โกวิท ศรีไพโรจน์ หารือเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ และเสนอแนะให้มีการยึดโยงกับประชาชน เพื่อให้รัฐธรรมนูญนั้นมีความสมบูรณ์และได้รับการยอมรับจากประชาชน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม โกวิท ศรีไพโรจน์ จากจังหวัดสุราษฎร์ธานีครับ ก่อนอื่นคงจะต้องขอขอบคุณสภา ที่เปิดช่องทางหนึ่งช่องทางที่ให้สมาชิกทางใต้แล้วก็แต่ละภูมิภาคได้เข้าไปมีส่วน ในกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ ข้อบังคับที่จัดทำร่างจากคณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับ การประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาตินั้นเสร็จเมื่อวันศุกร์ ขอประทานโทษคณะกรรมาธิการทุกท่าน ด้วยครับ เนื่องจากว่าผมก็อยู่ด้วยนะครับ ตอนนั้นก็มองยังไม่รอบคอบสักนิดหนึ่ง แต่ว่าเมื่อกลับไปแล้วก็เลยเกิดความรู้สึกว่ายังไม่สมบูรณ์อยู่เล็กน้อยนะครับ ไปนอนคิดอยู่ ๓ วัน เหตุผลนะครับ คือเนื่องจากว่าสภานี้มีหน้าที่ต่าง ๆ ตามมาตรา ๒๗ คือ ๑๐ ด้าน ๑๐ ด้าน บวก ๑ นะครับ คือด้านอื่น ๆ ซึ่งจะต้องดำเนินการทำการปฏิรูป ส่วนที่มาของสภานี้ มาจากสมาชิกประเภทต่าง ๆ ๒ ประเภท คือ ๑. ประเภทที่ทางองค์กรต่าง ๆ ส่งมายัง คณะกรรมการที่คัดเลือกแล้วก็เป็น ๑๗๓ ท่าน ส่วนนอกนั้นก็คือจะสรรหามาจากจังหวัดต่าง ๆ อีก ๗๗ จังหวัด ความยึดโยงระหว่างรัฐธรรมนูญก็ดี กฎหมายก็ดี แนวทางการปฏิรูป ประเทศก็ดี หรือนโยบายของรัฐใด ๆ ต่าง ๆ ก็ดี ต้องยึดโยงกับประชาชน ผมเชื่อว่าท่านผู้ที่ ร่างรัฐธรรมนูญนี้ได้พิจารณาอย่างรอบคอบแล้วครับ แล้วก็เหมาะสมมาก ๆ เหตุผลก็คือว่า ท่านผู้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวนี้ได้ยึดโยงประชาชนจากองค์กรต่าง ๆ ซึ่งเสนอบุคคลต่าง ๆ เข้ามายังคณะกรรมการสรรหานะครับ ก็เท่าที่ทราบกันก็คือ ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ ท่าน แล้วก็คัดมาเหลือ ๕๕๐ ท่าน แล้วก็มาเหลือ ๑๗๓ ท่าน แต่ละท่านนี้จะยึดโยงกับสมาชิก แต่ละองค์กรที่ส่งท่านเข้ามา ส่วน ๗๗ จังหวัดนั้นถึงแม้จะไม่ได้ยึดโยงกับประชาชนโดยตรง เกิดขึ้นเนื่องจากคณะกรรมการสรรหาได้ดำเนินการไปเชิญหรือไปสรรหามาก็ดี แล้วคัดเลือก ให้เหลือ ๕ ท่าน ส่งมาเพื่อจะคัดให้เหลือ ๑ คน ถามว่าพวกเรา ๗๗ จังหวัดนั้นยังไม่ถึงกับว่า ยึดโยงกับประชาชน เพราะฉะนั้นคำถามว่าเมื่อเรามาอยู่ตรงนี้แล้วหน้าที่ที่สำคัญที่สุดก็คือว่า เราจะต้องกลับไปยึดโยงกับประชาชนให้ได้เพื่อการทำหน้าที่ของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาตินั้น จะต้องทำนำมาสู่การยึดโยงที่รัฐธรรมนูญ หรือกฎหมาย หรือแนวทางการปกครองประเทศ นั่นเป็นเรื่องที่สำคัญ อำนาจหน้าที่ของ สปช. นั้นก็ปรากฏตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๑ ละครับ โดยเฉพาะ (๒) เกี่ยวกับการเสนอความเห็นต่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ แล้วก็โดยหน้าที่ที่สำคัญก็คือให้ความเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งร่างรัฐธรรมนูญอย่างที่ ผมเรียนย้ำตลอดเวลาว่าจะต้องยึดโยงกับประชาชน เพราะว่าเป็นสิ่งที่จะต้องดูแลประชาชน เป็นหลักประกันสิทธิเสรีภาพแล้วก็แนวทางของประเทศนี้ นั่นเป็นหลักนะครับ เมื่อเจตนารมณ์ของผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้รับรองในหลักการนี้จึงได้กำหนดให้สมาชิก ๗๗ คน ที่มาจากแต่ละจังหวัดทำหน้าที่คือเป็นตัวเสริมจากสมาชิกซึ่งมาจากองค์กรแต่ละองค์กร และทำให้รัฐธรรมนูญนี้ได้รับการยอมรับจากประชาชนทั้งประเทศอีก ๗๗ จังหวัด เป็นการอุดช่องว่างที่ว่าตัวแทนแต่ละท่านนั้นมาจากองค์กรแต่ละองค์กรไม่ครบถ้วน ทีนี้ผมเอง ผมก็ยังเห็นว่าสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติแต่ละท่านนั้นนะครับ ถึงแม้ว่าเท่าที่ปรากฏอยู่ ท่านเป็นนักปราชญ์ราชบัณฑิตเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ แต่ละท่านผมไม่ติดใจเรื่อง ความรู้ความสามารถ แต่อย่างไรก็ตามการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญนั้นก่อนที่จะนำสิ่งใดเข้าสู่ รัฐธรรมนูญคงไม่ใช่ตัวท่านเพียงลำพัง ทุกสิ่งทุกอย่างควรจะรับฟังเสียงประชาชนแต่ละด้าน ซึ่งอาจจะมีความเห็นพ้องกันหรือขัดแย้งกัน แล้วท่านก็มาพิจารณาหาจุดสมดุล เพื่อที่จะให้ ประชาชนทุกคนในประเทศนี้ หรือประชาชนส่วนใหญ่นี้ยอมรับในรัฐธรรมนูญฉบับนี้นะครับ ทั้งนี้ ร่างข้อบังคับฉบับนี้เป็นการนำรัฐธรรมนูญนั้นมาสู่แนวการปฏิบัติ ถ้าหากว่าข้อบังคับ ของสภานี้ไม่เอื้อต่อการปฏิบัติให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ การดำเนินกิจการต่าง ๆ ที่จะประกอบให้เกิดความชอบธรรมในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญนั้นก็อาจจะไม่สมบูรณ์ การจัดทำข้อบังคับในหลายเรื่องผมก็ได้ปรึกษาผู้ใหญ่หลาย ๆ ท่าน ท่านก็บอกว่า ถ้าอย่างไรก็ให้ผ่านไปก่อนก็จะดี เนื่องจากว่าเราจะได้ทำงานกันได้นะครับ วันนี้ก็เหลือ อยู่เพียง ๔๖ วันแล้วที่สภานี้จะต้องเสนอความเห็นต่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ แต่ว่าเมื่อพิจารณาโดยรวมแล้วครับ ท่านครับหากการรับฟังเสียงประชาชนไม่รอบคอบ ไม่รัดกุมหรือไม่ครอบคลุมก็จะได้รัฐธรรมนูญที่ทุกคนยอมรับโดยยาก ทีนี้นะครับ