สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๗

อำพล จินดาวัฒนะ หารือเรื่องการปฏิรูปในหลายด้าน เช่น การปฏิรูปหลักประกันความมั่นคงด้านรายได้ของประชากรผู้สูงอายุ การปฏิรูประบบสวัสดิการการออมเกษียณอายุ และการปฏิรูประบบกองทุนออมทรัพย์แห่งชาติ (กอช.) โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิรูปประกันสังคมเพื่อให้ประชาชนมีสวัสดิการและบำนาญตลอดชีวิต และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการตามกฎหมายและหลักการปรัชญาที่ชัดเจน

นายอำพล จินดาวัฒนะ ประธานกรรมาธิการ

ผมอยู่คนเดียวเหงาครับ กราบเรียนท่านประธานครับ และท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพครับ ต้องกราบ ขอบพระคุณที่ทางท่านประธานและคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ ได้บรรจุระเบียบวาระนี้นะครับ อาจจะเรียกว่าเป็นปฐมฤกษ์ก็ได้นะครับ หลังจากที่เรา เหน็ดเหนื่อยทำข้อเสนอต่อการยกร่างรัฐธรรมนูญ แล้วก็เรื่องนี้ก็ได้รับการบรรจุเป็นเรื่องแรก ของเราที่จะคุยกันต่อเรื่องการปฏิรูปในระดับต่าง ๆ ต่อไปนะครับ ต้องกราบขอบพระคุณที่ได้ ให้โอกาสทางคณะกรรมาธิการ กระผมกราบเรียนว่าในขณะที่เรายกร่างข้อเสนอต่อการทำ รัฐธรรมนูญนั้น เราก็ได้ทราบว่าจะต้องมีการขบคิดเรื่องข้อเสนอต่อการปฏิรูปในด้านอื่น ๆ ในระดับต่าง ๆ ตามไปด้วย ทางคณะกรรมาธิการของเราก็เลยได้ทำงานคู่ขนานกันนะครับ แล้วก็ได้สรุปรายงานนี้เสนอต่อท่านประธาน ซึ่งเรื่องที่เราได้นำเสนอนี้อยู่ในความสนใจของ สังคมอย่างมาก ผมจะขอใช้เวลาในการนำเสนอกราบเรียนต่อสภาเป็นอันดับ ๆ ไป เพื่อที่จะ ได้เรียนรู้เรื่องนี้ด้วยกัน แล้วก็ดูสิว่าเรื่องนี้ควรจะต้องถูกผลักดันต่อไปสู่การปฏิรูปหรือไม่ ต้องกราบขอบพระคุณครับ กระผมอยากจะกราบเรียนว่าถ้าเราพูดถึงการปฏิรูปที่ตาม รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวนี้ เราคงมองตรงกันว่าการปฏิรูปนี้เป็นการทำเพื่อปรับเปลี่ยน ในระดับระบบโครงสร้าง กลไก กติกาสำคัญ ไม่ใช่การพัฒนาหรือแก้ปัญหาบริหารทั่ว ๆ ไป เท่านั้นนะครับ ซึ่งเรามีด้วยกันในคณะกรรมาธิการเรามองเป็น ๓ ระดับครับ

ระดับที่ ๑ คือการวางกรอบกติกา กลไก หลักการสำคัญที่อยู่ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งเราได้ทำงานกันไปแล้ว และคงจะต้องติดตามสนับสนุนการทำงานเรื่องรัฐธรรมนูญกัน ต่อไป

ระดับที่ ๒ ก็คือการออกกฎหมาย แก้กฎหมาย หรือยกเลิกกฎหมายเพื่อจัด ปรับระบบ โครงสร้าง กลไก กติกาต่าง ๆ เพื่อจะนำไปสู่การปฏิรูป คือการปรับในระดับ ระบบในระดับกลไกในการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญเพื่อให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้า ลดความเหลื่อมล้ำเพิ่มความเป็นธรรม

ระดับที่ ๓ ที่เรามองนะครับ ก็คือการให้ข้อเสนอแนะต่อการผลักดัน ขับเคลื่อนการปฏิบัติ ในเรื่องการขับเคลื่อนนโยบายและมาตรการต่าง ๆ ที่มีระบบกลไก กติกาและโครงสร้างอยู่แล้ว และเป็นไปในทิศทางปฏิรูปประเทศไทยเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มความเป็นธรรมนะครับ เรามอง ๓ ระดับ

ผมกราบเรียนท่านประธาน ท่านเพื่อนสมาชิกว่าสิ่งที่เราเสนอนี้เป็น การขับเคลื่อนการปฏิรูประดับที่ ๓ ครับ แล้วก็ไม่ใช่เป็นเรื่องการเสนอเพื่อแก้ปัญหาทั่วไป หรือการพัฒนาเท่านั้น แต่เป็นประเด็นที่เราเห็นว่ามีเนื้องานเรื่องการปฏิรูปอย่างชัดเจน แต่ยังติดขัดในเรื่องการขับเคลื่อน และมีกฎหมาย มีกติกา มีกฎเกณฑ์ มีโครงสร้างอยู่แล้ว แต่ไม่ได้มีการขับเคลื่อน กระผมเชื่อว่าท่านสมาชิกทั้งหลายตอนที่เราทำงานอยู่ใน คณะกรรมาธิการเมื่อเราตรวจค้นไปในเรื่องต่าง ๆ ที่เราทำ เราจะพบว่ามีงานในระดับ ๓ อยู่จำนวนไม่น้อยที่น่าจะขับเคลื่อนได้แล้วแต่ยังติดขัดอยู่นะครับ อันนี้ก็เป็นหน้าที่ของสภา ของเราที่จะต้องดำเนินการเรื่องนี้ ซึ่งต้องขอบพระคุณอีกครั้งหนึ่งครับ

ในเรื่องนี้นะครับ หัวข้อคือหลักประกันความมั่นคงด้านรายได้เพื่อยังชีพ ของผู้สูงอายุ การเร่งรัดการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๔ ผมจะขอใช้สั้น ๆ ต่อไปว่าเป็น กอช. นะครับ กอช. คือพระราชบัญญัติกองทุน การออมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๔ อันนี้คือเนื้องานหลักนะครับ คณะกรรมาธิการเราได้ ดำเนินการเรื่องนี้ตามข้อบังคับการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ ข้อ ๘๐ วรรคสาม ให้อำนาจ หน้าที่ในการศึกษา วิเคราะห์ จัดทำแนวทางและข้อเสนอต่อการปฏิรูปที่เกี่ยวกับสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาสให้สัมฤทธิผลนะครับ แล้วเราก็ทำแล้ว แล้วก็เสนอต่อสภา ซึ่งจะสอดคล้องกับที่ท่านประธานได้เรียนไปสักครู่นะครับว่าในเรื่องของ สภาเราซึ่งได้มีหนังสือของคณะกรรมการที่ปรึกษายุทธศาสตร์การปฏิรูปของท่านประธาน ได้พิจารณาเห็นว่า เราควรจะมีประเด็นแนวทางการดำเนินงานปฏิรูปประเทศไทยของสภา ที่ประชาชนและสื่อมวลชนมีความวิตกกังวลห่วงใยในภารกิจด้านการปฏิรูป ซึ่งเราควรจะมี การทำงานอีกแบบหนึ่งที่เรียกว่า การดำเนินการโดยเร็วและไม่ยุ่งยากซับซ้อนผ่านวิธีการ ที่เรียกว่า ปฏิรูปเร็ว หรือควิก วิน เผอิญเรื่องนี้ก็สอดคล้องกัน ๒ เรื่องเลย เรื่องหนึ่งคือ รายงานของกรรมาธิการที่ทำเสร็จแล้ว แล้วก็เป็นประเด็นที่ชัดเจนนะครับ ปฏิรูปเร็วได้ ถามว่ายุ่งยากสลับซับซ้อนไหม เดี๋ยวผมจะกราบเรียนไปท่านจะเห็นว่าจริง ๆ แล้วไม่ยุ่งยากครับ แต่มีความสลับซับซ้อนอยู่ในระดับหนึ่งแล้วในขณะนี้นะครับ

รายงานนี้เราได้ดำเนินการศึกษาจากเอกสาร สอบถามผู้เกี่ยวข้องแล้วก็ มีการวิเคราะห์ต่าง ๆ รวมทั้งติดตามข้อมูลข่าวสารทางสาธารณะโดยตลอดจนถึงวันนี้นะครับ เมื่อเช้านี้เราก็ติดตามอยู่ตลอด จากการศึกษาแล้วเราได้สรุปผลการศึกษาดังที่อยู่ในรายงาน ที่มอบให้กับทุกท่านแล้วนะครับ ผมจะขอไปตามลำดับดังนี้ครับ

เราได้ศึกษาแล้วพบว่า ข้อ ๒.๑ ในรายงานนะครับ สังคมไทยเราเป็นสังคม ผู้สูงอายุแล้วปัจจุบันนี้ มีประชากรอายุ ๖๐ ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ ๑๐ ซึ่งมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ แล้วครับ คือจำนวน ๙.๖ ล้านคน ท่านประธานและท่านสมาชิกครับ เรานั่งอยู่ในห้องนี้ ก็อยู่ใน ๙.๖ ล้านคน จำนวนมากนะครับ คิดเป็นร้อยละ ๑๔ ของประชากรทั้งหมดครับ เมื่อเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ หลักประกันที่ทำให้คุณภาพชีวิตดีมีอยู่ ๓ ประการ คือ

ประการที่ ๑ หลักประกันด้านสุขภาพ

ประการที่ ๒ หลักประกันด้านเศรษฐกิจ และ

ประการที่ ๓ ความมั่นคงทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่จะเอื้ออำนวยให้เขา มีคุณภาพชีวิตที่ดี

อันนี้คือหลักสำคัญในการที่ดูแลผู้สูงอายุ ๓ ประการ สิ่งที่กระผมจะกราบเรียน ต่อไปนี้ซึ่งเป็นเรื่องหลักประกันความมั่นคงรายได้อยู่ในหลักประกันที่ ๒ ครับ คือเรื่อง หลักประกันด้านเศรษฐกิจสำหรับผู้สูงอายุนะครับ

เรื่องหลักประกันด้านเศรษฐกิจ หรือการมีรายได้พื้นฐานนั้นในวัยที่ ไม่สามารถทำงานได้หรือหารายได้แล้วเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เขามีคุณภาพชีวิตที่ดี แม้ว่ารัฐ ได้จัดเบี้ยยังชีพให้ตามอายุนะครับ อยู่ในระดับคนละ ๖๐๐ บาท ถึง ๑,๐๐๐ บาทตามอายุ ถ้าได้ ๑,๐๐๐ บาทต้องอายุ ๙๐ ปีขึ้นนะครับ ซึ่งเป็นลักษณะระบบที่เรียกว่า สังคม สงเคราะห์ช่วยเหลือเกื้อกูล ไม่ใช่เป็นระบบการออม ไม่ใช่เป็นระบบหลักประกัน แต่เป็นการ สงเคราะห์จากนโยบายของรัฐบาล เงินจำนวนนี้ที่ผ่านมาไม่เพียงพอต่อการดำเนินชีวิตของ ผู้สูงอายุนะครับ แล้วก็ที่สำคัญจากการวิจัยพบว่ารายได้ที่ผู้สูงอายุใช้จะต้องพึ่งพิงบุตรหลานคือครอบครัว และที่สำคัญคือครอบครัวกำลังมีขนาดเล็กลงครับ ประชาชนที่จะให้ผู้สูงอายุพึ่งพิงมีจำนวน ลดลงนะครับ ตรงนี้เป็นปัญหาระยะยาวที่สำคัญ ผู้สูงอายุที่ต้องพึ่งพิงเงินทองของบุตรหลาน มีถึง ๘๗ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็มีผู้สูงอายุ ๓๑ เปอร์เซ็นต์ไม่มีการเก็บเงินออม ผู้สูงอายุมี ๔๒ เปอร์เซ็นต์นะครับมีปัญหารายได้ไม่พอกับรายจ่ายนะครับ อันนี้ก็เป็นข้อมูลที่สำคัญ นี่ก็คือเหตุผลครับว่าทำไมถึงมีการคิดเรื่องการปฏิรูประบบจากการสังคมสงเคราะห์ไปสู่ การออมครับ ซึ่งจำเป็นที่จะต้องมีการปฏิรูประบบนี้ เพราะฉะนั้นที่ผมกราบเรียนแล้วเรื่องนี้ ที่ผมนำเรียนเป็นเรื่องการปฏิรูปชัดเจน ไม่ใช่เรื่องการแก้ปัญหาธรรมดาครับ

ท่านประธานและท่านสมาชิกครับ ผมอยากจะเรียนว่าอย่างนี้ครับ ถ้าเรามอง ประชากรอายุ ๑๕ ปีขึ้นไปนะครับ ประเทศไทยมีคนที่อายุ ๑๕ ปีขึ้นไปอยู่ ๓๙.๓ ล้านคน แบ่งออกเป็น ๒ กลุ่มง่าย ๆ เลยครับ

กลุ่มที่ ๑ เราเรียกว่าแรงงานในระบบ ก็คือใครครับ ข้าราชการ พนักงาน ของรัฐ พนักงานรัฐวิสาหกิจ ข้าราชการท้องถิ่น ลูกจ้างในระบบคือที่เรียกว่าลูกจ้างที่มี นายจ้าง ลูกจ้างในระบบประกันสังคมนั่นเอง ตรงนี้มีอยู่ ๑๔.๗ ล้านคนครับ เท่ากับถ้าง่าย ๆ ก็คือ ๑ ใน ๓ เท่านั้น สำหรับคนอายุ ๑๕ ปีขึ้นไปครับ พวกนี้มีระบบหลักประกันเศรษฐกิจ ผมไม่พูดเรื่องหลักประกันสุขภาพนะครับ นี่พูดหลักประกันเศรษฐกิจ คือมีระบบบำเหน็จ บำนาญ มี กบข. มีกองทุนประกันสังคม มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แต่เรามีพี่น้องคนไทยที่อายุ ๑๕ ปีขึ้นไปอยู่อีก ๒๔.๖ ล้านคนครับ หรือ ๒ ใน ๓ เรียกว่าเป็นแรงงานนอกระบบ อันนี้คือ ใครครับ เกษตรกร คนที่เป็นอาชีพอิสระ พนักงานบริการร้านอาหาร หาบเร่แผงลอย คนเก็บขยะ คนรับซื้อของเก่านะครับ คนขี่มอเตอร์ไซค์ แท็กซี่ ทั้งหลายหมดเลย รวมทั้งในนี้ เขาเขียนให้ผมด้วย หมอนวดแผนโบราณ ทุกอาชีพครับที่ไม่มีนายจ้างที่อยู่ในระบบ มีคนอยู่ ๒๔.๖ ล้านคนไม่มีระบบที่เขาจะเป็นสวัสดิการทางเศรษฐกิจเป็นหลักประกันเศรษฐกิจ เมื่อเขาเข้าสู่ผู้สูงอายุครับ ทุกวันนี้เขาหากินก็ต้องใช้ไปเลยแล้วไม่มีระบบการออม เมื่อกี้ที่ผม ให้ท่านดูตัวเลขระบบการออมนั้นมีการออมน้อยมาก ตรงนี้แหละครับเป็นที่มาของ พ.ร.บ. กองทุนการออมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๔ หรือที่ผมเรียกว่า กอช. นะครับ มีกฎหมายเรียบร้อย แล้วครับแต่ไม่ได้ปฏิบัติมาจนถึงวันนี้ ๓ ปี ๗ เดือนครับ นี่คือประเทศไทยนะครับ มีการคิดเรื่อง ระบบการปฏิรูปเรื่องนี้ก่อนที่เรามีสภาครับ แล้วมีการผลักดันออกกฎหมายแล้วแต่ไม่ได้มี การปฏิบัติ มันเกิดอะไรขึ้นครับ มันเกิดอะไรขึ้นนะครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่ามีการผลักดัน การออกกฎหมายฉบับนี้มาโดยตลอดนะครับ ใช้เวลานานทีเดียวตั้งแต่สมัยที่ ขออนุญาต ดูเอกสารนิดเดียวนะครับ เรื่องของ พ.ร.บ. กองทุนการออมแห่งชาตินี้มันมาอย่างไร พระราชบัญญัติฉบับนี้ได้มีการประกาศมีผลใช้บังคับ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๔ ย้อนหลังไปนาน เริ่มดำเนินการโดยทางสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง เป็นจุดเริ่มต้นนะครับ แล้วก็กฎหมายฉบับนี้ได้ให้จัดตั้งสำนักงาน กอช. อยู่ในกระทรวงการคลัง แล้วก็ให้ไปสรรหา คณะกรรมการการออมแห่งชาติ หน่วยงานนี้จะเป็นหน่วยงานของรัฐที่ไม่ใช่ราชการนะครับ เป็นหน่วยงานของรัฐที่เป็นนิติบุคคลอยู่ในกำกับกระทรวงการคลัง แล้วกฎหมายกำหนดให้มี ผู้บริหารคือเลขาธิการ ซึ่งจะต้องไปสรรหามา แล้วมีวาระนะครับ เป็นการออกแบบไว้อย่างดี และมีการเตรียมการให้มีพนักงานแล้วจำนวนหนึ่ง แต่ยังไม่ได้สรรหาเลขานะครับ และมี เงินงบประมาณจัดสรรเตรียมไว้เมื่อปี ๒๕๕๕ และปี ๒๕๕๖ ๗๕๐ ล้านบาทเป็นจุดเริ่มต้นแล้ว แต่ยังไม่ได้ทำครับ มันเกิดอะไรขึ้นนะครับ ในช่วงนั้นกฎหมายกำหนดไว้ว่ากองทุนนี้เมื่อพ้น ๓๖๐ วัน ก็คือ ๑ ปี ให้เริ่มรับสมัครสมาชิกครับ แต่ปรากฏว่าถ้าท่านย้อนไปจะพบว่าบ้านเมืองขณะนั้น มีการเปลี่ยนรัฐบาลครับ แล้วก็เลยไม่ได้มีการดำเนินการเรื่องนี้ ถ้าท่านติดตามจะพบว่า มีข้อเสนอจากองค์กรต่าง ๆ มากมายนะครับ เดี๋ยวผมจะกราบเรียนว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง แล้วก็ปัจจุบันก็ยังไม่มีการดำเนินการ ในขณะเดียวกันรัฐบาลในช่วงนั้นได้ไปผลักดันให้ขยาย การบังคับใช้มาตรา ๔๐ ของพระราชบัญญัติประกันสังคมเพื่อจะเปิดช่องใหม่ขึ้นมา ซึ่งคล้าย ๆ กับช่องนี้ แล้วก็มีอะไรต่าง ๆ ที่สลับซับซ้อน ตรงนี้แหละครับเดี๋ยวผมจะอธิบายว่ามันเกิดอะไร ผมอยากจะกราบเรียนว่ากฎหมายฉบับนี้ที่ตั้งต้นขึ้นมา ขออนุญาตท่านประธานดูเอกสาร นิดเดียวครับ มีการดำเนินการมาค่อนข้างยาวนะครับ มีการดำเนินการอย่างนี้ครับ โดยสรุป ก็คือว่าก่อนที่มีกฎหมายนี้ผลักดันกันอยู่ประมาณ ๔-๕ ปี เสนอโดยเครือข่ายแรงงาน นอกระบบ และองค์กรที่สำคัญที่มีการผลักดันเรื่องนี้คือสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย ที่นำโดยอาจารย์หมอบรรลุ ศิริพานิช มองเห็นว่าอนาคตประเทศจะมีปัญหาเรื่องนี้ก็มี การผลักดัน และที่สำคัญคือสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง เป็นเจ้าภาพใหญ่ นะครับ มีการยกร่างกฎหมาย มีการรับฟังความเห็นของผู้คน แล้วก็มีขั้นตอนจนออก กฎหมายนะครับ ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าในตอนการออกกฎหมายนี่นะครับ ปรากฏว่าผ่านกฎหมายในวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ตรงนี้ผมอยากเรียนให้ท่านประธาน และที่ประชุมได้รับทราบครับ กฎหมายวาระสามผ่านด้วยคะแนนเสียง ๓๒๔ ต่อ ๑ เสียง หมายความว่าอย่างไรครับ หมายความว่าทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านผ่านกฎหมายฉบับนี้ มาด้วยกันครับ แต่พอฝ่ายค้านได้กลับมาเป็นรัฐบาลไม่ดำเนินการตามกฎหมายครับ นี่คือบ้านเรานะครับ นี่คือบ้านเรา ไม่ใช่เรื่องบุคคลนะครับ เรื่องของพรรคการเมืองเลย ถ้าเกิดคะแนนเสียงกฎหมายฉบับนี้โหวตโดยฝ่ายรัฐบาลเป็นเสียงข้างมาก แล้วฝ่ายค้าน ไม่เอาด้วยอีกเรื่องหนึ่งนะครับ แต่อันนี้ฝ่ายค้านโหวตด้วยนะครับ เป็นเสียงเอกฉันท์ ๓๒๔ ต่อ ๑ แต่พอถึงมีโอกาสได้เป็นรัฐบาลแล้วไม่ทำครับ ตรงนี้ก็ขออนุญาตกราบเรียนนะครับ คราวนี้เมื่อไม่ทำแล้วเกิดอะไรขึ้นครับ ก็มีการไปออกทางข้าง ๆ นะครับ ทางออกทางข้าง ๆ มีการติดตามจากองค์กรต่าง ๆ มากมาย กรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ ซึ่งก็มีการไต่ถามตลอด อันนี้ก็มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานนะครับ สำนักงานปฏิรูปก็มีการจัดเวทีสิ้นสุดการรอคอย เดินหน้าบำนาญเพื่อประชาชน ศูนย์ประสานแรงงานนอกระบบก็ขับเคลื่อนติดตามตลอด คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายก็เสนอต่อรัฐบาลในสมัยนั้นให้ขับเคลื่อน พ.ร.บ. ฉบับนี้ เครือข่ายบำนาญภาคประชาชนซึ่งประกอบด้วยเครือข่ายจำนวนมากก็ขับเคลื่อนเรื่องนี้ คณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงิน สภาผู้แทนราษฎรขณะนั้นก็ขับเคลื่อน เรื่องนี้นะครับ ผมนำให้ท่านเห็นว่าไม่ได้มีใครหยุดนิ่งนะครับ ผลักดันตลอด ประเด็นความท้าทาย จะมาอยู่ที่สภาปฏิรูปแล้วล่ะครับ เรากำลังมีส่วนจะผลักดันเรื่องนี้ใช่หรือไม่ แล้วมันจะ เกิดขึ้นได้หรือไม่นะครับ อันนี้เดี๋ยวดูต่อไป ศูนย์ประสานงานแรงงานก็ขับเคลื่อนจนกระทั่ง หลังจากมีคณะรักษาความสงบแห่งชาติแล้ว มีการเข้ามาควบคุมอำนาจแล้วก็มี การขับเคลื่อนเรื่องนี้ เดี๋ยวผมจะพักตรงนี้เอาไว้เพื่อจะกลับมาอีกครั้งหนึ่งว่าหลังจากมี คสช. แล้ว มีรัฐบาลปัจจุบันแล้วมีการขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างไรนะครับ แต่สิ่งที่มันเกิดในขณะระหว่าง ทางนั้นก็คือรัฐบาลในช่วงนั้นได้มีการพยายามที่จะเสนอแก้กฎหมายฉบับนี้ เมื่อกี้ผมย้ำแล้ว นะครับว่าผ่านมาด้วยเสียงเอกฉันท์นะครับ ๓๐๐ กว่าต่อ ๑ นะครับ ไม่ได้ปฏิบัติ ก็มีการเสนอแก้กฎหมายเมื่อปี ๒๕๕๖ คาดว่าจะแก้ปี ๒๕๕๕ ปี ๒๕๕๖ ต่อเนื่องกันมา มีการเสนอขอแก้ ๗ ประเด็น ซึ่งผมขออนุญาตไม่ลงรายละเอียด ใน ๗ ประเด็นที่ขอแก้ไขนั้นไม่ใช่ประเด็นสำคัญเลย สามารถที่จะดำเนินการไปแล้ว แล้วก็แก้ไขภายหลังได้ทั้งสิ้นถ้าจะต้องแก้ไขให้สมบูรณ์ขึ้น อันนี้ก็ผ่านไปนะครับ พอรัฐบาลช่วงนั้นนอกจากขอแก้ไขแล้วก็ที่สำคัญคือไม่ได้แก้นะครับ สรุปแล้วไม่ได้เสนอแก้ กฎหมายนี้ก็คามาเรื่อย ๆ รัฐบาลนั้นได้เปิดช่องทางใหม่ ในระบบ พ.ร.บ. ประกันสังคมขึ้นมาที่เรียกว่ามาตรา ๔๐ ผมคิดว่าขณะนี้ท่านประธานครับ ผมเองและหลาย ๆ คนก็สับสนมากว่ามันคืออะไร พอคณะกรรมาธิการชุดนี้ได้ไปศึกษา ก็พบว่า อ๋อนี่มันเป็นทางอีกทางหนึ่งที่มีการไปใช้ พ.ร.บ. ประกันสังคม ซึ่ง พ.ร.บ. นี้ หลักของเขาคือใช้กับแรงงานในระบบ อันนี้คือเป็นงานนอกระบบ เปิดช่องใหม่เพื่อที่จะ มีทางเลือกอยู่ ๔ ทาง ๕ ทาง เพื่อจะให้คนที่อยู่นอกระบบประกันสังคมคือแรงงาน นอกระบบเข้าไปในช่องนี้ได้ แล้วเดี๋ยวมันเกิดอะไรขึ้นผมจะกราบเรียนนะครับ ตรงนี้ ก็เปิดโอกาสช่องใหม่ขึ้นมา ปรากฏว่าในช่องใหม่นี้ ณ ถึงวันนี้ได้มีการเปิดช่องให้ตั้งแต่ คนที่อยู่นอกระบบ ในช่องที่ ๑ ในทางที่ ๑ ที่ ๒ เขาได้ประกันอุบัติเหตุในการเจ็บไข้ได้ป่วย อันนั้นเรื่องประกันสุขภาพนะครับ ในทางเลือกที่ ๒ ก็คือคุ้มครองเกี่ยวกับเรื่องการเจ็บป่วย ทุพพลภาพ เสียชีวิต ชรา แล้วก็ขยายเรื่องบำเหน็จ ในทางเลือกที่ ๓ คุ้มครองเรื่องชราภาพ คือเงินบำนาญ ซึ่งก็ซ้อนกับเรื่อง กอช. แล้วนะครับ ตรงนี้ซ้อนกับเรื่อง กอช. ในทางเลือกที่ ๔ คุ้มครองเรื่องประสบภัย การเจ็บป่วย ทุพพลภาพ เสียชีวิตและชราก็คือซ้อนนะครับ และทางเลือกที่ ๕ ก็เช่นกัน มีเรื่องของทุพพลภาพ เสียชีวิต ชราภาพ และกรณีบำเหน็จ บำนาญ ไปเปิดช่องให้ได้ทั้งบำเหน็จและบำนาญ โดยใช้การขยายออกพระราชกฤษฎีกา และขยายโดยกฎหมายนั้น แต่ กอช. เป็นการเน้นการออมที่หวังให้ได้บำนาญครับ เพื่อจะให้ เขาได้จนวาระสุดท้ายของชีวิต เพื่อไม่ให้มีการซิกแซกไปเอาบำเหน็จมาใช้แล้วตอนสุดท้าย ก็เป็นภาระของสังคม เพราะฉะนั้นอันนี้มันแปลก และที่มันแปลกไปกว่านั้นนะครับ มีการเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีอายุ ๖๐ ปีขึ้นไป ลด แลก แจก แถม ให้เข้าไปสมัครได้ และสมัครได้นั้น เป็นข้าราชการบำนาญก็ได้ครับ เป็นพนักงานของรัฐที่มีสวัสดิการบำเหน็จบำนาญแล้วก็ได้อีกครับ แสดงว่าสิ่งที่เรากำลังจะลดความเหลื่อมล้ำสร้างความเป็นธรรมนี่ช่องที่เปิดใหม่นี้ก็ปรากฏว่า ทำให้คนที่มีโอกาสได้มากอยู่แล้วก็ได้มาก แต่คน ๒๔.๖ ล้านคนที่เป็นตาสีตาสา คนเล็ก คนน้อยนั้นกลับไม่ได้มีโอกาสเข้ามาเพราะ กอช. ไม่ได้บังคับใช้ครับ แล้วก็ไม่ได้เดินหน้า ทั้งที่กระทรวงการคลังพร้อมทุกอย่างที่จะสตาร์ต (Start) ท่านประธานและท่านสมาชิกครับ ที่ผมถืออยู่นี้คืออะไร ผมลองไปสมัครมาแล้วเมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของ การประกาศพระราชกฤษฎีกานี้ แล้วก็ให้คนไปสมัครในมาตรา ๔๐ ช่องทางเลือกที่ ๓ คือสามารถส่งเงินออมย้อนหลังได้ และล่วงหน้าไปได้อีกปีหนึ่ง ผมไปสมัครไม่ได้ต้องการ เงินตัวนี้ เพราะเรามีสวัสดิการแล้วคือเป็นข้าราชการบำนาญครับ แล้ว กอช. ก็ไม่ได้ให้ คนเหล่านี้ได้ประโยชน์นะครับ เรากำลังจะไปเน้น ๒๔.๖ ล้านคน แต่ปรากฏว่าช่องนี้เปิดขึ้น แล้วถ้าเราไม่เข้าใจนะครับเราจะเห็นทีวีและข่าวต่าง ๆ นั้นมีคนทลายไปยื่นเมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๕๗ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของบทที่เขาบอกให้ ๑ ปี จนมีการตกอกตกใจเพราะว่า คนสนใจขนาดนี้ทำไมไม่ต่ออายุ นี่ล่ะครับคือเรื่องใหญ่ครับ ผมไปยื่นเรียบร้อยครับ และมันอย่างไรครับ ถ้าพรุ่งนี้ผมไปลาออกนะครับ รัฐบาลจ่ายให้ผม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ขณะนี้ผมจ่ายไป ๔,๐๐๐ กว่าบาท ย้อนหลังไปได้ด้วยนะครับ เขาให้ย้อนหลังไปถึง ปี ๒๕๕๕ พฤษภาคม และให้จ่ายล่วงหน้าไปอีก ๑ ปี ถ้าผมลาออกรัฐบาลจ่ายให้ผมเท่าไร ทราบไหมครับ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับ เพราะขณะนี้ปรากฏว่าคนอธิบายกันและที่แห่กันไป เพราะอะไร เขาบอกไม่มีฝากเงินที่ไหนดีเท่านี้ เพราะฉะนั้นก็ผิดกลุ่มเป้าหมายครับ มีคนอายุ ๖๐ กว่าปีขึ้นไป ไปสมัครอันนี้เป็นแสนคน ซึ่งเราไม่รู้ตัวเลขนะครับว่าเท่าไร เป็นแสนคนครับ ผิดกลุ่มเป้าหมาย แต่กลุ่มเป้าหมายใน กอช. ไม่ได้ทำครับ ขณะนี้มีความสับสนเรื่องนี้ แล้วมีบางส่วนกำลังคิดจะขยายเวลาเรื่องนี้ครับ ทั้ง ๆ ที่เป็นช่องทางที่ไม่ถูกกลุ่มเป้าหมาย ผมเอาอันนี้มาให้ดูเพื่อจะได้เรียนรู้ว่าขณะนี้เกิดอะไรขึ้น แล้วถ้าเราไม่เข้าใจที่ชัดเจน เราก็ไป ขยายแล้วผิดกลุ่มครับ ตาสีตาสา หัวไร่ปลายนา คนขับแท็กซี่ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง ไม่มีคนไป บอกเขาให้เข้า กอช. ไม่มีคนไปบอกเขาให้เข้ามาตรา ๔๐ วงเล็บต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ เพราะเราไปใช้ระบบประกันสังคม แล้วปรากฏว่าเกิดอะไรขึ้นครับ ใครมือยาวสาวได้สาวเอา เพราะเราไปเปิด แต่สิ่งที่ กอช. พร้อมที่จะเดินหน้าไม่เคาะครับ ไม่เดินหน้า อันนี้ผม ขออนุญาตกราบเรียนว่าข้อเท็จจริงกำลังเป็นอย่างนั้นครับ คราวนี้สิ่งที่จะรายงานต่อ ต้องขออภัยท่านประธานและท่านสมาชิก คืออาจจะดูยาวไปสักนิดหนึ่ง แต่เนื่องจากเพื่อให้ เข้าใจกันอย่างทะลุปรุโปร่ง ที่ผมกราบเรียนแล้วว่าเดิมผมก็ไม่เข้าใจ แล้วก็คิดว่าตอนนี้เรา สับสนเยอะ แต่จริง ๆ เรื่องนี้ง่ายเพียงแต่ว่าซับซ้อนครับ คราวนี้มาถึงพอตั้งกองทุนไม่ได้ ไม่ตั้งใด ๆ คือไม่เคาะเดินหน้า แล้วก็ไปทำด้านข้างแบบที่ว่านี้ โดยมีความคิดว่าทำด้านข้าง แล้วมันจะมาแทนอันนี้ได้ ขณะนี้มันเลยกลายเป็นตัวขวางครับ ว่าที่เกิดอันนี้มันทำให้ กอช. เดินไปไม่ได้นะครับ เดี๋ยวผมจะกราบเรียนว่าจริง ๆ แล้วง่ายนิดเดียวครับ เดินได้ครับ ง่ายนิดเดียว หลังจากนั้นท่านประธานครับ เมื่อมีการติดขัดแบบนี้นะครับ ในช่วงหลังจากมี คสช. ประชาชนและเครือข่ายต่าง ๆ มีความหวังครับว่าเรื่องนี้สำเร็จแน่นอน เพราะมันติดขัด ตรงนั้นอาจจะมองประเด็นว่าเป็นประเด็นทางด้านการเมืองนะครับ ในระหว่าง ๒ พรรค แต่ผมกราบเรียนแล้วว่าจริง ๆ แล้วไม่ใช่การเมือง เพราะโหวตมาด้วยกัน กฎหมายฉบับนี้ ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลไม่ใช่ประเด็นการเมือง มันประเด็นอะไรผมไม่ทราบ ก็มี ความพยายามครับ คนติดตาม ผลักดัน ขับเคลื่อน และติดตลอด แล้วก็ไปเปิดช่อง ๔๐ ที่ผม เรียนแล้วนะครับ พอหลังจากมี คสช. ครับ สภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทยซึ่งมีเครือข่ายเป็น แสนคนทั่วประเทศ ผู้สูงอายุทั้งนั้น นำโดยอาจารย์หมอบรรลุ ศิริพานิช ไปยื่นหนังสือต่อ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๗ เพื่อจะให้นำ พ.ร.บ. กอช. นี้มาบังคับใช้ คือคิก ออฟ (Kick off) นะครับ ซึ่งหลังจากนั้นท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ท่านได้กล่าวในรายการคืนความสุขให้ คนไทยในชาติ ออกอากาศเมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๗ ตอนค่ำ ท่านบอกว่ากองทุนการออม แห่งชาติ กองทุนสวัสดิการชุมชนเมือง โฉนดชุมชน ที่เคยดำเนินการมาเราได้พยายามทำให้ เกิดความยั่งยืนเพื่อความเหลื่อมล้ำลดลง แล้วก็เพื่อความเป็นธรรม กำลังอยู่ในขั้นตอน พิจารณาหาวิธีดำเนินการโดยไม่ให้มีผลกระทบกับระบบการเงินการคลังของประเทศ ท่านพูดไว้กว้าง ๆ นะครับตรงนี้ แต่ท่านทราบแล้วว่าเรื่องนี้มีประเด็นครับ หลังจากนั้น ก็มีเครือข่ายประชาชน เยาวชน มอเตอร์ไซค์รับจ้าง แท็กซี่ แม่ค้า หาบเร่ เกษตรกร คนงาน นะครับ นำโดยคุณอรุณี ศรีโต ประธานเครือข่ายบำนาญภาคประชาชนก็เปิดแถลงข่าว ผลักดันกันเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมานี้นะครับ ซึ่งมีการเคลื่อนไหวมาโดยตลอดครับ คราวนี้สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากมีการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงมาเป็น คสช. และเป็นรัฐบาลใหม่ แล้วนะครับ อันที่ ๑ ท่านประยุทธ์ท่านได้กล่าวถึงในรายการที่ผมกราบเรียนแล้ว อันที่ ๒ ครับ ข่าวจากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการออนไลน์ เมื่อวันที่ ๒๗ พฤศจิกายนที่ผ่านมาเร็ว ๆ นี้เอง ในขณะที่กรรมาธิการชุดผมศึกษาเรื่องนี้ก็มีเหตุการณ์ต่าง ๆ ตามมาพร้อม ๆ กัน ท่านรองนายกรัฐมนตรีด้านสังคมคือดอกเตอร์ยงยุทธ ยุทธวงศ์ ท่านกล่าวว่าจากก่อนหน้านี้ กระทรวงการคลังเสนอ คสช. ผลักดัน กอช. นะครับ เพื่อจะกลับมาปฏิบัติ แล้วก็ไปติดขัด อยู่ในรัฐบาลก่อนหน้านั้นที่ไม่ได้ขับเคลื่อนเรื่องนี้นะครับ ในข่าวนะครับ ท่านบอกว่าล่าสุด ครม. เมื่อวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านนายกรัฐมนตรีและ หัวหน้า คสช. เห็นชอบให้ดำเนินการเพื่อเป็นเงินออมให้กับผู้ประกอบอาชีพอิสระ ก็คือแรงงานนอกระบบนะครับ ไม่ได้เป็นสมาชิกประกันสังคม และไม่ได้เป็นสมาชิก กบข. เพื่อความมั่นคงในชีวิตเมื่อสูงอายุขึ้นมานะครับ โดยรัฐจะสมทบเงินออม เช่น อายุ ๓๐ ปี รัฐบาลส่งให้อีก ๓,๐๐๐ บาท อายุ ๕๐ ปี ๖,๐๐๐ บาทต่อปี อันนี้เป็นข่าวนะครับ ก็หมายความว่าขณะนั้นเราคาดว่ารัฐบาลปัจจุบันท่านจะเดินหน้าแล้ว กรรมาธิการเรา พิจารณาไปเราก็ดีใจว่าวันหนึ่งที่เข้ามารายงานต่อสภาเราน่าจะมารายงานเพื่อชื่นชม ขอบคุณรัฐบาลที่ให้ของขวัญประชาชนในวันปีใหม่ สื่อมวลชนส่วนหนึ่งก็ได้ออกข่าวไปแล้วว่า สปช. กำลังจะแกะของขวัญ รัฐบาลกำลังจะเป็น คนมอบของขวัญให้กับคน ๒๔.๖ ล้านคนที่ผมกราบเรียนแล้ว น่าเสียดายครับวันที่ ๑๕ ธันวาคม หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ลงว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านสมหมาย ภาษี ได้บอกว่า กระทรวงการคลังจะยังไม่เสนอเรื่องนี้ต่อ ครม. ครับ ให้พิจารณาเรื่อง กอช. โดยจะเลื่อน ออกไปก่อนโดยไม่มีกำหนด และจะพิจารณาให้รอบคอบอีกครั้งหนึ่งเพื่อจะไม่ให้ซ้ำซ้อนกับ มาตรา ๔๐ ช่องทางที่ ๓ ของประกันสังคม เมื่อกี้ผมกราบเรียนแล้ว จริง ๆ ไม่ซ้อนครับ มันเป็นการไปสร้างอันใหม่ขึ้นมาแล้วคล้าย ๆ ขวางทาง ดังนั้นสิ่งที่มันจะเดินหน้าต่อไป มันจะไปอย่างไร ผมกราบเรียนว่าเรื่องนี้ปฏิรูปชัดเจนนะครับ คือปฏิรูปวิธีคิดจากสงเคราะห์ มาเป็นปฏิรูปให้มีระบบการออม คนที่หาเงินได้ในวัยที่ทำงานเอาเงินมาลงรัฐบาลลงด้วย พอเขาทำงานไม่ได้เขามีบำนาญจนถึงวันตาย หลักมีอยู่แค่นี้ซึ่งเป็นปฏิรูปชัดเจน เพียงแต่ ยังไม่เดินแล้วมันไปติดขัดเรื่องของการเข้ามาทางข้างเรื่องของมาตรา ๔๐ แล้วเมื่อกี้ผม กราบเรียนไปแล้วก็ปรากฏว่าไปเปิดให้มันผิดกลุ่มเป้าหมายเข้าไปอีกมันก็เลยติดขัดนะครับ

สุดท้ายครับท่านประธาน คณะกรรมาธิการพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นอย่างไร เราเห็นว่ามีประเด็นที่เป็นข้อพิจารณาที่ในรายงานมี ๔ ข้อ แต่หลังจากที่เราทำงานไปแล้ว ผมขออนุญาตกราบเรียนเพิ่มอีก ๒ ข้อ ที่กรรมาธิการเราเห็นเพิ่มเติมขึ้นมา เรามองเห็นว่า สิ่งที่ไม่ขยับเขยื้อน กอช. ๓ ปี ๗ เดือนมานี้เสียหายต่อประชาชน ต่อสังคมอย่างน้อย ๖ ประการครับ

ประการที่ ๑ คือเลื่อนเวลารับสมัครสมาชิก เพราะฉะนั้นก็มีผลเสียกับ แรงงานนอกระบบ ซึ่งแทนที่เขาจะได้ลงเงินเร็วแล้วได้รับสมทบเร็วเพื่อจะมีเงินมาก เมื่อเขาเกษียณแล้ว ก็ช้าออกไป ๓ ปีกว่ามาแล้วนะครับ ถ้าหากปีแรกยังไม่พร้อม ๑ ปีก็เป็น ๒ ปีกว่านะครับ แล้วตอนนี้ก็เสียเวลาไปเรื่อย ๆ คนที่เขาใกล้อายุ ๖๐ ปี ตามกฎหมายนี้ เขาสมัครได้ วันนี้เขาเกิน ๖๐ ปีไปแล้วก็หมดสิทธิสมัคร เราก็ไปต้อนให้เขาไปสมัครใน มาตรา ๔๐ ประกันสังคมซึ่งคนละส่วนกันและเป็นคนละระบบกันนะครับ

เรื่องที่ ๒ ในมาตรา ๔๐ มันเป็นฐานของพระราชกฤษฎีกาภายใต้ พ.ร.บ. ประกันสังคมซึ่งเป็นวัตถุประสงค์อย่างหนึ่ง แต่การที่เป็น กอช. นี้เป็นเรื่องของ พ.ร.บ. เพราะฉะนั้นความมั่นคง การพิจารณาเรื่องอัตราสมทบต่าง ๆ นั้นมันจะเป็นฐานที่มั่นคง แตกต่างกันชัดเจน

ประเด็นที่ ๓ สิทธิตามกฎหมายของ กอช. มุ่งไปที่บำนาญจนวันที่เสียชีวิต ของผู้สูงอายุนะครับ แต่พระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๔๐ เปิดให้รับบำเหน็จก็ได้ บำนาญก็ได้ ที่ผมกราบเรียนไปแล้วเมื่อกี้ วันหนึ่งเขาอาจจะไปรับบำเหน็จเพื่อเอาไปใช้ก่อนแล้วก็ไม่มีเงิน ใช้จนถึงวันสุดท้ายของชีวิต นี่ก็คือหลักการที่แตกต่างกันนะครับ

เรื่องที่ ๔ เรื่องของระบบสวัสดิการการออมเกษียณอายุแตกต่างกัน เพราะว่า เรื่องระบบสวัสดิการมันจะผูกพันระยะสั้นแบ่งเบาการดำรงชีวิต เช่น การเจ็บป่วย คลอดบุตร สงเคราะห์บุตร ว่างงาน ซึ่งอันนี้เป็นหน้าที่ของประกันสังคม กระทรวงแรงงาน แต่ในขณะที่ การออมเพื่อการเกษียณเป็นภาระผูกพันระยะยาว กระทบต่อภาวะการเงินการคลังของ ประเทศ ซึ่งควรจะอยู่ในการดูแลของกระทรวงการคลังครับ เพื่อจะให้ดูแลการบริหารงาน การเงินการคลังรักษาวินัยการคลังก็อยู่ที่เดียว และที่สำคัญครับมันถูกที่มาตลอดนะครับ เพราะที่ผมเรียนแล้ว กอช. เกิดขึ้นโดยกระทรวงการคลังครับ เพราะฉะนั้นถูกที่ แต่มันถูกย้าย ไปผิดที่ แล้วอันนี้เลยไม่ได้เดินหน้านะครับ

คราวนี้อีก ๒ ข้อที่ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานและที่ประชุม ในมาตรา ๔๐ ในทางเลือกที่เขาเปิดทางเลือกที่ ๓ ถึง ๕ ที่เกี่ยวกับเรื่องของการเงินบำเหน็จ บำนาญนี่นะครับ สำหรับคนผู้สูงอายุ ๖๐ ปีขึ้นไปมันก็ไม่สอดคล้องกับเจตนาของ กอช. ชัดเจน ผมได้ยกตัวอย่างไปแล้ว และผมได้ทดลองเอาตัวผมซึ่งมีสวัสดิการอยู่แล้วเข้าไปลองสมัคร สมัครได้ ตอนนี้ก็ถ้ามีการขยายผมเชื่อว่าคนอายุ ๖๐ ปีที่มีหลักประกันอื่นอยู่แล้วก็จะไปเฮโล สมัคร เพราะไม่มีอะไรแล้วครับที่รัฐบาลให้เท่า ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เข้าไปอีกเท่าหนึ่งนะครับ

เรื่องที่ ๖ อันนี้ก็สำคัญครับ เรื่องการอภิบาลหรือการจัดการระบบครับ กอช. นั้นในกฎหมายได้ยึดหลักธรรมาภิบาลเอาไว้ชัดเจน มีคณะกรรมการ ๒ ชั้นครับ คณะกรรมการ ลงทุน คือเอาเงินไปลงทุน มีคณะกรรมการ กอช. ซึ่งมีทั้งฝ่ายภาครัฐและมีสมาชิกของผู้ที่ ลงเงินออมเข้าไปร่วมอยู่ด้วย แต่พอไปเป็นมาตรา ๔๐ ของประกันสังคม คนที่ดูแลประกันสังคมคือนายจ้าง ลูกจ้าง และรัฐ คนที่ส่งเงินออมเป็นประชาชนนอกระบบไม่มีตัวแทนเข้าไปอยู่ในนั้น ผิดฝาผิดตัวครับ และ กอช. นั้นได้กำหนดให้มีหน่วยงานของรัฐที่บริหารได้คล่องตัวมาเป็นเลขา เลขาธิการ ต้องสรรหามาไม่ใช่เป็นราชการ แต่ประกันสังคมทั้งหมดเป็นราชการครับ เพราะฉะนั้น สิ่งเหล่านี้เป็นข้อสังเกตที่สำคัญว่ามันจะทำให้เกิดปัญหา ๖ ประการ เป็นจุดที่จะต้องพิจารณา สิ่งที่จะเดินหน้าต่อไปเป็นอย่างไรครับ ท่านประธานครับ เมื่อวานนี้ผมได้มีโอกาสสนทนากับ อาจารย์หมอบรรลุ ศิริพานิช อดีตประธานสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย ผู้ทรงคุณวุฒิอาวุโส ของบ้านเมืองเรา ผมถามท่านว่าคำถามง่ายนิดเดียว อาจารย์ครับ กอช. ดีไหม อาจารย์บอกว่าดี แล้วต้องทำนะครับ ผมก็ถามอาจารย์อีกว่าแล้วทำอย่างไร เขาบอกมันไปติดมาตรา ๔๐ ของประกันสังคม อาจารย์บอกว่าไม่เห็นจะยากเลย อันนี้ก็ทำไปสิครับ ตรงนั้นถ้าเขาเปิดเป็น อำนาจหน้าที่เขาเปิดก็เปิดไป แล้วถ้าวันหนึ่งถ้าตรงนั้นจะโอนบางส่วนมาอยู่ใน กอช. ก็ไปว่ากัน แต่ไม่ใช่เอาสิ่งที่มันติดขัดไปเอามาตรา ๔๐ ประกันสังคมมา แล้วบอกว่าไม่ทำ กอช. นะครับ ซึ่งตรงนี้อาจารย์บอกว่ากฎหมายนี้ใช้เวลามานานกว่าจะได้ออกมาเป็นกฎหมาย รัฐบาลพอ ได้มาแล้วรัฐบาลกลับไม่ทำ คนไทยจำนวนมากเสียโอกาส สังคมก็เสียโอกาสสร้างระบบ การออม ซึ่งเป็นระบบที่ดีกว่าสังคมสงเคราะห์แน่นอน และเป็นการปฏิรูป อาจารย์พูดนะครับ ไม่เข้าใจว่ารัฐบาลทำไมไม่ทำ

สุดท้ายนี่ครับ แล้วอาจารย์บอกว่าเอามาอ่านในนี้ได้ ท่านบอกอย่างนั้นนะครับ ยิ่งถ้ารัฐบาลที่มาจาก คสช. มาเพื่อปฏิรูปประเทศไทย มาเพื่อคืนความสุขให้ประชาชน ผมและคณะได้ไปยื่นหนังสือตอนมี คสช. ใหม่ ๆ เห็นว่านายกรัฐมนตรีพูดว่าจะเดินหน้า แล้วตอนนี้มันหยุดชะงัก ผมไม่เข้าใจแล้วเสียดายจริง ๆ อาจารย์พูดตอนท้ายนะครับว่า แล้วอย่างนี้จะไปหวังปฏิรูปอย่างไร ถ้าเรื่องอย่างนี้มีกฎหมายเรียบร้อย หลักการปรัชญา ชัดเจนนะครับ เป็นประโยชน์สังคมชัดเจนก็ไม่ทำ รัฐบาลที่แล้วก็ว่าไป แต่ตอนนี้มี คสช. มีคณะรัฐมนตรีซึ่งมาเพื่อจะปฏิรูปประเทศไทยชัดเจนนะครับ แล้วก็ปรากฏว่ากำลังจะ เดินหน้าแล้ว หยิบออกไปอีกแล้ว แล้วไม่รู้นะครับ ในรายงานข่าวบอกว่าไม่มีกำหนดครับ ว่าจะเอาเข้าเมื่อไร ทั้งหมดนี้ก็กราบเรียนด้วยการที่พยายามเรียบเรียงให้ท่านประธานและ สมาชิกได้ทราบด้วยความกระจ่างนะครับ ไม่เช่นนั้นคนก็จะงงว่าเมื่อมีมาตรา ๔๐ ประกันสังคมแล้ว แล้วทำไมต้องมาทำเรื่องนี้อีก เรื่องนี้มีที่มาที่ไปและมีความสำคัญต่อ ประเทศชาติจะเป็นประโยชน์ต่อคนไทย ๒๔.๖ ล้านคนที่อยู่นอกระบบ จะทำให้คนไทย เกิดหันมาเปลี่ยนแปลงเรื่องการรอแบมือรับสงเคราะห์มาสู่การออมร่วมกันเพื่ออนาคต ในขณะที่ ทำงานได้ก็เก็บหอมรอมริบ แล้วรัฐบาลก็สนับสนุนแล้วก็มีสวัสดิการ มีบำนาญตลอดชีวิต จนถึงวันตาย เรื่องอย่างนี้นะครับเป็นเรื่องที่ปฏิรูปชัดเจน ผมขออนุญาตขอบพระคุณ ท่านประธานที่ให้เวลาโดยที่ไม่ได้ตัดอะไรเลยนะครับ แล้วก็ขอบพระคุณท่านสมาชิกทั้งหลาย สิ่งที่ทางคณะกรรมาธิการชุดเราเสนอนะครับ ด้วยเหตุผลต่าง ๆ ด้วยความเป็นมาเป็นไปทั้งหลาย ทั้งหมดนี้เราเสนอนะครับ ตามอำนาจหน้าที่ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ มาตรา ๓๑ (๑) นะครับ ที่ให้เราศึกษา วิเคราะห์ จัดทำ แนวทางและข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิรูปด้านต่าง ๆ ตามมาตรา ๒๗ เสนอต่อ สนช. ครม. คสช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะครับ อันนี้ก็เป็นดำเนินการตามหน้าที่นี้

และอีกประการหนึ่ง ที่เราเสนอก็คือว่าท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งท่านเป็นหัวหน้า คสช. และเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านได้กล่าวไว้ว่าถ้ามีอะไรจะให้รัฐบาล หรือ คสช. ทำ ไม่ว่าจะเป็นการปฏิรูปเรื่องกฎหมายอะไรหรือจะต้องทำอะไร ขอให้สภาเรา เร่งรัดและให้รีบบอกมา ด้วยเหตุผลนี้ผมคิดว่าเป็นหน้าที่ที่เราจะมีหน้าที่ ถ้าท่านประธาน และสมาชิกเห็นชอบด้วยนะครับ เราก็เสนอ ๒ ข้อครับ

ข้อที่ ๑ แจ้งเรื่องนี้ไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อให้เร่งรัดปฏิบัติตาม พ.ร.บ. กอช. ปี ๒๕๕๔ ทันที ในรายงานเขียนไว้อย่างนั้นนะครับ

ข้อที่ ๒ เสนอเรื่องไปยัง สนช. เพื่อติดตามตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ในระยะต่อไปตามหน้าที่ของ สนช.

เป็นการเสนอ ๒ ข้อครับ เมื่อเช้านี้ถ้าใครอ่านหนังสือพิมพ์นะครับ นี่เขามานี่ อีกครับ ประกัน มาตรา ๔๐ ประชานิยม ซึ่งเมื่อสักครู่ที่ผมเรียนเนื้อหาไปแล้วนะครับ มันผิดช่องผิดทาง ก็ด้วยความเคารพท่านประธานแล้วก็สมาชิกทั้งหลายครับ อันนี้ก็คือ หน้าที่ของคณะกรรมาธิการปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส ของสภาปฏิรูปแห่งชาติ ก็ขออนุญาตเสนอรายงานที่เราทำเสร็จแล้ว และเป็นการปฏิรูปเร็วตามนโยบายของสภา เพื่อให้สภาได้พิจารณา ด้วยความขอบพระคุณครับ