สุภัทรา นาคะผิว เสนอแนะว่าควรพัฒนาไปสู่ระบบบำนาญประชาชน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมในสังคม โดยเฉพาะเรื่องสวัสดิการผู้สูงอายุ รวมถึงการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาและการเข้าถึงแหล่งทุนเพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถออมเงินได้
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สุภัทรา นาคะผิว นะคะ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ดิฉันมี ๔ ประเด็นนะคะ
ประเด็นแรก ดิฉันเองขอแสดงความชื่นชมและสนับสนุนข้อเสนอของ คณะกรรมาธิการปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส ในการที่จะทำให้เกิดการปฏิบัติตามกฎหมายที่เรียกว่า พ.ร.บ. กองทุนการออมแห่งชาติ นะคะ เพราะจริง ๆ แล้วกฎหมายฉบับนี้ก็อย่างที่หลายท่านพูดไปนะคะว่าได้มีผลบังคับใช้มา ตั้งนานแล้ว แต่ว่าไม่มีการปฏิบัติตาม แล้วก็มีเสียงเรียกร้องจากผู้ที่อาจจะเสียประโยชน์ จากการที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่ล่าช้านะคะ ทำให้เขาเสียโอกาสในการที่จะออมเงิน สำหรับการใช้ในชีวิตบั้นปลาย แต่อย่างไรก็ตามดิฉันมีข้อสังเกตอีก ๓ ข้อนะคะ
อันแรกก็คือว่าดิฉันคิดว่าการที่จะทำให้คนมีความสามารถในการออมและ ส่งเสริมขีดความสามารถของคนให้มีการออมได้เพิ่มขึ้นเป็นเรื่องที่จำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่เราจะต้องสร้างเรื่องพื้นฐานที่ทำให้คนมีรายได้ที่เหมาะสมเป็นธรรมในการดำรงชีวิต และมีเงินส่วนหนึ่งที่จะเก็บออมได้จริงนะคะ การเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงอย่างเท่าเทียม ในแง่ของการศึกษาก็ดี รวมไปถึงเรื่องของการเข้าถึงแหล่งทุนเป็นเรื่องที่สำคัญเพื่อที่จะทำให้ เกิดความสามารถมากขึ้นในการออม ซึ่งดิฉันคิดว่าเรื่องนี้ต้องทำควบคู่กันไปนะคะ
ประเด็นถัดมาก็คือว่า โจทย์สำคัญตอนนี้น่าจะเป็นเรื่องว่าแล้วคนที่ไม่มี ความสามารถที่จะออม อยากจะออม อยากจะมาเข้า กอช. เหมือนกัน แต่ลำพังการดำเนินชีวิต ก็ไม่เพียงพออยู่แล้วในแต่ละวันจะทำอย่างไรนะคะ ดิฉันคิดว่าก็สอดคล้องกับข้อเสนอของ หลาย ๆ ท่านว่าเราก็ต้องยอมรับความจริงนะคะว่าตอนนี้ช่องว่างในเรื่องของรายได้นั้น เป็นโจทย์ที่สำคัญมากของความเหลื่อมล้ำและทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมในสังคมนะคะ การที่จะทำให้คนที่ไม่มีความสามารถในการออมทั้งที่เขาเองก็เป็นคนหนึ่งที่เป็นสมาชิก แล้วก็อาจจะเสียภาษีอากรผ่านการเสียภาษีทางอ้อมจากการซื้อสินค้าและบริการนะคะ เรายังคงเห็นภาพของผู้สูงอายุซึ่งไม่มีคนดูแล แล้วก็ต้องไปออกรายการวงเวียนชีวิต ไปออกโทรทัศน์เพื่อขอเงินช่วยเหลือสงเคราะห์อยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งดิฉันคิดว่า ณ วันนี้ สภาปฏิรูปแห่งชาติ สปช. อาจจะต้องทำเรื่องที่ใหญ่กว่าเรื่องของกองทุนการออม ก็คือว่าเรา จะต้องพลิกเปลี่ยนเพื่อที่จะสร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำในสังคม โดยเฉพาะ เรื่องของสวัสดิการผู้สูงอายุ ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลที่หลายท่านได้พูดไปว่าเรากำลังก้าวสู่ สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบในไม่ช้านี้นะคะ แนวคิดเรื่องของการดูแลผู้สูงอายุจึงไม่ใช่ แนวคิดเรื่องการสงเคราะห์ผู้ยากไร้ ในความเห็นของดิฉันนะคะ ดิฉันคิดว่าทุกคนควรได้รับ การเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี โดยที่ไม่ต้องไปแสดงตน ว่าเป็นคนยากจน ต้องทำให้ยากจนก่อนถึงจะได้รับความช่วยเหลือ ซึ่งดิฉันคิดว่าจริง ๆ แล้ว มันก็เป็นเรื่องของเราต้องคิดว่านี่เป็นเรื่องสิทธิ เสร็จแล้วก็จะต้องทำให้เกิดระบบที่เป็นระบบ บำนาญประชาชน หลักคิดเดียวกันกับเรื่องหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ยังมีคนที่ไม่มี หลักประกันในเรื่องของชราภาพอยู่อีกประมาณ ๔๐ กว่าล้านคนในประเทศนี้ และดิฉันคิดว่า สอดคล้องกับข้อเสนอของประชาชน สปช. ก็ต้องฟังเสียงของประชาชน ซึ่งมีการยื่นข้อเสนอ ดิฉันเข้าใจว่าผ่าน สปช. จังหวัดทุกจังหวัดมาว่าเขาต้องการเห็นระบบบำนาญประชาชน เป็นเครือข่ายของประชาชนที่เสนอมา แล้วก็อยากให้เราทำเรื่องนี้ให้เป็นจริงเพื่อที่จะได้ลด ความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมได้จริง ๆ แต่อย่างที่ดิฉันบอกไปว่าในอนาคต ระยะยาวถ้าทุกคนมีความสามารถในการออมมากขึ้น มีรายได้ที่จะออมเองได้มากขึ้น รัฐเอง ก็อาจจะทำให้ภาระในเรื่องนี้ไม่ได้มากนะคะ แต่อย่างน้อยที่สุดในขั้นพื้นฐานสำคัญ ดิฉันเอง ก็เช่นเดียวกันค่ะ เป็นคนที่ใช้สิทธิอยู่ในประกันสังคมแล้วเราก็ส่งเงินมาโดยตลอด แต่ดิฉัน คิดว่าตอนนี้รัฐเองใช้ภาษีในการมาจัดสวัสดิการเรื่องของหลักประกันเมื่อชราภาพให้กับ ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ แล้วก็ส่วนหนึ่งก็คือไปร่วมสมทบการออมในกองทุน ประกันสังคม ดิฉันเองก็เป็นคนหนึ่งที่รู้สึกว่าประกันสังคมเมื่อถึงเวลาที่ดิฉันเกษียณ คงจะไม่เพียงพอในการดำรงชีวิต ดิฉันก็อยากเข้าไปอยู่ใน กอช. หรือเข้าไปอยู่ในกองทุนอื่น ซึ่งถ้าดิฉันมีความสามารถที่จะออมเพิ่มเติมนะคะ เพิ่มเติมเพื่อให้เรามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อันนี้ก็อาจจะเป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะฝากท่านกรรมาธิการว่าเราจะมีข้อเสนอให้มีการแก้ไข พ.ร.บ. กองทุนการออมแห่งชาติ เพื่อเปิดช่องหรือทำอย่างไรให้คนที่อาจจะยังมีสวัสดิการ ในเรื่องของชราภาพแต่ยังไม่ได้อยู่ในขีดที่จะเรียกได้ว่ามีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ตามเศรษฐกิจ ที่พึงจะมีนะคะ ให้เขามีช่องทางอื่น ๆ ในการที่จะเข้าในกองทุนต่าง ๆ ได้มากขึ้นนะคะ ดังนั้นประเด็นที่ดิฉันจะเสนอหลัก ๆ ก็คือว่าอยากจะสนับสนุนให้ทางกรรมาธิการทำเรื่อง ต่อเนื่องจากนี้ หลังจากที่มีการผลักดันให้ทำตามกองทุน พ.ร.บ. กองทุนการออมแห่งชาติ แล้วนะคะ ก็คือพัฒนาเพื่อเตรียมการทำให้เกิดระบบบำนาญประชาชนอย่างแท้จริงค่ะ ขอบคุณค่ะ