สุชาติ นวกวงษ์ หารือเรื่องรูปแบบประเทศไทยในอนาคต โดยเสนอให้กำหนดกรอบระยะเวลาการออกแบบประเทศไทย และจัดทำรายละเอียดในแต่ละด้าน โดยใช้เวลา 50 ปีเป็นระยะเวลาสำหรับการกำหนดรูปแบบและวิสัยทัศน์ของประเทศไทย และเสนอให้จัดตั้งคณะกรรมการหรือกรรมาธิการไปรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในแต่ละภาค
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สุชาติ นวกวงษ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๒๑๘ ครับ ขอพูดถึงเรื่องข้อ ๘๔ โดยเนื้อหาแล้ว ผมไม่ได้ติดใจข้อ ๑ ข้อ ๔ และข้อ ๕ แต่ว่าก็ยังคิดไม่ออกนะครับเกี่ยวกับเรื่อง (๒) (๓) แต่เห็นด้วยกับอาจารย์หมอพรพันธุ์ ขออภัยที่ต้องเอ่ยนามนะครับ คือเราจะมองรูปแบบของ ประเทศไทย เรามองคนเดียวคงไม่ได้นะครับท่านประธาน อย่างผมกำหนดสมมุติผมคิดว่า ประเทศไทยในอนาคตอีก ๕๐ ปีข้างหน้า ในสายตาของนายสุชาติ ของอาจารย์สุชาติจะเป็น อย่างไร ผมก็คิดไปนะครับว่าจะต้องเป็นอย่างโน้นเป็นอย่างนี้นะครับ มีภูมิประเทศสวยงาม มีสิ่งแวดล้อมที่ดีผมก็คิดไป แต่ว่าคนอื่นเขาคิดแบบผมหรือเปล่า เพราะฉะนั้นในแง่มุม ของการกำหนดรูปแบบ แล้วก็วิสัยทัศน์มองประเทศไทย มันต้องกำหนดจุดร่วม จุดร่วมนี่ อาจจะกำหนดโดยที่ประชุมนี้ว่าประเทศไทยในอีก ๕๐ ปีข้างหน้า จะมีทิศทางและรูปแบบ ที่ประชาชนสามารถมองเห็นได้อย่างไรนะครับ ผมกำหนดว่า ๕๐ ปีข้างหน้า ซึ่งเวลานั้น ผมก็ไม่อยู่แล้วครับ ท่านประธานครับ และในที่นี้หลายคนก็ไม่อยู่เหมือนกัน แต่ว่าในทิศทาง ของรัฐธรรมนูญก็จะกำหนดไว้ว่าประเทศไทยในอีก ๕๐ ปีข้างหน้านี้จะมีภาพอย่างไร ดังนั้นจึงต้องกำหนดนะครับ คิดว่ากำหนดร่วมกันในที่ประชุม หรือว่าจะกำหนดร่วมกัน เมื่อเวลาเราประชุมด้วยกันก็ได้ครับ กำหนดเป็นระยะไกลที่สุดคือ ๕๐ ปี อันนี้ผมเสนอนะครับ ๕๐ ปี อันนี้เป็นแผนไกลสุดเท่าที่คิดได้นะครับ แล้วก็มีแผนระยะกลางก็อาจจะ ๓๐ ปี แล้วก็ระยะใกล้คือ ๑๐ ปี อย่างนี้เป็นต้นนะครับ นี่คือแผนขั้นที่ ๑ คือจะมองประเทศไทย อย่างไร แล้วก็กำหนดเป้าหมายนะครับ ทีนี้ใครที่จะเป็นคนที่คิดวิธีหาว่าประเทศไทย ควรจะมีรูปแบบแบบไหนนะครับท่านประธานครับ เรามีกรรมาธิการทั้งหมด ๑๘ ชุด คณะกรรมาธิการ ๑๘ ชุดนี้ก็จะมีกรอบความคิดการทำงานที่แตกต่างกัน อย่างเช่น สมมุติผมอยู่ที่กรรมาธิการสิ่งแวดล้อม ผมก็จะมองว่าในอนาคตนี่นะครับ แล้วผมก็จะชักชวน เพื่อนกรรมาธิการในกลุ่มนี้ให้ช่วยกันมองว่าอีก ๕๐ ปีข้างหน้าประเทศไทยในด้าน สิ่งแวดล้อม ควรจะมีรูปร่างหน้าตาอย่างไร แล้วช่วยกันคิดออกแบบและนำเสนอ ต่อที่ประชุม กำหนดกรอบอย่างนี้นะครับ และเวลาเดียวกันทางด้านสาธารณสุข อย่างเช่น คุณหมอพรพันธุ์ เป็นต้น ขออภัยที่ต้องเอ่ยนาม ท่านก็อาจจะไปช่วยกันมองว่า อีก ๕๐ ปีข้างหน้า ประเทศไทยในระบบสุขภาวะที่ดีจะเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นเมื่อกำหนด วิสัยทัศน์ หรือว่าแนวมองของประเทศไทยได้แล้วนะครับ แต่ละด้านก็นำมาเสนอที่นี่ หรือว่าเสนอในที่ประชุม แล้วก็กำหนดเป็นทิศทางร่วมกัน เมื่อกำหนดเป็นทิศทางร่วมกัน เสร็จแล้วนะครับ กรรมาธิการ ๑๘ ด้านนั้นก็ไปจัดทำรายละเอียด การจัดทำรายละเอียดนั้น ก็ต้องใช้เวลา ขณะที่จัดทำรายละเอียดก็ประชุมเรื่องอื่น ๆ ไปด้วย ดังนี้นะครับ ผมคิดว่า เราสามารถที่จะมองเห็นว่าประเทศไทยในอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร เวลาเดียวกันนะครับ เมื่อเรามองเห็นว่าประเทศไทยข้างหน้าในอนาคตจะเป็นอย่างไรแล้ว เราก็เอา ทิศทางเหล่านี้ไปยึดโยงกับประชาชนนะครับ ไปรับฟังความคิดเห็นของเขาด้วยว่าในสายตา ของประชาชนนะครับ อีก ๕๐ ปีข้างหน้า พวกประชาชนทั้งหลายที่อยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ๗๗ จังหวัดนะครับคิดอย่างไร คิดอย่างไร เพราะฉะนั้นผมก็มาคิดถึงข้อ ๓ นะครับ ท่านประธาน ข้อ ๓ ที่บอกว่าต้องมีการรับฟังความคิดเห็นและการส่วนร่วมของประชาชนใน ภาคต่าง ๆ ผมยังคิดว่ามีความจำเป็นในการที่เราจะต้องไปรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เพราะว่าถ้าหากว่าเราไม่รับฟังความคิดเห็นประชาชนนะครับ เท่ากับว่าเราออกแบบ รัฐธรรมนูญอยู่บนขาของเราเองซึ่งไม่ได้ยึดโยงกับประชาชนเลย เพราะฉะนั้นถ้าหากว่า เราบอกว่าภาคมันใหญ่ไป ผมขอเป็นอนุภาคได้ไหมครับ อนุภาคหมายความว่าอย่างไร ในภาคอีสานแบ่งเป็น ๒ อนุภาค คืออนุภาคอีสานตอนบนกับอนุภาคอีสานตอนล่าง ภาคเหนือ ก็เช่นกันครับ ก็จะมีภาคเหนือตอนบน ภาคเหนือตอนล่าง ส่วนภาคกลางก็จะมีภาคตะวันตก ภาคตะวันออกนะครับ ภาคใต้ก็จะมีภาคใต้ตอนบน ตอนล่าง ถ้าหากว่าเราบอกว่าภาคมันใหญ่ไปเราขอเป็นอนุภาค แล้วไปทำการรับฟัง ความเห็นของประชาชนในกลุ่มนั้น ๆ ส่วนจะจัดตั้งคณะกรรมการไปรับฟังหรือว่า กรรมาธิการไปรับฟังอย่างไรนี่นะครับขอให้ที่ประชุมช่วยกันคิดนะครับ ในชั้นต้นนี้ ท่านประธานครับ ผมเห็นว่าเราต้องกำหนดกรอบระยะเวลาของการออกแบบประเทศไทย ให้ชัดเจนก่อน ซึ่งอาจจะไปกำหนดได้เมื่อเวลาประชุมร่วมกันนะครับ ในเบื้องต้นขอคิด เท่านี้ครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ