สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๑๓ · ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๗

หาญณรงค์ เยาวเลิศ อภิปรายเรื่องการขึ้นทะเบียนฝั่งอันดามันเป็นมรดกโลก และเรียกร้องการพิจารณาถึงสิทธิของชนกลุ่มดั้งเดิมและชนกลุ่มน้อยที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นั้น นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการอนุรักษ์มรดกโลกอันดามันและเรียกร้องการดำเนินการเพิ่มเติม เช่น การสร้างท่าเรือที่เกาะลันตาและจังหวัดตรัง เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเสนอเป็นมรดกโลก

นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ

ขอบคุณครับท่านประธาน ผม หาญณรงค์ เยาวเลิศ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาตินะครับ ที่ลุกขึ้นยืนเพราะว่าจะอภิปรายสนับสนุนกรณี ของการขึ้นทะเบียนฝั่งอันดามันเป็นมรดกโลกนะครับ แต่ว่ามีข้อความเห็นเพิ่มเติมแล้วก็ บางประเด็นผมเข้าใจว่าสมาชิกบางท่านได้อภิปรายไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของมอแกน ซึ่งผมเข้าใจว่าตอนที่เสนอเป็นเอกสารเราไม่มีชาติพันธุ์ซึ่งอยู่ในเขตอันดามัน ซึ่งถือว่าเป็น ชาติพันธุ์หนึ่งซึ่งอาจจะแตกต่างออกไปและมีลักษณะเด่นเฉพาะ ฉะนั้นถ้าจะดูกรณีของการขึ้นทะเบียนมรดกโลกของประเทศอื่น ผมยกตัวอย่างเช่น เคนยา มีกลุ่มชาติพันธุ์พวกมาไซซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยซึ่งอยู่ในเขตนั้น สุดท้ายเวลาขึ้นแล้วไม่มีสิทธิไป ไล่เขาออกนะครับ ฉะนั้นชนกลุ่มน้อยหรือชนกลุ่มดั้งเดิมซึ่งเป็นถือเป็นชาติพันธุ์หนึ่ง ในเขตพื้นที่ที่ขึ้นมรดกโลกสมควรที่จะให้เขาอยู่ตามธรรมชาติแบบเดิม ไม่สมควรไปไล่ เขาออก เพราะผมเข้าใจว่ามีหลายพื้นที่ที่มีการประกาศเป็นมรดกโลก เช่น กรณีของเขาใหญ่ ทับลาน ตาพระยานี่นะครับ พอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกและไปไล่ชาวบ้านออก ที่จริงที่ไป ไล่ออกเพราะอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ แต่ไปอ้างว่าเป็นเพราะมรดกโลกและต้องไปไล่ออก ฉะนั้นผมคิดว่าประเด็นเรื่องมอแกนซึ่งหลายท่านอธิบายมีตั้งแต่ระนอง พังงา จนถึงภูเก็ต นี่นะครับ สมควรที่จะดูแลเขาให้เหมือนกับที่เขาเคยอยู่แบบเดิม อันนี้เป็นสิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่า อยากจะท้วงติงไว้ และอยากจะเพิ่มเติมในข้อมูลนะครับ

ข้อที่ ๒ ผมเข้าใจว่าในเขตอันดามันมีประกาศเป็นแรมซาร์ไซต์ รวมทั้งหมด ประมาณ ๕ แห่งตามอนุสัญญาแรมซาร์ (Ramsar) ซึ่งเราเข้าเป็นภาคีเมื่อวันที่ ๑๓ กันยายน ปี ๒๕๔๓ ซึ่งประกอบด้วยปากน้ำกระบุรีของจังหวัดระนอง แล้วก็อุทยานแห่งชาติแหลมสน ปากน้ำกะเปอร์ อ่าวพังงา หมู่เกาะพระทอง แล้วก็ปากน้ำกระบี่ แล้วก็ปากน้ำตรัง รวมทั้งหมด ๕ แห่ง ที่จริงเหลืออยู่นิดเดียวที่ไม่ได้ประกาศ คือที่หมู่เกาะตะรุเตา คือตั้งแต่ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตราจนถึงตะรุเตา ถ้าประกาศอีก ๑ แห่งก็จะครบอุทยานทั้งหมด ในฝั่งอันดามันถือว่าเป็นแรมซาร์ไซต์ อันนี้คือตามอนุสัญญาแรมซาร์

อีกอันหนึ่ง มีข้อตกลงเขาเรียกปฏิญญาอีกอันหนึ่ง ก็คือว่าด้วยพื้นที่สงวน ชีวมณฑลที่จังหวัดระนอง ฉะนั้นถ้าถามว่าในฝั่งอันดามันมีอนุสัญญาที่เกี่ยวข้องแล้ว อย่างน้อย ๒ ฉบับ แต่ว่าถ้าพูดเรื่องมรดกโลกด้วย ผมคิดว่าสิ่งหนึ่งที่อยากต้องคำนึงก็คือว่า การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจะต่างกับการขึ้นทะเบียนเป็นแรมซาร์ไซต์ มรดกโลกถ้าเสื่อม หรือท่านไม่สามารถปฏิบัติได้ตามกติกาที่ว่าในอนุสัญญาจะต้องถูกถอนจากอนุสัญญา ถือว่าเป็นเรื่องเสื่อมเสียของประเทศไทยในการที่ไม่ได้ปฏิบัติตามอนุสัญญา แต่กรณีของ แรมซาร์ไซต์ ถ้าไม่ได้เป็นไปตามนั้นหรือเป็นพื้นที่ที่เสื่อมเสีย หรือเป็นพื้นที่ที่เสื่อมโทรม เขาจะมีเงินกองทุนที่ให้มามีการฟื้นฟู ฉะนั้น ๒ อนุสัญญานี้จะต่างกัน ยกตัวอย่างกรณีของ การขึ้นทะเบียนมรดกโลกของเขาใหญ่ ทับลาน ปางสีดา และตาพระยา เมื่อการประชุม วันที่ ๑๐-๑๗ มิถุนายน ปี ๒๕๔๗ นี่นะครับ วันนี้ ๑๐ ปีแล้ว เราบอกว่าเมื่อขึ้นแล้วเราจะ ประกาศเขาใหญ่กับทับลานเป็นพื้นที่เชื่อมหรือคอร์ริดอร์ (Corridor) ในถนนเส้น ๓๐๔ วันนี้ ๑๐ ปีแล้วครับ เราไปรับปากเขาว่าไม่เกิน ๕ ปี แต่วันนี้ ๑๐ ปีแล้วเรายังไม่ได้ทำ ฉะนั้นผมคิดว่ากรณีของอันดามันสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือว่าหน่วยงานราชการจริง ๆ จะต้อง ร่วมมือกันในการทำงานที่เรียกว่าบูรณาการ บ้านเราไม่ได้บูรณาการจริง ฉะนั้นถ้าถามว่า มีความสำคัญอะไรที่จะต้องเสนอในช่วงนี้ ผมคิดว่ากรณีของถนนเส้น ๓๐๔ แบบนี้ เสร็จมาแล้วตั้ง ๗-๘ ปี ศึกษาเสร็จแล้วเป็น ๗-๘ ปี กรณีของอันดามันศึกษาแล้วศึกษาอีก ข้อมูลมีเกือบพร้อม ถามว่าช่วงแรกที่ไม่พร้อมเพราะว่า ๑. ต้องไปศึกษาเพิ่มเติม ฉะนั้นในอุทยานทั้งหมดมีการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจนทำให้มีเวลาล่วงเลยมาถึง ๑๐ ปี ฉะนั้นถ้าถามว่าเมื่อประกาศแล้วสำคัญตรงไหน ที่จะต้องดำเนินการก็คือว่าอุทยาน ไม่ใช่วางแผนแต่เรื่องการท่องเที่ยว บริการนักท่องเที่ยว ไม่ว่าสิมิลันหรือสุรินทร์ก็ตาม จะต้องมีฝ่ายหนึ่งที่ดูชัดเจนก็คือเรื่องของการศึกษาวิชาการ เช่น เรื่องปะการัง เรื่องสัตว์ป่า เรื่องสัตว์น้ำ และรวมถึงระบบนิเวศอื่นด้วย อันนี้ต้องควบคู่กันไป เพราะที่ผ่านมาเราให้ ความสำคัญกับการบริการนักท่องเที่ยวมากเกินไปจนละเลยข้อมูลทางวิชาการ ซึ่งเป็นข้อมูล พื้นฐานของอุทยานแต่ละอุทยาน ฉะนั้นผมคิดว่าถ้าเราทำทั้ง ๓-๔ อย่างนี้ได้ครบนี่นะครับ แล้วก็ในอนาคตข้างหน้าต้องมีคณะกรรมการที่ชัดเจน แล้วก็ถามว่าทำไมลิสต์มันถึงช้า การขึ้นทะเบียนต้องขึ้นลิสต์ไว้ก่อน แล้วก็ไปดูความพร้อมว่าข้อมูลมีครบแค่ไหน เมื่อมีข้อมูล ความพร้อมแล้วค่อยผลักดันเป็นจังหวะไปตามคณะกรรมการมรดกโลกประเทศไทยเป็นคน กำหนด ฉะนั้นผมคิดว่าทั้งหมดนี้จะทำให้สมบูรณ์ได้ผมว่าข้อมูลเหล่านี้จะต้องมี แล้วข้อมูล เหล่านี้มีมันจะทำให้สิ่งที่ดำเนินการข้างหน้าจะต้องมีการวางแผนร่วมกัน และไม่ใช่มานิ่งเฉย ฉะนั้นกรณีตัวอย่างของเขาใหญ่นี่เป็นตัวอย่างที่ผมคิดว่าสมควรที่จะเป็นอุทาหรณ์ สำหรับกรณีของการขึ้นทะเบียนของอันดามันเป็นมรดกโลก ถ้าอย่างนั้นถ้าเราถูกถอน มันก็จะไม่คุ้มนะครับ

อีกอันหนึ่งที่สำคัญก็คือว่า เขาใหญ่ที่ช้า ถามว่าเขาใหญ่เป็น ๑๐ ปีไหม เขาใหญ่นี่มากกว่า ๑๐ ปีนะครับ เกือบ ๒๐ ปี ๑. เขาถามว่าเมื่อขึ้นแล้วคุณจะสร้างเขื่อน ในเขตเขาใหญ่ไหม อันนี้คนที่เล่า ผมคงยกว่าคนที่เล่าคืออาจารย์อดุล วิเชียรเจริญ เป็นกรรมการมรดกโลกที่ไปเจรจากับเขา อาจารย์อดุลก็บอกว่าไม่สร้างเขื่อนเหวนรก แต่มาสร้างเขื่อนท่าด่านซึ่งไม่ได้กระทบต่อเขาใหญ่ซึ่งเป็นพื้นที่หลักแล้ว อันนี้คือสิ่งยืนยันที่ เขาจะขึ้น ฉะนั้นถามว่าฝั่งอันดามันมีโครงการท่าเรือปากบาราตกลงจะทำไหม ท่าเรือที่ เกาะลันตาจะทำไหม ที่จังหวัดตรังจะเพิ่มอีกไหมท่าเรือ สิ่งเหล่านี้ต้องตอบนะครับ ถ้าการเสนอครั้งนี้ของคณะกรรมาธิการปฏิรูปไปสู่รัฐบาล ผมว่าทั้งหมดนี้จะต้องเคลียร์ก่อน นะครับ แล้วตอบเขาได้ ถ้าตอบไม่ได้ก็จะถูกเอกสารตอบโต้กลับไปกลับมาเป็นปีเหมือนกัน ฉะนั้นผมคิดว่าทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ต้องเป็นความพร้อม ถ้าเราเห็นด้วยกับการเสนออันดามัน เป็นมรดกโลก เราถือว่าเราต้องสงวนพื้นที่อันดามันทั้งหมดเพื่อการอนุรักษ์ และพื้นที่ต้อง คงเดิมนะครับ อันนี้คือสิ่งที่ผมคิดว่าอยากฝากในที่ประชุมไว้ ก็ขอเพิ่มเติมเพียงแค่นี้ครับ ขอบคุณมากครับ