กิตติ จี้รัฐพิสูจน์สิทธิที่ดินชาวมอแกน-ชาวประมง ลดความขัดแย้งเกาะ 52 เกาะ

สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๑๓ · ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๗

กิตติ โกสินสกุล หารือปัญหาชาวประมงในพื้นที่หมู่เกาะ 52 เกาะและอุทยานแห่งชาติ โดยเล่าประสบการณ์กรณีเจ้าหน้าที่จับอวนลอยของตาแก่ และเรียกร้องให้กำหนดจุดจอดเรือชัดเจนเพื่อลดความเสียหายต่อปะการังและการประมง รวมถึงเสนอให้ทำประชาพิจารณ์โดยต้องมีส่วนได้เสียร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างแท้จริง นอกจากนี้ กิตติ โกสินสกุล ยังหารือเรื่องความไม่เป็นธรรมต่อชาวมอแกนและชาวบ้านในพื้นที่อุทยานจังหวัดตราด โดยเรียกร้องให้ภาครัฐพิจารณาพิสูจน์สิทธิที่ดินผ่านภาพถ่ายทางอากาศเพื่อให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรม

นายกิตติ โกสินสกุล

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ กระผม นายกิตติ โกสินสกุล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ จากจังหวัดตราด ท่านประธานครับ ที่เขาบอกทะเลไม่เคยหลับไหล ผมเองนั้นก่อนที่จะได้ มาเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติเป็นนายกสมาคมการประมง แล้วก็อย่างอาจารย์ธรณ์นี่ ก็เป็นที่รู้จักกันดี แต่วันนี้สิ่งที่คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้มีการ นำเสนอในเรื่องของการยกทะเลอันดามันเป็นมรดกโลก ถึงแม้จะมีเวลาทำงานอยู่ อีกนานหลายปีก็ตาม แต่ก็สบายใจอยู่นิดหนึ่งที่ท่านอาจารย์ธรณ์บอกว่าไม่กระทบ แล้วก็ไม่เสีย ประโยชน์ในส่วนของชาวประมงนะครับ ผมเห็นด้วยนะครับกับการที่จะทำอะไรก็แล้วแต่ ที่มันเป็นประโยชน์ของชาติและของประชาชน แล้วสิ่งที่ผมได้คาดหวังที่สุดก็คือผู้ที่ได้มี ส่วนเกี่ยวข้อง ผู้ที่ได้มีส่วนร่วมในการทำงานในครั้งนี้มีใจเป็นกลาง ได้มีการพูดจาก ท่านสมาชิกหลายท่านเกี่ยวกับเรื่องเครื่องมือทำการประมง และประเด็นต่าง ๆ ที่ได้ พูดกันมา อาทิเช่นอาจารย์เจิมศักดิ์ หลายประเด็นที่ท่านได้ถามไปก็เป็นเรื่องที่ผมอยากถาม ก็ไม่หยิบมาถามเพื่อจะไม่ซ้ำ ท่านโกวิทก็ได้พูดไปแล้วในบางเรื่องที่ผมจดไว้ ผมก็ไม่เอามา ใช้ต่อเดี๋ยวจะซ้ำ ส่วนหนึ่งที่ผมอยากจะเรียนด้วยความเป็นห่วงว่าที่ไม่เคยได้คุยกันคือ เรื่องของในเมื่อประกาศเป็นบัฟเฟอร์ โซน ในส่วนของ ๓,๐๐๐ เมตร ผมเข้าใจว่าใน พ.ร.บ. ประมง มาตรา ๓๒ (๑) ถึง (๔) ประกาศชัดเจน ประกอบกับ พ.ร.บ. ของอุทยาน ก็ชัดเจน ในส่วนตรงนี้ชัดเจนว่าเครื่องมือทำการประมงที่มีขีดการทำลายสัตว์น้ำอย่างรุนแรง อย่างเช่น อวนลาก อวนรุน ไม่เข้าไปทำแน่นอน ถ้าจะเข้าก็คือเข้าในกรณีลักลอบอันนี้เป็นเรื่องจริง แต่อยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการคณะนี้นิดหนึ่งว่า พื้นที่ทำ การประมงในพื้นที่อันดามันจะต่างกับพื้นที่อ่าวไทย เพราะเนื่องจากพื้นที่อันดามันนั้น เป็นพื้นที่เป็นไหล่ทวีป ออกห่างจากฝั่งไม่มาก ปริมาณหรือความลึกของน้ำก็จะลึกมาก การทำการประมงในส่วนของเครื่องมือที่ทำการประมงน้ำลึกมีน้อย เพราะฉะนั้นในส่วนตรงนี้ ก็จะไม่มีผลเท่าไรในเรื่องของการทำประมง ส่วนที่ผมเป็นห่วงมาก ๆ ว่าทะเล คำว่า ทะเล ก็คือมี คลื่นลม ยามที่มรสุมตะวันตกก็คือเดือนเมษายนถึงเดือนตุลาคมจะเป็นมรสุมตะวันตก แล้วก็จะมีความรุนแรง แต่มีเครื่องมือประมงชนิดหนึ่งที่สามารถทำการประมงในเวลาที่มี คลื่นลมหรือมีคลื่นที่มีความสูงไม่เกิน ๒ เมตร สามารถทำการประมงได้ แต่หากว่าเกิด ในกรณีมีพายุรุนแรงและจะต้องอาศัยเกาะเป็นที่กำบังคลื่นลม เรือประมงสามารถจอดได้ไหม ในเขตพื้นที่ บัฟเฟอร์ โซนที่ท่านประกาศ หรืออาจจะประกาศในอนาคต ซึ่งในอดีตที่ผ่านมา เราอาศัยพื้นที่เหล่านั้นหรืออาจจะใกล้กว่านั้นเป็นการจอดเพื่อบังคลื่นลม หรือบางครั้ง อาจจะมีเกิดการชำรุดเสียหายโดยอุปกรณ์เครื่องมือหรือเครื่องยนต์ จำเป็นจะต้องใช้พื้นที่ ที่บังคลื่น บังลมในลักษณะที่เป็นเรือไม่มีคลื่นไม่มีลมเขย่า คือเรือนิ่งในภาษาชาวประมง สามารถที่จะแก้ไขหรือซ่อมแซม หรือสามารถที่จะขนถ่ายสินค้าสัตว์น้ำไปยังเรืออีกลำหนึ่ง ซึ่งสามารถดำเนินการหรือว่าเดินทางเข้าฝั่งได้โดยง่าย อันนี้คือ ๑ ประเด็นที่ฝากไว้

ส่วนของประสบการณ์ในการที่ผมอยู่ในพื้นที่หมู่เกาะ ๕๒ เกาะ คือเกาะช้าง แล้วก็เป็นพื้นที่ที่พี่น้องชาวประมงก็ต้องเรียนตามตรงว่ามีความเศร้าใจในหลาย ๆ เรื่อง ต้องขออนุญาตพูดถึงอุทยานสักเล็กน้อยนะครับ จะเป็นเหมือนกันไหมถ้าเมื่อถึงตอนนั้นแล้ว เรือประมงโดยตาแก่คนหนึ่งอายุ ๗๐ ปี มีอวนลอยอยู่ มีความยาวประมาณสัก ๔๐ เมตร อวนกองอยู่บนเรือแล้วพายเรือออกไปข้างเกาะ เจ้าหน้าที่อุทยานไปจับ ท่านนึกภาพสิครับ ว่าสิ่งเหล่านั้นมันเจ็บปวดสำหรับชาวประมงที่อาศัยในพื้นที่ตรงนั้นมาตลอดทั้งชีวิตมากน้อย ขนาดไหน ผมไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิด

ส่วนเรื่องประเด็นการพูดท้วงติงประเด็นในเรื่องของทุจริตหรือไม่ทุจริต หรืออะไรก็ตามที่ท่านสมาชิกได้กรุณาพูดไปแล้วนั้นไม่ซ้ำ สิ่งที่ผมอยากจะนำเรียน อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องการกำหนดจุดจอดเรือให้ชัดเจน ตรงนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก เมื่อสักครู่ ท่านกรรมาธิการได้กรุณาพูดถึงเรื่องการฟอกขาวของปะการัง มันไม่ใช่เพียงการฟอกขาวของ ปะการังที่เสียหาย มันเสียหายกับการจอดเรือก็มากมาย เสียหายจากคนที่ดำน้ำก็มาก การดำน้ำก็มีหลายรูปแบบ หลายระดับ วันนี้หากมีการสร้างจุดจอดให้ชัดเจนและมีการ กำหนดเป็นข้อบังคับหรือระเบียบ คำสั่ง ให้ชัดเจน ก็คิดว่าไม่น่าจะเกิดผลกระทบในเรื่องของ ประมงในพื้นที่อันดามัน สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการสอบถามหรือการทำประชามติ หรือทำประชาพิจารณ์ในส่วนของประชาชนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่นั้น ๆ ผมมีประสบการณ์นิดหนึ่ง เคยมีการทำประชาพิจารณ์ในเรื่องของพื้นที่ประกาศเขตหวงห้าม ในการทำประมง แต่การใช้หลักของการทำประชาพิจารณ์จะต้องมีส่วนได้เสียมาร่วมในการ ให้ความคิดเห็นหรือแสดงความคิดเห็น แต่ที่ผ่านมาผมเห็นว่าส่วนที่มีส่วนได้เสียมิได้มาร่วม อันนั้นเป็นส่วนของประสบการณ์ของผม ผมมีความเป็นห่วงว่าอย่าให้เกิดเหตุการณ์อย่างนั้น แล้วถึงเวลาแล้วมันจะทำให้การเดินของการทำงานครั้งนี้สะดุดด้วยข้อโต้แย้ง หลาย ๆ ประการนะครับ

ส่วนประเด็นสุดท้าย ก็คงเหลือสั้น ๆ แล้ว ก็คือเรื่องของที่สักครู่ ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ได้กรุณาพูดถึงชาวมอแกนที่เขตพื้นที่อุทยานไปทับที่อยู่อาศัย ต้องขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านคณะกรรมาธิการและผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น ผู้บังคับใช้กฎหมายก็ดี หรือผู้ที่กำลังร่างแล้วเพื่อให้เกิดกระบวนการนั้นครบแล้วออกมาใช้ คือเรื่องของให้ความเป็นธรรมกับพี่น้องประชาชน ผมเห็นหลายเคส (Case) ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่บนบกหรือพื้นที่บนบกแต่เรียกว่าเกาะในทะเล ยกตัวอย่างง่าย ๆ ในหมู่เกาะที่จังหวัดตราด นายทุนหรือผู้มีอำนาจไปบุกรุกพื้นที่ซึ่งเป็นทรัพย์สินของ ประเทศชาติ แต่คนที่ได้มาซึ่งพื้นที่อย่างชอบธรรมและถูกต้องตามกฎหมาย ก่อนที่จะมี ประกาศกฎหมายอุทยานกลับถูกเจ้าหน้าที่อุทยานดำเนินการจับกุม อันนี้มิได้เป็นการพูดให้ใคร แต่เป็นการพูดด้วยมีความเป็นกลางอยากให้สังคมดีขึ้น หลายพื้นที่เป็นอย่างนี้ รวมถึงพื้นที่ บนบกก็เช่นกัน ขอสักนิดหนึ่งเมื่อปี ๒๕๓๒ เดิมทีนั้นอยู่กันมาเป็นเวลาหลายสิบปีในพื้นที่ ของจังหวัดตราด ขอกลับไปนิดหนึ่งนะครับ ไปจังหวัดผมนิดหนึ่ง ซึ่งมันก็จะเชื่อมโยงกับ ในเรื่องของกฎหมายป่าไม้หรืออุทยาน ฯพณฯ ท่านได้เสียชีวิตไปแล้วก็ไม่ต้องไปพูดถึงท่าน หรอกครับ ช่วงนั้นท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อยู่ ปรากฏว่าตื่นเช้ามา มีเขตปัก ประกาศว่าเป็นเขตป่าในพื้นที่ชาวบ้าน คืออยากยกให้เห็นนิดเดียวว่า วันนี้การปฏิรูปประเทศหรือการทำให้ความเป็นอยู่หรือทำให้สังคมลดความเหลื่อมล้ำ หรือให้ความเป็นธรรมกับพี่น้องประชาชน ครั้งนี้เป็นครั้งที่เรียกได้ว่าเป็นโอกาสดีที่สุด เป็นไปได้ไหมครับ นอกจากการที่จะทำในเรื่องของมรดกโลกแล้ว ควรที่จะทำในเรื่องของ การที่จะให้บุคคลที่ได้เสียโอกาส โดยส่วนภาครัฐนั้นไปประกาศทับเขาในเรื่องของที่ดิน ทั้งเกาะและทั้งบนฝั่งให้เขาได้รับความเป็นธรรม โดยการให้เขาพิสูจน์สิทธิ พื้นที่เหล่านั้น มีภาพถ่ายทางอากาศอยู่แล้ว มีผู้เชี่ยวชาญที่สามารถอ่านภาพถ่ายทางอากาศนั้นเก่ง ๆ ก็หลายคนในประเทศไทย ก็อยากจะขอให้ท่านเก็บตรงนี้ไปพิจารณาสักนิดหนึ่งนะครับ

สุดท้ายสนับสนุนครับ สนับสนุนว่าการอนุรักษ์ในทรัพยากรทะเลหรือว่า การอนุรักษ์สิ่งที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติและยังไม่มีใครเห็นอีกหลายคน ให้คงสภาพดีเหมือนเดิม ประกอบกับการอนุรักษ์นั้นจะส่งผลให้ปลาหลายชนิดที่มีโอกาสได้สืบพันธุ์ ผสมพันธุ์ และขยายการเจริญเติบโต ทำให้เราจะได้หวงสิ่งเหล่านี้ไว้ให้ลูกหลานหรือเยาวชน หรือนักวิชาการรุ่นหลังได้มีโอกาสเก็บรายละเอียดของสิ่งเหล่านี้ไว้เป็นมรดกต่อไปในอนาคต ขอบคุณครับท่านประธาน