สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๕ · ๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๗

กอบกุล พันธ์เจริญวรกุล หารือเรื่องการแบ่งแยกภูมิภาคหรือจังหวัดออกเป็นกลุ่มองค์กร เพื่อการทำงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของสภาปฏิรูปแห่งชาติ และเสนอแนวทางในการตั้งอนุกรรมาธิการประจำจังหวัด

นางกอบกุล พันธ์เจริญวรกุล

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน กอบกุล พันธ์เจริญวรกุล จากจังหวัดพระนครศรีอยุธยาค่ะ ดิฉันก็ขออภิปรายในข้อ ๘๔ (๓) จะพยายามอภิปรายว่าเราจะทำให้ข้อนี้เกิดขึ้นจริงได้อย่างไร และจะพยายามไม่อภิปรายว่า แบ่งแยกพวกภูมิภาคหรือว่าจังหวัดออกจากกลุ่มองค์กรอีก ๑๐ หมวด ๑ องค์กรนะคะ คือตรงนี้เป็นเรื่องที่เราพยายามจะดูกัน อาจจะพูดแทนส่วนภูมิภาคอีกหลายจังหวัด ว่าในการที่เราจะมีคณะกรรมาธิการวิสามัญรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วม ทำอย่างไร ถึงจะเกิดขึ้นให้ได้อย่างมีประโยชน์สูงสุด แล้วก็ในขณะที่ว่ากันตามความเป็นจริง แทบทุกจังหวัดตอนนี้ก็ดำเนินการไปแล้ว แต่ว่าต้องอาศัยทุนทรัพย์ส่วนตัวตอนนี้ในการที่จะ ไปจัดเวทีหรือว่าไปจัดประชุม เพราะว่าจะมีกลุ่มขับเคลื่อนหรือว่ากลุ่มผู้ช่วยที่มาจากผู้สมัคร ของจังหวัดประมาณจังหวัดละ ๒๐ คน ๓๐ คน ๔๐ คน ก็จะขึ้นมาเป็นคณะทำงานให้กับ ผู้แทนที่ได้มาเป็น สปช. เสร็จแล้วก็พยายามไปขับเคลื่อนในแต่ละจังหวัด ทีนี้ดิฉันเองก็มี ความคิดเห็นอย่างนี้ค่ะ ถึงแม้ว่าแอดฮอค คอมมิทตี ที่ท่านประธานเลิศรัตน์ได้กล่าวถึง จะไม่จำกัดจำนวน แต่ก็คงเป็นไปไม่ได้ที่คนทั้ง ๗๗ จังหวัดจะมาเป็นแอดฮอค คอมมิทตี ชุดนี้ อย่างไรก็ดีผู้แทนจากสุราษฎร์ธานี ขออนุญาต ที่ได้กล่าวว่าจะขอแยกคณะกรรมาธิการ วิสามัญชุดนี้ออกเป็นอีก ๔ ชุด จำนวนของแต่ละชุดบางภาคอาจจะน้อยไป เช่น ภาคใต้จะมี ๑๔ ท่าน ในขณะที่ภาคเหนือมี ๑๗ ท่าน ตะวันออกเฉียงเหนือ ๒๐ ท่าน ภาคกลางบวก ตะวันออก ๒๖ ท่าน เพราะฉะนั้นด้วยขนาดของภาคที่ก็ไม่เท่ากัน ถ้าต้องมาตั้งเป็นแอดฮอค คอมมิทตีแต่ละคณะ แล้วทุกคนก็เข้าไปเป็นแอดฮอค คอมมิทตี แล้วจะได้ไปตั้งอนุกรรมาธิการประจำจังหวัด กับการที่เรามีผู้แทนเข้ามาอยู่ใน (๓) นี่ชุดเดียว แต่สามารถตั้งอนุประจำจังหวัดได้เกือบทุกจังหวัดสมมุตินะคะ ก็จะเป็น ๗๗ จังหวัด หรือบางจังหวัดเล็กหรือใกล้กัน พื้นที่ใกล้กันอาจจะรวมกัน แต่ในวิธีการทำงานที่ดิฉัน อยากกราบเรียนท่านประธาน แล้วก็กราบเรียนว่าด้วยความเป็นห่วงใยต่อคณะกรรมาธิการ วิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติที่ต้องไปคิดเรื่ององค์ประกอบ จำนวน หรืออำนาจหน้าที่ ของคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ท่านก็จะหาจุดลงตัวทันทีไม่ได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้น ดิฉันก็อยากช่วยคิดเผื่อว่าพวกเราที่มาจากจังหวัดจะช่วยคิดออกในช่วงนี้บ้าง หรือว่าผู้ยกร่าง จะคิดออกบ้าง ในส่วนที่ดิฉันมองเห็นตอนนี้ก็คือว่า แม้ว่าเราจะบอกว่าอาจจะ มีความเหมาะสมให้เปิดเป็นช่องว่างไว้ แต่ในการขับเคลื่อนของการรับฟังความคิดเห็น ซึ่งส่วนกลาง หน้าที่ของคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติจะมีศูนย์รับฟัง ความคิดเห็นตามภาระหน้าที่ในข้อ ๘๓ (๑๐) อยู่แล้ว แล้วให้ศูนย์นี้ส่งข้อมูลให้พวกเรา ที่อยู่ในชุด (๓) คำว่า พวกเรา คือดิฉันเองก็จะสมัครเข้า (๓) นี่ค่ะ แต่ก็ยังไม่รู้ว่าสมัครแล้ว จะได้ไหม แต่สิ่งที่วิสามัญของ (๓) อยากจะทำงานนี้ก็หมายความว่า ทำอย่างไรเราจะ สนับสนุนให้ผู้ที่ต้องไปทำงานอยู่ประจำในจังหวัดมีความสะดวกขึ้นและการประสานงานเป็น ทางการมากขึ้น ซึ่งข้อนี้ดิฉันก็คงจะกราบเรียนท่านประธานในโอกาสต่อไปว่า เช่น อยากให้ ท่านทำหนังสือถึงประธาน กกต. ใหญ่ ประธาน กกต. ใหญ่ทำหนังสือถึงผู้อำนวยการ กกต. ประจำจังหวัดให้เขาเป็นเลขานุการให้เราอะไรอย่างนี้ แต่ประเด็นที่ดิฉันได้รับทราบมา ในการลงพื้นที่ในช่วง ๒ สัปดาห์นี้ก็คือว่าในการทำงานของพื้นที่เราได้แนวร่วม ซึ่งแนวร่วม ตรงนี้มันจะทำให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้น่าจะยืนยาวขึ้น มีอายุยืนยาวขึ้น หรือเป็นฉบับประชาชนมากขึ้น ดิฉันว่าไม่มีข้อเสียอะไรที่เราต้องไปตั้งข้อรังเกียจรังงอนตรงนี้ เพราะเมื่อไรที่เขาเรียกว่ารัฐธรรมนูญฉบับประชาชนมันจะอยู่นาน เพราะเราจะไม่มีการทำ ประชามติของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ค่อนข้างชัดเจนแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าประกาศใช้เลยโอกาส จะใช้ไม่ถึง ๘ ปีก็สูงมากเลย ถ้าหากว่าไม่ได้ทำประชามติและขณะเดียวกันเราไม่มีประชาชน ฐานรากเป็นผู้ที่จะบอกว่าเป็นของเขา เขาเป็นเจ้าของอะไรอย่างนี้ค่ะ เพราะฉะนั้นส่วนที่ ดิฉันเสนอตรงนี้ก็เพื่อให้เห็นว่าในส่วนภูมิภาคหรือจังหวัดในการทำงานครั้งนี้ที่เราเข้ามา เราจะเป็นส่วนเสริมที่จะทำให้จากองค์กรอีก ๑๐ บวก ๑ องค์กรมีฐานรากที่แข็งแรงมากขึ้น อย่างไรก็ตามดิฉันก็ยังคิดไม่ออกว่ามี ๑ ชุด แล้วให้ไปตั้งประจำจังหวัดได้ทั้ง ๗๗ จังหวัด กับ (๓) แยกออกไปเลย เป็น ๔ ภาค ๔ ชุด ส่วนจังหวัดจะไปตั้งอนุแยกหรืออนุรวม เพราะการตั้งอนุ ๗๗ จังหวัด ก็จะมีอนุกรรมาธิการ ๗๗ ชุดใน (๓) ซึ่งดิฉันก็ยังมองไม่ออก เหมือนกันว่าอนุชุดไหนจะมีถึง ๗๗ ชุด เพราะฉะนั้นก็อยากขอกราบเรียนเสนอเพื่อหา แนวทางในข้อนี้ว่าเราจะมีสัก ๒ ชุดได้ไหม คือสมมุติแทนที่จะ ๔ ภาค ๔ ชุด เอาเป็น ๒ ภาค ๑ ชุด พอไหวไหม แล้วตอนไปตั้งอนุประจำจังหวัดรวมตัวกันสักนิดหนึ่ง จังหวัดใกล้เคียงกัน จังหวัดเล็กรวมตัวกันหน่อย อนุจะได้ไม่บานออกไปถึง ๗๗ ชุดอะไรอย่างนี้นะคะ ก็พยายาม จะช่วยหาทางออกอยู่ตอนนี้อย่างไรก็ตามกราบเรียนเสนอท่านประธานไว้เพื่อที่จะบอกว่า ดิฉันเห็นว่า (๓) ต้องปรับเหมือนกันในการเขียนข้อนี้ ไม่ใช่เราจะมารับฟังจากข้อ ๑๐ ของข้อ ๘๓ ทางเดียว เพราะว่ามันต้องเป็นการทำงาน ๒ ทาง ขอบพระคุณค่ะ