สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๒ · ๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๗

อมร วาณิชวิวัฒน์ กล่าวถึงความไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับการรับบุคคลภายนอกเป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ

นายอมร วาณิชวิวัฒน์

ขอบพระคุณท่านประธานที่เคารพครับ ผม อมร วาณิชวิวัฒน์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติด้านการเมือง ต้องกราบขออภัยที่อาจจะ แนะนำตัวยาว แล้วก็อาจจะไม่ตรงกับความเห็นของท่านสมาชิกบางท่าน แต่ว่าก็ยังคงถือว่า เรื่องของการแนะนำตัวนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญ แล้วก็ผมมองว่าเป็นการแสดงความรับผิดชอบ ต่อการที่เราจะพูดในเรื่องต่าง ๆ ต่อที่ประชุมสาธารณะ ผมเองกราบขออภัยด้วย จริง ๆ แล้ว มีความตั้งใจจะกล่าวถึงความไม่เห็นด้วยกับข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอของกรรมาธิการชั่วคราว ที่ได้มีการประสานกิจการของสภามาแล้วก็ได้ลงความเห็นกันว่าจะเอาบุคคลภายนอกจำนวน ๕ ท่านด้วยกัน โดยเนื้อหาหลัก ๆ ที่บรรดาท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่านได้กล่าวถึงเป็นเรื่อง สำคัญ ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสงสัย หรือการมีธงเกี่ยวกับเรื่องของที่มาบุคคลภายนอก ซึ่งอาจจะทำให้เกิดประเด็นข้อครหาต่าง ๆ นั้นผมก็เห็นด้วยนะครับ ซึ่งประเด็นดังกล่าว เมื่อสมาชิกได้มีการพูดไปแล้วก็จะไม่ซ้ำความตรงนั้น แต่จะขอถือโอกาสกระชับเวลาแล้วก็ ไม่กินเวลาบรรดาสมาชิกผู้ทรงเกียรติมากนัก โดยจะขออนุญาตกล่าวถึงภาพรวมนะครับว่า ในการประชุมของทางด้านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติด้านการเมืองนั้นได้มีการหารือ กันภายใน และผมก็ขอกราบเรียนด้วยความเคารพที่จำเป็นจะต้องเอ่ยนามท่านอดีตประธาน ชัย ชิดชอบ ซึ่งได้กล่าวในที่ประชุมเป็นเรื่องที่น่ายกย่องอย่างมาก เพราะว่าท่านก็มีที่มาจาก พรรคการเมือง แต่ว่าในการประชุมครั้งหนึ่งท่านก็ได้พูดในที่ประชุมชัดเจนว่า แม้ว่าท่านจะมา จากพรรคการเมืองแล้วก็มีคุณสมบัติ มีประสบการณ์ทุกอย่างเพียบพร้อม แต่ว่าในเรื่องของ การเป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนั้นท่านขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่ขอเข้าร่วม แต่ว่าหากจะเป็น เรื่องใดที่เป็นเรื่องที่ทางสมาชิกจะขอคำปรึกษาแนะนำนั้นก็เป็นสิ่งที่ท่านมีความยินดี ซึ่งตรงนี้ก็สะท้อนให้เห็นว่าที่มาของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติที่พวกเรากำลังประชุมกันอยู่นี้ มีที่มาหลากหลาย มีตัวแทนพรรคการเมืองอย่างน้อย ๆ ที่ผมพอจะมองเห็นอยู่ก็ ๔-๕ พรรค ด้วยกัน อาจจะไม่เป็นพรรคใหญ่ที่มีข่าวตามสื่อมวลชนต่าง ๆ แต่ว่าตัวแทนที่มาจาก พรรคการเมืองนั้นมีแน่นอนครับ แล้วกรอบเวลาที่บรรดาสมาชิกหลาย ๆ ท่านกังวลนั้น ก็เป็นเรื่องจริง เพราะกรอบเวลาที่เราคิดว่าจะเป็นวันที่ ๔ ซึ่งจะต้องมีกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญแน่ชัดแล้วว่าจะมีผู้ใดบ้างนั้น ถ้าหากเรายังคุยกันอยู่ไม่รู้เรื่องนี่นะครับ หรือไปตั้งธงเอาไว้ล่วงหน้าว่าจะเป็นใคร อย่างไร แน่นอนความวุ่นวายต่าง ๆ ก็จะเกิดขึ้น ผมคิดว่าเราไม่ได้รังเกียจคนที่เราอาจจะเรียกเขาว่าเป็นบุคคลภายนอก แต่เราคงมีความกังวล ในหลาย ๆ เรื่อง แล้วก็เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญก็คงจะตรงกับท่านอาจารย์เสรีที่พูดไว้ว่า การมี ๒๐ คน แล้วก็ไม่กล่าวให้แน่ชัดไปว่าทำไมจะต้องไปเอาบุคคลข้างนอกด้วยนั้น ก็คงจะเป็นเรื่องสาระสำคัญเกี่ยวกับเงื่อนไขต่าง ๆ ที่ทางผู้ร่างรัฐธรรมนูญนั้นอาจจะมีความกังวลว่า เมื่อมีการเปิดให้มีการรับสมัครบุคคลที่เป็น สปช. มาเป็นกรรมการหรือว่ากรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญนั้นอาจจะไม่ครบตามจำนวน ด้วยเหตุหลาย ๆ ด้านด้วยกัน เพราะฉะนั้น โดยส่วนตัวของผมเองนี่จึงมองเห็นว่า ในวันนี้แม้กระทั่งเรื่องของโควตาที่มาจากสัดส่วนต่าง ๆ ของด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการเมือง ด้านการสื่อสาร ด้านสังคม ด้านอะไรก็แล้วแต่นี่นะครับ ถ้าหากจะมีการกำหนดกะเกณฑ์ไปว่าจะต้องมาด้านละกี่คนต่าง ๆ นี่มันก็คงจะเป็นเรื่องที่เถียงกัน ไม่จบ เพราะว่าที่มาของแต่ละด้านก็เหมือนอย่างที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติเมื่อสักครู่ ได้มีการพูดถึงว่า ในด้านต่าง ๆ ที่จะมาสมัครนี่มีคู่แข่งขันมากมาย แล้วท่านทั้งหลาย ก็คงทราบว่าการแข่งขันของแต่ละด้านเรานี่ที่น่าเห็นใจที่สุด อย่างด้านการศึกษามีจำนวนมาก ถึงประมาณ ๑,๐๐๐ กว่าคน หรือ ๑,๐๐๐ คน เท่าที่ผมทราบ แต่ถ้าหากจะมากำหนดจำนวน สมาชิกให้เขาได้มีผู้แข่งขันเข้ามาเพียง ๑ คน แล้วก็เท่าที่ทราบมาสมาชิกที่ได้รับการเสนอชื่อ ที่มีการซาวเสียงเมื่อเช้ากันไปเมื่อประมาณ ๐๙.๐๐ นาฬิกา บางท่านก็ยังมีความเข้าใจผิด คิดว่าเมื่อตัวแทนที่สังกัดท่านได้เสนอชื่อท่านแล้ว ก็หมายความว่าท่านจะได้เป็นสมาชิกหรือว่า จะได้เป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญอย่างแน่ชัดแล้ว ซึ่งไม่เป็นความจริง คือถ้าหากเรา เปิดกว้างนี่ผมคิดว่าท่านที่เข้าใจอย่างนั้น ท่านอาจจะได้ประมาณ ๑๕ เสียง ๑๔ เสียง ๑๓ เสียง ตามมติของสังกัดที่ท่านได้ถูกเสนอชื่อ แต่โดยส่วนตัวแล้วอยากจะให้เปิดกว้าง ส่วนกรรมวิธี ที่จะมีการคัดสรรบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญจะเป็นเช่นไรนั้น ก็คงจะเปิดโอกาสให้สมาชิกได้แสดงความคิดเห็น เพราะฉะนั้นในเบื้องต้นผมขออนุญาต ขอบพระคุณทางกรรมาธิการที่ได้มีการไปแสวงหาแนวทางต่าง ๆ มา แล้วก็แม้ว่า ๑๕ บวก ๕ ที่มีการนำเสนอมาโดยการพิจารณาจากเสียงส่วนใหญ่ที่ผมประเมินโดยคร่าว ๆ แล้วนี่อาจจะ ไม่เห็นด้วยเป็นส่วนใหญ่ก็ตาม แต่ผมก็ถือว่าท่านทั้งหลายได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ แล้วก็ต้องขอกราบขอบพระคุณผ่านท่านประธานมา ณ ที่นี้ด้วย ขอขอบพระคุณครับ