นิรันดร์ พันทรกิจ เสนอประเด็นแก้ไขชื่อคณะกรรมาธิการให้เป็นคณะกรรมาธิการสามัญ และเสนอให้สมาชิกแต่ละคณะพิจารณาเลือกบุคคลแทนการให้คณะกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติเป็นผู้คัดเลือก พร้อมทั้งหารือประเด็นการยกร่างข้อบังคับสภาฯ โดยเสนอให้เพิ่มข้อความในข้อ ๘๐ ให้คณะกรรมาธิการต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาฯ ก่อนส่งข้อเสนอไปยังรัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความชัดเจนและเป็นระบบในการปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ
ขอบคุณท่านประธานครับ กระผม นิรันดร์ พันทรกิจ หมายเลข ๑๑๕ ครับ ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องที่จะนำเสนออยู่ ๓ ประเด็นใหญ่ ๆ ซึ่ง ๒ ประเด็นแรกนั้นก็คงจะเป็นเรื่องที่ท่านสมาชิกได้อภิปรายไปแล้ว ก็คงจะไม่อภิปรายซ้ำ แต่เพียงว่าอยากจะพูดเพิ่มเติมนิดหน่อยว่าเห็นด้วยในกรณีที่ ๑ ก็คือ เรื่องของชื่อคณะกรรมาธิการที่จะเป็นเฉพาะคณะกรรมาธิการสามัญ ขอประทานโทษ ใช้คณะกรรมาธิการเฉย ๆ ไม่ต้องมีวิสามัญ อันนี้ก็ต้องเป็นการบ้านกับทางคณะกรรมาธิการ ยกร่างข้อบังคับนี้ว่าจะต้องไปแก้ไขอย่างไร ถ้าสมมุติสมาชิกส่วนใหญ่เห็นด้วยว่าควรจะเป็น ชื่อคณะกรรมาธิการปฏิรูปอะไรไปเลยไม่ต้องมีคำว่า วิสามัญ อันนี้ประเด็นที่ ๑ ผมคิดว่า เป็นประเด็นที่ท่านสมาชิกหลายท่านก็คงจะเห็นด้วยนะครับ เดี๋ยวต้องฟังคำชี้แจงของ ท่านคณะกรรมาธิการยกร่างก่อน
ส่วนประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องของข้อ ๘๐ วรรคสาม ซึ่งก็คงจะเห็นด้วยกับ ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์นะครับ แต่ว่าท่านอาจารย์ก็ยังแบ่งเป็น ๒ ความเห็น ยังไม่ฟันธง ไปเลยว่าจะเอาแบบไหน แต่ผมเห็นอย่างนี้ครับว่าในวรรคสามของข้อ ๘๐ ที่บอกว่า และบุคคลผู้ไม่ได้เป็นสมาชิกไม่เกินจำนวนหนึ่งในสี่ของกรรมาธิการที่เป็นสมาชิกของแต่ละคณะ ซึ่งคณะกรรมาธิการกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติเป็นผู้เสนอจากรายชื่อผู้สมัครเป็นสมาชิก อันนี้ผมค่อนข้างเห็นด้วยกับสมาชิกที่ได้เสนอความเห็นไปแล้วนะครับ ก็คือว่าที่จริงแล้ว ควรจะให้สมาชิกที่เป็นคณะกรรมาธิการในแต่ละคณะนั้นได้พิจารณาเห็นชอบ เพราะว่า แต่ละกลุ่มก็มีผู้ที่สมัครเข้ามาหรือผู้ที่เสนอชื่อเข้ามาอยู่แล้วในกลุ่มที่เขาสนใจ ซึ่งถ้าเอา จังหวัดไปลงในกรรมาธิการทั้งหมดก็หมดปัญหาในเรื่องจังหวัดไป ก็แปลว่าคณะกรรมาธิการ ก็มี ๑๗ คณะ แต่ละคณะก็เสนอชื่อบุคคลที่เห็นชอบ บุคคลที่เหมาะสมตามที่ คณะกรรมาธิการแต่ละคณะเห็นก็คงจะเป็นเรื่องที่เหมาะสมกว่าที่จะให้ทางคณะกรรมาธิการ กิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติเป็นคนจิ้มว่าเอาคนนั้น คนนั้น คนนั้น รู้สึกว่ามันจะไม่ค่อย สมเหตุสมผลเท่าไรนะครับ นั่นคือ ๒ ประเด็นแรก
ทีนี้ประเด็นสำคัญครับ คือประเด็นเกี่ยวกับข้อความในวรรคสุดท้าย ซึ่งเป็น ข้อความรวม ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ทางคณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับไปพิจารณา ก็แล้วกันนะครับ เพราะว่าโดยหน้าที่ที่กำหนดไว้ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ หน้าที่ของสภาเรา มีอยู่อย่างน้อย ๓ ประการ ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๓๑ นะครับ ก็คือ ๑. ศึกษา วิเคราะห์ และจัดทำแนวทางและข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิรูปด้านต่าง ๆ ตามมาตรา ๒๗ และเราก็มาแตก ออกเป็น ๑๗ คณะ อันนี้ไม่มีปัญหา อันนี้แหละเราก็จะมีคณะกรรมาธิการ มีความเห็นต่าง ๆ ออกไป แล้วก็ในวรรคสุดท้ายของข้อ ๘๐ นี้เขาบอกว่า ให้คณะกรรมาธิการวิสามัญประจำสภา จะดำเนินการศึกษาและเสนอแนะเพื่อให้เกิดการปฏิรูปในเรื่องใด ๆ ให้คณะกรรมาธิการ วิสามัญประจำสภารายงานให้สภาทราบ และให้รายงานความคืบหน้าให้สภาทราบ ทุกหนึ่งเดือน คืออย่างนี้ครับ ประเด็นมันอยู่ตรงที่ว่า หน้าที่ในการยกร่างรัฐธรรมนูญ แน่นอนครับเรามีข้อบังคับ หมวด ๖ แล้วก็ในการยกร่างพระราชบัญญัติมีข้อบังคับ ในหมวด ๕ มีอยู่แล้ว แต่ทีนี้ปัญหาว่าในข้อเสนอของคณะกรรมาธิการต่าง ๆ มันจะไปสู่ การปฏิรูปได้อย่างไร แน่นอนครับในการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติก็จะต้องมี คณะกรรมาธิการที่ไปศึกษาในประเด็นต่าง ๆ ที่ตัวเองสนใจหรือตัวเองเป็นกรรมาธิการอยู่ และเมื่อมีความเห็นแล้วถ้าเป็นการยกร่างพระราชบัญญัติก็ใช้ข้อความข้อบังคับในหมวด ๕ ได้นะครับ ก็คือออกเป็นพระราชบัญญัติว่าไปตามขั้นตอน ความเห็นในเรื่องของการแก้ไข รัฐธรรมนูญก็ว่ากันไป เสนอคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ แต่ว่าในกรณีที่มีความเห็นในเรื่องอื่น ๆ นะครับ เช่น เรื่องของการแก้ไขกฎหมาย กฎกระทรวงตรงนั้น อันนั้นตรงนี้ นโยบายตรงนั้นตรงนี้นะครับ ตรงนี้ครับมันจะมีปัญหาว่า ในท้ายที่สุดแล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าสิ่งที่คณะกรรมาธิการเสนอไปนี้ จะเป็น คสช. ก็ดี สนช. ก็ดี หรือว่าคณะรัฐมนตรีก็ดี ได้รับการปฏิบัติ หรือมีข้อจำกัดไม่สามารถจะปฏิบัติได้เรื่องอะไร เพราะฉะนั้นผมคิดว่ามันคงจะมีข้อเสนอจากคณะกรรมาธิการหลายเรื่อง และผมก็คงจะไปเสนอ ในข้อ ๘๔ อีกครั้งหนึ่ง แต่ว่าในชั้นนี้หมายความว่า ถ้าสมมุติมีข้อเสนออย่างนี้จะทำอย่างไร ผมเลยบอกว่าน่าจะมีการเพิ่มข้อความในข้อ ๘๐ อีกวรรคหนึ่งเพิ่มเข้าไปนะครับ ก็คือว่า เรื่องใดที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วและมีข้อเสนอไปยัง สนช. ครม. คสช. จะต้อง ได้รับความเห็นชอบของสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายความว่าตามข้อเสนอนี้ เดิมใช้ข้อความว่า เสนอแนะให้เกิดการปฏิรูปส่งไปยังสภาปฏิรูปแห่งชาติแค่นั้น แต่ว่าในความเห็นของผม คงจะมีความเห็นจากคณะกรรมาธิการ ๑๗ คณะนี้คงจะหลายเรื่องหลายประเด็น ทั้งในแง่ ข้อกฎหมาย ทั้งในแง่นโยบายต่าง ๆ ในประเด็นอย่างนี้ผมคิดว่าถ้าจะให้คณะกรรมาธิการ เสนอตรงไปที่ คสช. เลย หรือ ครม. เลย หรือว่า สนช. เลย ผมว่าน่าจะยุ่งวุ่นวาย เพราะฉะนั้นเมื่อมีข้อเสนอ สมมุติว่าเป็นข้อเสนอของคณะกรรมาธิการชุดใดชุดหนึ่งต้องการ เสนอรัฐบาลทำอย่างนี้แก้เรื่องนี้ แก้เรื่องนี้นะครับ แล้วก็มาเสนอในที่ประชุมสภาปฏิรูป แห่งชาติ สภาปฏิรูปแห่งชาติเห็นว่าโอเค เรื่องนี้เห็นชอบที่ควรเสนอไปที่รัฐบาล เสนอไปที่ คสช. เสนอไปที่ สนช. ก็เห็นชอบแล้วถึงจะทำเรื่องเสนอไปนะครับ ผมคิดว่าตรงนี้ ในความเห็นของผมส่วนตัวนะครับ ก็มองเห็นว่ามีความจำเป็นต้องมีข้อความเหล่านี้ เพิ่มเข้าไปเพื่อให้การทำงานประสบความสำเร็จและเป็นระบบมากขึ้นครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ