้าง ความสามารถในระยะยาวของประเทศ ก็เป็นเรื่องที่จะต้องปฏิรูปในการบริหารจัดการ ประเทศและนโยบายของประเทศในการทำงานของผู้บริหารด้วย วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม ยังเป็นความจำเป็นในการสร้างสมรรถนะและ ความสามารถของชุมชน ท้องถิ่นและประเทศ เพื่อการดูแลและสร้างคุณค่าให้กับทรัพยากร และภูมิปัญญา เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ เพื่อการสร้างความรู้และการดูแลทรัพยากรสำคัญ ที่เรามีอยู่ เช่น ความหลากหลายทางชีวภาพ ให้เกิดการสร้างคุณค่า มูลค่าจากทรัพยากร และภูมิปัญญา เราคงจำเรื่องยารักษาโรคกระเพาะจากเปล้าน้อยได้ดี ประเทศไทย สร้างความสามารถแล้วจะสามารถใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพ ทรัพยากรของเราได้อีกมากมาย วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นความจำเป็นต่อ การสร้างความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการเพื่อการพัฒนาที่เป็นธรรมและยั่งยืน ทำให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดเล็กได้มีส่วนเข้าไป เข้าถึงบริการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และความรู้ให้เป็นส่วนหนึ่งของระบบ โครงสร้างพื้นฐานทางนวัตกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ ได้แบ่งปันส่วนมูลค่าเพิ่มจากภาคส่วน อื่น ๆ ได้อย่างเหมาะสมก็จะทำให้เกิดความเป็นธรรม ทำให้ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม สำหรับผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีความพร้อมช่วยตัวเองได้เป็นอย่างดี ก็น่าจะมีบทบาทและ ส่วนร่วมในการสร้างความสามารถให้กับผู้ประกอบการรายเล็ก ขนาดกลางและรายย่อย ดังนั้นกลไกการบริหาร การส่งเสริม และการสนับสนุนซึ่งเป็นนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐพึงได้รับ การปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้เราได้มีโอกาสสร้างความสามารถเหล่านี้ เพื่อความเข้มแข็ง ของประเทศ ฉะนั้นจะเห็นได้ว่าวิจัยพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และทรัพย์สินทางปัญญาควรจะเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อการสร้างให้ประเทศไทยมีเศรษฐกิจ บนฐานความรู้และนวัตกรรม มุ่งสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ประกอบการ ชุมชนและสังคม ประชาชน ให้สร้างความรู้ เข้าถึงความรู้ และมีการแบ่งปันความรู้ให้เกิดความเข้มแข็ง ในทุกระดับ ประเทศไทยของเราละเลยการสร้างความรู้และพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรมมาเป็นเวลานาน ทำให้ขาดองค์ประกอบที่สำคัญต่อการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจ ที่เป็นธรรม และการพัฒนาที่ยั่งยืน โครงสร้างพื้นฐานทางนวัตกรรมและความรู้จึงอ่อนแอ จำเป็นที่จะต้องได้รับการปฏิรูปอย่างเร่งด่วนและต่อเนื่อง ตัวอย่างประเทศที่ประสบ ความสำเร็จในการใช้ วทน. นำประเทศให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ได้แก่ ประเทศ เช่น อิสราเอล เกาหลี ไต้หวัน คิวบาและจีน ประเทศเหล่านี้มีนโยบายใช้ วทน. นำประเทศอย่างชัดเจน โปรดสังเกตว่าประเทศเหล่านี้ไม่ใช่ประเทศตะวันตก การใช้วิจัย วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นวาระแห่งชาติจึงเป็นเรื่องสำคัญยิ่งที่เราได้เสนอ ไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ ภาค ๔ ด้านการปฏิรูป ให้มีการจัดระบบโครงสร้างพื้นฐานทาง นวัตกรรมและความรู้อย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเรามีโครงสร้างพื้นฐานด้านนี้ที่เข้มแข็งเพียงพอ และทำให้เศรษฐกิจและสังคมของประเทศอยู่บนฐานนวัตกรรมและความรู้อย่างจริงจัง โดยรัฐจะต้องกำหนดให้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อใช้วิจัย วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ทรัพย์สินทางปัญญาและนวัตกรรมเป็นกลไกในการขับเคลื่อน เศรษฐกิจและสังคม นำพาประเทศด้วยการสร้างความเข้มแข็งทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีของประเทศ ซึ่งประกอบด้วยระบบต่าง ๆ ที่มีความเชื่อมโยงกัน จำเป็นต้องมีการ ปฏิรูปในระดับต่าง ๆ อาจจะแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ได้ ๔ ส่วน ดังนี้
ระดับบุคคล รัฐต้องมีการปรับรูปแบบการเรียนรู้ของบุคคลที่เน้นศาสตร์ ทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมและคณิตศาสตร์ เน้นการเรียนรู้ศาสตร์เหล่านี้ กับสภาพแวดล้อมตามความเป็นจริง ให้บุคคลสามารถนำความรู้และทักษะที่จำเป็น มาปรับใช้ในการคิด การดำรงชีวิต การเรียนรู้ และการทำงาน เมื่อคนส่วนใหญ่มีการคิด แบบวิทยาศาสตร์คือมีเหตุและผล มีความเป็นเหตุเป็นผล ระบอบประชาธิปไตยจะเข้มแข็งขึ้น โดยธรรมชาติ เมื่อมีการผลิตกำลังคนทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรมได้อย่างดี ประเทศก็จะมีฐานทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เพียงพอต่อการพัฒนา ประเทศอย่างยั่งยืน
ระดับสถาบัน จะต้องบูรณาการหลายกระทรวง หลายองค์กร ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน เพื่อสร้างความสามารถทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งต้องมีความเชื่อมโยงกับระดับโลก รวมทั้งการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคการศึกษา การเชื่อมโยงกับปราชญ์ชาวบ้าน ความรู้ท้องถิ่น และต้องปรับปรุงและแก้ไขกฎหมายเดิมที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ทรัพย์สินทางปัญญา นวัตกรรม เพื่อให้มีการปรับอำนาจที่ให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ได้อย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ ทำให้เราสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญนี้ให้สำเร็จ
ด้านที่ ๓ โครงสร้างพื้นฐานทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จำเป็นที่จะต้อง มีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาบุคลากรทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมอย่างเร่งด่วน เพื่อรองรับการให้บริการทางวิทยาศาสตร์ที่เพียงพอ ทำให้เกิด อุทยานการเรียนรู้ การให้บริการความรู้กับชุมชนและสังคม มีการลงทุนในห้องปฏิบัติการ มีการลงทุนในการทดสอบผลิตภัณฑ์เพื่อเป็นเครื่องมือสำหรับผู้บริโภคและผู้ประกอบการ มีอุปกรณ์ในโรงเรียนและในมหาวิทยาลัย มีพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ มีกลไกการออกแบบ ที่ใช้ความรู้ ความเป็นไทย ร่วมกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ตลอดจนการลงทุนในเมือง หรือเขตวิทยาศาสตร์ต่าง ๆ
ด้านที่ ๔ โครงสร้างพื้นฐานทางความรู้และระบบสารสนเทศ รัฐต้องพัฒนา กลไกการเชื่อมโยงข้อมูลและบริการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรมของภาครัฐ และผลงานวิจัยจากหน่วยงานของภาครัฐที่มีกระจายอยู่ทั่วประเทศ รวมถึงจัดให้มีข้อมูล เชิงวิเคราะห์ที่จะใช้ประโยชน์ต่อการประกอบอาชีพด้านการเกษตร การผลิต การบริการ ให้อยู่ในระบบที่เข้มแข็ง มีประสิทธิภาพสูง แข่งขันได้ เกิดความเป็นธรรม เกิดมูลค่า และคุณค่าสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อวิสาหกิจชุมชนและผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก กรรมาธิการของเราได้วิเคราะห์แล้วเห็นว่าประเด็นดังกล่าวพึงกำหนดแนวนโยบายพื้นฐาน แห่งรัฐให้ชัดเจน รวมถึงรัฐต้องส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการเคารพ คุ้มครอง แลกเปลี่ยน และแบ่งปันทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อกระตุ้นและส่งเสริมการประดิษฐ์หรือการค้นคิดให้เกิด ความรู้ในสิ่งที่มีอยู่และความรู้ใหม่เพื่อการรักษา พัฒนา และสร้างวัฒนธรรมการเคารพ ในทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อก่อให้เกิดการสร้างมูลค่าจากทรัพยากร จากภูมิปัญญาท้องถิ่น จากภูมิปัญญาไทย ตลอดจนให้มีการนำไปใช้อย่างเป็นธรรม ให้มีระบบการบริหารจัดการ และคุ้มครองปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศที่มีประสิทธิภาพ
ในภาค ๒ หมวด ๔ คณะรัฐมนตรี เราเสนอว่ารัฐจะต้องจัดให้มีผู้ทรงคุณวุฒิ ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อให้ข้อเท็จจริง ทั้งนี้เพราะวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีมีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการวางนโยบายและการตัดสินใจ เพื่อการพัฒนาประเทศจำเป็นต้องมีฐานความรู้ความเข้าใจทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่มีความก้าวหน้าและทันสมัยเพื่อให้เกิดผลต่อการสร้างสมรรถนะและความสามารถ ของประเทศให้เข้มแข็งยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประเทศ ๔-๕ ประเทศตัวอย่างที่ได้ยกเมื่อสักครู่นี้ ทุกประเทศล้วนมีกลไกที่ผู้บริหารประเทศได้ข้อเท็จจริงจากวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมในการตัดสินใจทั้งสิ้น
ในภาค ๒ หมวด ๗ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องส่งเสริมสนับสนุน หรือลงทุนทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย นวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อสร้าง สมรรถนะความสามารถของชุมชนและท้องถิ่น เพื่อให้ท้องถิ่นเห็นความสำคัญและ ความจำเป็นของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การวิจัยและพัฒนา และทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อสร้างความสามารถของคนและชุมชน การพัฒนาท้องถิ่นทั้งด้านเศรษฐกิจและ คุณภาพชีวิต องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องรับผิดชอบต่อการดำเนินการเพื่อการสร้าง สมรรถนะและความสามารถของท้องถิ่นให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาของท้องถิ่น อย่างต่อเนื่องและเป็นธรรม
ในเวลาที่จำกัดนี้ผมขอพูดถึงประเด็นปฏิรูปในภาค ๔ อีกเพียง ๑ เรื่อง คือปฏิรูปสังคม โดยการใช้ความรู้และทัศนคติทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อการจัดระเบียบสังคม ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความเป็นธรรม โดยส่งเสริมให้ มีการนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาพัฒนา สร้างเครื่องมือ วิธีการตรวจสอบ พิสูจน์ ผลักดันให้มีการนำมาใช้อย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างเช่น เครื่องวัดความเร็ว เครื่องวัดความชื้น เครื่องวัดสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ และเครื่องมือสอบเทียบ วิเคราะห์ เพื่อช่วยในการพิสูจน์ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นระบบและเป็นรูปธรรม มีกลไกป้องกันและขจัดการทุจริต และประพฤติชอบอย่างมีประสิทธิภาพ และมีการบังคับใช้ กฎหมายอย่างเคร่งครัดและเป็นธรรม โดยรวมคณะกรรมาธิการของเราได้เรียนเสนอประเด็น รวม ๑๖ ประเด็น และพร้อมที่จะให้รายละเอียดข้อมูลเพื่อการจับประเด็นในรัฐธรรมนูญ และการปฏิรูปเพื่อประเทศชาติที่รักของเราต่อไป ขอเรียนย้ำว่าวิทยาศาสตร์ไม่ใช่หลักการ ตะวันตก วิทยาศาสตร์เป็นหลักการตามเหตุผล ตามธรรมชาติ และอันที่จริงเป็นธรรมะ ด้วยความเคารพครับ