สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๑๐ · ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๗

สืบพงศ์ ธรรมชาติ หารือเรื่องความสำคัญของศิลปะและวัฒนธรรมไทย โดยเน้นย้ำว่าศิลปะและวัฒนธรรมเป็นส่วนสำคัญของความเป็นไทย และต้องการให้คนไทยรักและรักษาศิลปะและวัฒนธรรมของตนเอง พร้อมเรียกร้องให้รักษาพัฒนาศิลปะและวัฒนธรรมไทยสู่หลักชัย

นายสืบพงศ์ ธรรมชาติ

เรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดอกเตอร์เทียนฉาย กีระนันทน์ ที่เคารพ ผม รองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์สืบพงศ์ ธรรมชาติ สปช. นครศรีธรรมราช คำว่า ศิลปะและวัฒนธรรม กับคำว่า วัฒนธรรม ขณะนี้เราใช้ ๒ คำ แต่ความหมายเหมือนกันครับ กระทรวงเราชื่อว่ากระทรวง วัฒนธรรม แต่อย่างไรก็ตามการที่เรามีหลายคำในชื่อด้านนี้ เป็นเพราะว่าไม่ต้องการให้คำใด คำหนึ่งหลุดไป เช่นคำว่า ค่านิยม คำว่า จริยธรรม และอื่น ๆ นะครับ แต่ทั้งหมดนั้นคือ ศิลปะและวัฒนธรรม หรือวัฒนธรรม แม้เขาบอกว่าจะมีคนนิยามคำนี้ตั้ง ๒๐๐ ความหมาย แต่ในที่สุดก็คืออันเดียวกัน คือสิ่งที่คนคิดขึ้นเพื่อความสะดวก เพื่อความสบาย เพื่อความสำเร็จ และเพื่อความสงบสุขของชนชาตินั่นเองนะครับ ความหมายเดียวกันนั่นเอง เพราะฉะนั้นเรื่องศิลปะและวัฒนธรรม หรือวัฒนธรรม ก็คือสิ่งที่เกิดจากความงดงาม ให้ความสุข ให้ความสงบ ให้ความรื่นรมย์ ขอขอบคุณท่านภัทรียาครับ ที่บอกว่าทีวี ควรให้เวลามากกว่านี้ ที่ขอเป็น ๑ ชั่วโมงนั้นน้อยไป ผมเองขอขอบคุณกรมประชาสัมพันธ์ ที่ให้ผมมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ จนทุกวันนี้ วันละ ๓ นาทีครับ พูดภาษาไทยภาคใต้ตลอดมา แล้วดาวเทียมก็ให้เวลาขณะนี้ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ การปฏิรูปด้วยการให้เวลา กับศิลปะและวัฒนธรรม และการศาสนาจึงเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่งนะครับ

เรื่องที่ผมอยากจะสนับสนุนท่านประธานเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ซึ่งท่าน ก็สรุปไว้ค่อนข้างสมบูรณ์แล้ว ด้วยประโยคที่ว่า การรักษาศิลปะและวัฒนธรรมคือการรักษาชาติ ผมอยากให้ประโยคนี้เป็นประโยคที่อยู่ในความทรงจำของพี่น้องชาวไทย เพราะนั่นคือ ความจริงครับ เพราะสิ่งต่าง ๆ ที่ชนชาติเราอยู่ได้ก็เพราะเรื่องศิลปะและวัฒนธรรม ซึ่งหมายรวมถึงทุกสิ่งทุกอย่างนั่นเอง บางท่านอาจจะเข้าใจว่าศิลปะและวัฒนธรรมคือการรำ คือการร้องเพียงเท่านั้น ไม่ใช่ครับ อาหารการกินก็ใช่ ภาษาก็ใช่ วรรณกรรมก็ใช่ ประติมากรรมก็ใช่ จิตรกรรมก็ใช่ หัตถกรรมก็ใช่ ทั้งสิ้นเลยนะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องช่วยกันนะครับ ขอบคุณท่านประธานที่พูดถึงหนังตะลุง และมโนห์ราซึ่งกำลังจะสูญหายไปจากไทย สิ่ง ๒ สิ่งนี้ถ้าดูอายุแล้วตั้งแต่สมัยศรีวิชัย คือประมาณ พ.ศ. ๑๓๐๐ ก็มีแล้ว ถามว่ารับอิทธิพลมาจากไหน เราไม่ปฏิเสธว่าอินเดีย คือมารดาแห่งศิลปะและวัฒนธรรม ๒ อย่างนี้ของเรานะครับ เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ ขอขอบคุณ ท่านรองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงศ์ ความหลากหลายทางวัฒนธรรมหรือพหุวัฒนธรรม เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่โบร่ำโบราณแล้วครับ ถามว่าไทยเราอยู่อย่างโดดเดี่ยวหรือไม่ ไม่ใช่ครับ เรารับอิทธิพลจากอินเดีย จากจีน จากอียิปต์ จากอาหรับ จากชวา-มลายู และเราอยู่ร่วมกันมาเป็นเวลานานแล้ว ศาสนาแรกของโลกคือศาสนาพราหมณ์ ตามมาด้วย ศาสนาพุทธ ตามมาด้วยศาสนาคริสต์ ศาสนาอิสลาม และศาสนาซิกข์ และลัทธิขงจื๊อ หรืออื่น ๆ ก็แล้วแต่ที่มีอยู่มากมาย นี่คือพหุวัฒนธรรมซึ่งมีรวมอยู่ในชนชาติพันธุ์ไทย เราอยู่แล้ว ไทยมาจากไหน เดิมว่า อัลไต แต่ทุกวันนี้ไม่ใช่แล้วครับ หลักฐานใหม่บอกว่า น่าจะอยู่แถวจีนและอพยพกันมาอยู่ที่ขวานทองทุกวันนี้ใช่หรือไม่ ไทจ้วง ไทลื้อ ไทนุง ไทน้ำ ไทโท้ ไทดำ ไทพ่าเก หรือหลายไทนั้นคือใคร ก็คือไทยครับ สยามหรือไทน้อยเป็นส่วนหนึ่ง ของคนไทย เพราะฉะนั้นนี่คือความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่มีมาตั้งแต่โบราณแล้ว อยากจะบอกว่ามรดกวัฒนธรรมของบรรพชนต้องช่วยรักษาครับ โบราณสถานคือ สิ่งชี้ถึงความเจริญรุ่งเรือง ถึงความเก่ง ถึงสติปัญญาของบรรพชนเรา ช่วยกันรักษาครับ มหาวิทยาลัยมีภาระหน้าที่ทำนุบำรุงศีลธรรม เป็น ๑ ใน ๔ ภารกิจ ต้องทำครับ มหาวิทยาลัยหลายแห่งอาจจะบอกว่าเป็นเรื่องเล็ก ๆ ยังเฉย ๆ แต่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ไม่เฉยครับ ผมในฐานะที่ผมเป็นคนไทยคนหนึ่ง ผมจัดการละเล่นอาเซียน เชิญชวามาเล่น เชิญมาเลเซียมาเล่น ภูษานคราแดนใต้ ผ้ายก จัดเพื่อที่จะดูแลในเรื่องเหล่านี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ ต้องเป็นหน้าที่ และสมัชชาแห่งชาติด้านศิลปะและวัฒนธรรมซึ่งท่านประธานและกรรมการ ด้านนี้เสนอ ผมอยากให้เกิดครับ ถ้าเกิดได้ คนไทยจะรักศิลปะและวัฒนธรรมมากขึ้น และการที่เยาวชนเราไม่เห็นความสำคัญของศิลปะและวัฒนธรรมไทย เป็นเพราะว่าเรายังไม่ได้นำ เยาวชนสักเท่าไรในเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นผู้หลักผู้ใหญ่ซึ่งมีอำนาจ มีหน้าที่ต้องช่วยกันครับ ทำอย่างไรให้ลูกหลานเราเห็นคุณค่าของศิลปะและวัฒนธรรม อันนี้เป็นเรื่องสำคัญ

เรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องของศาสนา ซึ่งเมื่อสักครู่บางท่านอาจจะ ไม่ได้พูด เพราะว่าท่านบอกว่าเวลาหมดแล้ว เนื่องจากว่าท่านขอเวลานอก ทีนี้ต้องทำตาม กติกาที่ว่า ผมก็ขอนิดหนึ่งว่าศาสนาเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ว่าพุทธ คริสต์ อิสลาม พราหมณ์ ซิกข์ ก็แล้วแต่ ให้ความสำคัญทุกศาสนา ศาสนาพุทธ ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์ที่คนนับถือกันนั้น ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่เราต้องดูแล ต้องปกปักรักษา ต้องป้องกันครับ ใครเอาเศียรของพระพุทธรูป ไปทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ต้องคัดค้าน ต้องติดตามนะครับ นี่เรื่องหนึ่ง ผมขอจบด้วยมรดก ของบรรพชนผมนะครับ คือบทร้อยกรองว่า ศิลปะและวัฒนธรรมนำชีวิต นำจิตพิสุทธิ์ ผุดผ่องใส ช่วยกันรักษาพัฒนาศิลปะและวัฒนธรรมไทย สู่หลักชัย หลักธรรม ล้ำเลิศเทอญ ขอบคุณท่านประธานครับ