สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๑๐ · ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๗

เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ กล่าวถึงวิกฤติวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นในสังคมไทย เนื่องจากสังคมไทยเปลี่ยนไปเป็นสังคมบริโภค ทำให้การเปลี่ยนแปลงความคิดและนำวัฒนธรรมไทยมารับใช้ชาติเป็นเรื่องที่จำเป็น นอกจากนี้ยังเสนอแนวคิดการปฏิรูปประเทศโดยใช้ศิลปวัฒนธรรมเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมและปรับปรุงชีวิตของประชาชน

นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ประธานกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานครับ ผมขอสรุปในเวลา พยายามจะทำเวลาให้ได้นะครับ เพราะว่าขนาดให้เวลา ๒๐ นาทีก็ยังเกิน เพราะว่าเรื่องมันมากจริง ๆ ครับศิลปวัฒนธรรม นี่ก็กินเวลาไปแล้ว พูดแค่นี้ คือเรื่องของที่เมื่อกี้ผมเปรียบเทียบเหมือนต้นไม้ ก็อยากจะเปรียบเทียบอีกว่า ต้นไม้ต้นนี้คือ สังคมนี่ครับ ศาสนาเป็นแก่น ขณะที่ค่านิยม คุณธรรมและจริยธรรมนั้น เป็นเนื้อไม้ ส่วนค่านิยมนั้นอาจจะเปรียบได้กับเปลือกไม้ เพราะว่าต้นไม้ต้นนี้มีพื้นฐาน จากเศรษฐกิจคือราก เรือนยอดสาขาคือการเมือง ฉะนั้นวิกฤติวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ เราต้องมาดูครับว่าสังคมเรากำลังเป็นสังคมอะไร สรุปง่าย ๆ คือปัจจุบันนี้ถ้าจะพูดไม่ผิดว่า สังคมไทยกำลังเป็นสังคมบริโภค เมื่อเป็นสังคมบริโภคแล้ว วัฒนธรรมและบรรดาค่านิยม ต่าง ๆ มันกลายเป็นวัฒนธรรมของผู้บริโภค ค่านิยมก็เป็นค่านิยมแบบบริโภค คือมีลักษณะ ไม่รับผิดชอบ เอาเงินเป็นหลัก เอาตัวเองเป็นหลัก เหล่านี้เป็นต้น เป็นเหตุของการวิกฤติทางวัฒนธรรมซึ่งเราจำเป็นต้องปฏิรูป แต่ปฏิรูปโดยไม่พูดถึง เรื่องเหล่านี้ก็ไม่ได้ จำเป็นต้องพูดครับว่าเหตุที่เกิดขึ้นก็เพราะว่าสังคมเรากำลังเป็นสังคม ผู้บริโภค ถ้าจะแก้ปัญหานี้ให้เสร็จเด็ดขาดก็ต้องกลับคืนมาสู่สังคมผู้ผลิต ซึ่งก็เป็นปัญหา ซึ่งเราจะต้องปฏิรูปกันทุกด้านนะครับ เพราะเวลานี้เราจะเห็นว่าโลกไร้พรมแดน นอกจากมีเศรษฐกิจเป็นตัวนำ เป็นตัวครอบงำแล้ว อาวุธทางวัฒนธรรมเป็นอาวุธ ที่แหลมคมที่สุดครับ และการครอบงำประเทศต่าง ๆ เวลานี้เขาใช้อาวุธทางวัฒนธรรมครับ เมื่อกี้ท่านผู้อภิปรายก็พูดเรื่องเกาหลี เดี๋ยวนี้เคป็อปเข้ามาคุมใจวัยรุ่นหมดแล้วครับ มันกลายเป็นลักษณะเด็กไทยเราก็คือ หม๋วย ตี๋ หลี ยุ่น แหม่ม อะไรเป็นไทยมันเชยครับ นี่ก็น่าคิดว่าจะทำอย่างไร ฉะนั้นเป็นลักษณะของการครอบงำทางวัฒนธรรมครับ เพราะเวลา เราพูดถึงอดีตเรามักจะเอาอดีตมาครอบปัจจุบัน เวลาพูดถึงต่างชาติเราเอาต่างชาติ มาครอบชาติเรา เราจะต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ครับ เราจะต้องเอาอดีตมารับใช้ปัจจุบัน เอาต่างชาติมารับใช้ชาติเรา เราจึงจะแข็งแรง วัฒนธรรมของเราจึงจะแข็งแรง ไม่เป็น วัฒนธรรมไร้รากแบบทุกวันนี้ เดี๋ยวนี้ถึงกับมีคำพูดว่า ตามเขาแล้วเก่ง คิดเองแล้วโง่ คืออะไร ที่เป็นไทยมันเชยครับ ตามเขาแล้วเก่ง คิดเองแล้วโง่ นี่เป็นอันตรายครับจะต้องปฏิรูป อันตรายของสังคมบริโภคนั่นเอง เรากำลังนำงานศิลปวัฒนธรรมมาปฏิรูปสังคมครับ ไม่ใช่ปฏิรูปงานศิลปวัฒนธรรมอย่างเดียว เรากำลังอยากจะนำงานศิลปวัฒนธรรมมาปฏิรูป สังคม เราขอมีส่วนร่วมกับทุกด้านทุกคณะครับ งานวัฒนธรรมกับการเกษตร งานวัฒนธรรม กับการเมือง วัฒนธรรมใช้ได้ทั้งหมดเลยครับ เพราะวัฒนธรรมเป็นร่มใหญ่ที่ครอบคลุม แล้วเรากำลังจะร่างพระราชบัญญัติกองทุนสร้างเสริมศิลปวัฒนธรรมภาคประชาชนด้วยครับ เพราะว่าเราจะไปรอกฎหมายจากรัฐบาลไม่ได้ครับ อย่างที่ท่านประธานกรรมาธิการยกร่าง ท่านอาจารย์บวรศักดิ์พูดไว้แล้ว เราสามารถทำได้ครับ เราจะร่างพระราชบัญญัติกองทุน เพื่อว่ารับรองประเด็นต่าง ๆ ที่เราพูดมาให้ได้ ให้พร้อมกับการร่างรัฐธรรมนูญไปพร้อม ๆ กัน หารือไปด้วยกันครับ

แล้วก็สุดท้ายนี้ ท่านประธานบอกว่าต้องการให้มีการปฏิรูปเร็ว หรือควิก วิน (Quick win) ที่ผมใช้คำว่า ควินิน (Quinine) เพราะมันเป็นยาขมอยู่เหมือนกัน ทางด้านศิลปวัฒนธรรมนี่ละครับจะเป็นตัวพาหะขับเคลื่อนที่ดีที่สุด เพราะผมไปทำงาน สมัชชาปฏิรูปกับคุณหมอประเวศ วะสี มานั้นเราได้สร้างเครือข่ายไว้แล้วครับ เครือข่าย ของทุกภาค แล้วแต่ละภาคนี่ก็จะครอบคลุมไปทุกจังหวัด เครือข่ายเหล่านี้เราสามารถ จะสร้างเวทีหรือลานวัฒนธรรมได้ตลอดปีเลยครับ เราคิดว่านี่จะมีการรณรงค์ เรื่องศิลปวัฒนธรรมที่ควิก วินที่สุด ถ้าเราทำทั้งปีนะครับ ทุกเรื่องจะมีอยู่บนเวที ศิลปวัฒนธรรมนี้ได้ครับ ขอให้มีทุกสัปดาห์เลยนะครับ การจะทำอะไรต้องทำต่อเนื่องครับ จะไปทำเว้นไม่ได้ ทำต่อเนื่องแล้วมันจะมองเห็นผลครับ ผมว่าอันนี้เราขอเสนอ ในรายละเอียดนั้นคงจะต้องมาพูดคุยกัน แต่ว่าขอเสนอว่าปฏิรูปเร็วของเรานี้ก็คือ เวทีศิลปวัฒนธรรม ซึ่งมีภาคประชาชนเป็นตัวร่วมที่สำคัญ รวมทั้งภาคเอกชนและ ภาครัฐด้วยครับ ท่านอาจารย์สืบพงศ์พูดเป็นกลอน ผมก็อยากจะทิ้งท้ายเป็นกลอนไว้บ้าง นะครับ เห็นเวลายังมีอีกนิดหน่อย

วัฒนธรรมคือวิถีแห่งชาติ ของคนคิด คนทำ คนสร้างสรรค์ เพื่อประโยชน์เป็นอยู่รู้แบ่งปัน ไปตามขั้นครรลองของชีวิต ศิลปะนั้นเป็นความเจนจัด ของการปฏิบัติ การงาน การประดิษฐ์ ศิลปวัฒนธรรมจึงนำคิด ให้รู้ทิศ รู้ทาง รู้ย่างเท้า พื้นฐานบ้านเราคือชาวบ้าน ทำงานไร่นามาก่อนเก่า เป็นปู่เป็นย่าตายายเรา ปลูกเหย้า แปลงย่านเป็นบ้านเมือง เป็นเมืองเรืองรุ่งเป็นกรุงไกร ลูกไทยหลานไทยได้ฟูเฟื่อง น้ำใจไมตรีมีนองเนือง จากเบื้องบรรพกาลถึงวันนี้ ศิลปวัฒนธรรมประจำชาติ เอกราช เอกลักษณ์ เอกศักดิ์ศรี เป็นคันฉ่องส่องความงามและความดี เป็นโคมฉายช่วยชี้วิถีชน