สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๕ · ๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๗

ประชา เตรัตน์ เสนอแนวคิดในการทำงานคู่ขนานระหว่างสภาปฏิรูปแห่งชาติกับการมีส่วนร่วมภาคประชาชน โดยขอความร่วมมือกับ สปช. จังหวัดในการรับฟังความคิดเห็นจากชาวบ้าน และเสนอข้อเสนอการปรับปรุงกรรมาธิการวิสามัญการมีส่วนร่วมรับฟังความคิดเห็นประชาชน เพื่อดำเนินการตามแผนการนี้

นายประชา เตรัตน์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายประชา เตรัตน์ สปช. จังหวัดชลบุรี ผมขออนุญาตแปรญัตติในข้อ ๘๔ (๓) ในเรื่องของกรรมาธิการ การมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน อย่างที่ได้กราบเรียนในเบื้องต้นแล้วว่า โอกาสที่รัฐธรรมนูญก็ดีหรือสิ่งที่เราจะปฏิรูปใน ๑๘ ด้านก็ดี เราคงไม่มีการลงประชามติ แน่นอน ค่อนข้างแน่นอน เมื่อเป็นดังนั้นการทำงานคู่ขนานระหว่างสภาปฏิรูปแห่งนี้ กับการมีส่วนร่วมภาคประชาชนจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ก่อนที่จะมีข้อบังคับนี้พวกเรา สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทั้ง ๗๗ จังหวัดได้พบปะและหารือวิธีการออกแบบ การมีส่วนร่วมภาคประชาชนไว้พอคร่าว ๆ พอสมควร

สิ่งแรกสุดนั้นเราคิดว่าเราจะใช้ กกต. จังหวัดซึ่งขณะนี้ทางประธาน กกต. จังหวัดที่ภาคกลางก็ได้อนุมัติเห็นชอบแล้วว่าจะให้ กกต. จังหวัดเป็นศูนย์รับฟังความคิดเห็น ของประชาชนให้กับ สปช. จังหวัด

อันดับที่ ๒ เราได้ขอความร่วมมือกับ สปช. ที่สมัครเข้ามาหลายท่าน บางจังหวัด ๓๐ คน บางจังหวัด ๔๐ คน บางจังหวัด ๖๐ คนนี่ให้เข้ามามีส่วนร่วมกับพวกเรา ในการที่จะเป็นจิตอาสาในการที่จะทำงานคู่ขนานรับฟังความคิดจากชาวบ้าน แล้วก็เอา ข้อสรุปจากที่เดิมเราคิดว่ามี ๑๑ ด้าน แต่ปัจจุบันนี้กลายเป็น ๑๘ ด้านแล้ว คือเรามองว่า ถ้าใน ๑๘ ด้านนี่คณะกรรมาธิการแต่ละด้านสรุปข้อสรุปอะไรเบื้องต้น เราไม่ต้องรอครบ ทั้งหมด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เรารู้ข้อมูลด้านใดแล้วคิดว่าเป็นประเด็นที่คิดว่าสำคัญ เราคงไม่เอา ลงไปทุกประเด็นครับท่าน เราไม่จำเป็นต้องเอาไปลงครบทุกประเด็น เอาเฉพาะประเด็น ที่สำคัญที่คิดว่ามันจะมีข้อคิดเห็นหลากหลายและความขัดแย้ง ผู้เสียประโยชน์มาก อาจจะไป ฟังท่าทีของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งอันนี้ผมคิดว่าท่านสามารถใช้ สปช. จังหวัดได้อย่างดียิ่ง แล้วก็อย่ารังเกียจ สปช. จังหวัดเลยครับ ผมคิดว่าเราจะช่วยท่านทำงาน ช่วยท่านจริง ๆ ครับ ด้วยความจริงใจเลย เราอาจจะทำงานมากกว่าคณะกรรมาธิการใน ๑๘ ด้าน

ดังนั้นผมขอแปรญัตติใน (๓) ว่า ให้มีกรรมาธิการวิสามัญการมีส่วนร่วมรับฟัง ความคิดเห็นประชาชน แค่อันเดียวพอ ไม่ต้องมีภาคหรือจังหวัด ไม่จำเป็น เพราะว่า ในข้อ ๘๓ (๑๐) บอกแล้วว่ามีการจัดตั้งศูนย์รับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะจากประชาชน ซึ่งอันนี้จะมาสอดคล้องกับข้อ ๘๔ (๓) แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะขอก็คือว่าในกรรมาธิการ วิสามัญภาคการมีส่วนร่วมอยากขอให้มีภาคแต่ละภาคอย่างน้อย ๒ คน แล้วกรรมาธิการ ด้านต่าง ๆ ๑๘ กรรมาธิการ ๑๘ คนต้องมาอยู่กับเราตรงนี้ด้วย เพื่อตรงนี้จะเป็น คนออกแบบ ออกแบบข้อสรุปของ ๑๘ ด้าน แล้วจะเอาประเด็นไหนที่จะให้ ๗๗ จังหวัด คือไม่จำเป็นต้องเอามาลงทุกประเด็น การจะกำหนดเอาประเด็นไหนลงไปแลกเปลี่ยน หรือรับฟังท่าทีของประชาชนนี่ให้กรรมาธิการข้อ ๘๔ (๓) ซึ่งประกอบด้วยสมาชิก ๑๘ คณะ ๑๘ กรรมาธิการกับภาค ถ้าภาคละ ๒ คนไม่ได้ ขอภาคละคนก็ยังดี เพราะตอนนี้ ทางภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขามีประธานภาคเขาอยู่แล้ว อันนี้ก็ทำให้เราสามารถทำงานง่ายขึ้นในการที่จะไปสื่อสาร เอาข้อสรุป เอาประเด็นใดที่จะเอาลงไปหรือไม่ลงไปนั้นต้องให้กรรมาธิการ (๓) เป็นคนออกแบบ เราคงไม่จำเป็นต้องลงไปทุกประเด็น คือถ้าเป็นอย่างนี้แล้วผมคิดว่าทำให้ การทำงานของเรามีประสิทธิภาพสูงขึ้น เพราะเราลงไปทีหนึ่ง ๗๗ จังหวัดเลย แต่ว่าออกแบบโดยกรรมาธิการวิสามัญภาคการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็น ของประชาชน ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่ามีส่วนสำคัญ อย่างทุกวันนี้ผมยืนยันว่าหลายจังหวัด เขาทำไปแล้ว ของผมจังหวัดชลบุรีผมก็ทำไปแล้ว แล้วก็ภาคประชาสังคมตอนนี้ เขาเข้มแข็งมาก แล้วเขาจิตอาสาครับเขาไม่สนใจเรื่องเงินงบประมาณอะไรต่าง ๆ โดยเฉพาะจังหวัดผมนะครับ จังหวัดอื่นผมไม่แน่ใจ เขาจิตอาสาครับ แล้วก็ผมตั้งเขาเป็น ผู้ช่วยสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติประจำจังหวัดด้วย เขาก็ลงไปทำงานตามที่เราออกแบบให้ เขานะครับ แล้วก็มีกลุ่มต่าง ๆ ซึ่งถ้าอย่างนี้มันก็ทำให้ช่วยการสื่อสารระหว่าง ทู เวย์ คอมมิวนิเคชั่น (Two way communication) ระหว่างสภากับประชาชน มันก็จะมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ถ้าลำพังอนุแค่ ๒๐ กว่าคนจะลงไปทุกจังหวัดมันเป็นไปไม่ได้ หรอกครับ มันเป็นไปไม่ได้ แล้วในขณะเดียวกันใน ๑๘ ด้าน ถ้าท่านมีผู้เชี่ยวชาญ จะลงไปจังหวัดไหนที่มีวิกฤติสูงคือว่าเป็นจังหวัดที่แรงอะไรอย่างนี้ท่านก็ลงไปช่วยได้ ช่วยเป็นจังหวัด ๆ ไปเฉพาะจังหวัดใหญ่ ๆ ส่วนจังหวัดเล็ก ๆ นั้นผมคิดว่าปัญหาต่าง ๆ นี้ ก็คงจะไม่ เขาเรียกไม่คอมพลิเคท (Complicate) หรือไม่วิกฤติอะไรมากนัก ก็จะทำให้ง่ายขึ้นนะครับ อันนี้ประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ ผมก็อาจจะต้องขอความร่วมมือกำลังร่างหนังสืออยู่ อันที่ ๑ อย่างที่มีสมาชิกหลายท่านบอกแล้วว่า เราต้องมีหนังสือจากประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ แห่งนี้เป็นทางการสักนิดหนึ่งถึงท่านประธานกรรมการการเลือกตั้ง เพราะตอนนี้ ผมกราบเรียนเลยครับ กรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทุกจังหวัดทำหน้าที่เป็น ศูนย์รับข้อมูลของประชาชนให้เราเรียบร้อยแล้ว แต่ว่าเรายังไม่มีหนังสือเป็นทางการ ขอความร่วมมือเขาไปเลยนะครับ อันที่ ๒ ผมกำลังจะขอร่างหนังสือให้ท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติแห่งนี้มีหนังสือขอความร่วมมือไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีหนังสือแจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดให้ความร่วมมือกับ สปช. จังหวัด รวมถึงคณะกรรมาธิการ ๑๘ ด้าน เวลาที่ไปขอความร่วมมือเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นของชาวบ้านในพื้นที่ให้เขาสนับสนุนอย่างเต็มที่ และโดยปกติแล้วโดยนโยบาย ของรัฐบาลแล้วก็กำชับอยู่แล้วว่าผู้ว่าราชการจังหวัดต้องให้ความร่วมมือเรื่องนี้ด้วยครับ ผมขออนุญาตเสนอแค่นี้ครับ ขอบคุณครับ