ประเสริฐ ชิตพงศ์ พูดถึงการยอมรับความแตกต่างทางวัฒนธรรมในประเทศไทย และมองว่าพหุวัฒนธรรมเป็นคุณค่าที่สำคัญในการสร้างความเข้าใจและความยอมรับระหว่างคนไทยและคนต่างชาติ โดยแนะนำให้เพิ่มความสำคัญของพหุวัฒนธรรมในรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายเพื่อให้ได้มาซึ่งคุณค่าของการยอมรับความแตกต่างหลากหลายทางวัฒนธรรม
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงศ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดสงขลานะครับ ผมได้ฟังคำชี้แจงของท่านประธานกรรมาธิการด้านคุณค่านะครับ ผมขออนุญาตที่จะใช้ชื่อ เรียกสั้น ๆ จะได้ประหยัดเวลา ท่านได้ชี้แจงท่านได้พูดเอาไว้นั้นก็ถือว่าได้มีความครบถ้วน โดยเฉพาะอย่างน้อยก็ทั้ง ๒-๓ ด้านนะครับ ก็คือด้านส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรม ท่านได้ให้ ข้อมูล ให้ประเด็นต่าง ๆ ไว้ก็ค่อนข้างจะครบถ้วนดีแล้ว ทั้งในด้านของสร้างคุณค่าโดยการใช้ ประเด็นทางจริยธรรมนะครับ เพื่อเป็นเครื่องเหนี่ยวนำให้นักการเมือง ให้ข้าราชการและให้ ประชาชนคนไทยได้ดำรงตัว ดำรงตนอยู่อย่างมีจริยธรรม และมีธรรมาภิบาลในการปฏิบัติ หน้าที่การงานต่าง ๆ แล้วก็ในประเด็นที่ท่านได้ชี้แจงไว้ก็คือ ด้านการใช้ศาสนาเป็นหลัก อย่างผสมผสานเพื่อให้การอยู่ร่วมกันอย่างสันติ แต่ว่าผมได้อ่านในประเด็นต่าง ๆ ที่ท่าน ได้นำเสนอไว้ทั้งหมดแล้วนี่นะครับ ก็เห็นว่ายังมีประเด็นอยู่นิดหนึ่งนะครับ ก็ไม่อยากเรียกว่าเป็นประเด็นใหญ่ มีประเด็นอยู่นิดหนึ่ง ที่อยากจะขอนำเสนอเพื่อให้ท่านได้พิจารณา รวมทั้งขออนุญาตกราบเรียนผ่านท่านประธาน ไปยังท่านกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญด้วยว่าอยากให้เห็นการเพิ่มเติม จะโดยการปรับเพิ่ม ในประเด็นที่ทางกรรมาธิการได้นำเสนอแล้วหรืออาจจะเป็นการปรับถ้อยคำ ปรับข้อความ บางอย่างเพื่อจะรองรับสิ่งที่ผมอยากจะเรียนเสนอดังต่อไปนี้นะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ประเทศไทยเราในระยะที่ผ่านมาเราได้ให้ความสำคัญกับประเด็นเรื่องพหุวัฒนธรรม นะครับ และให้ความสำคัญไว้มากมาย แต่ว่าจากที่ผมอ่านดูที่ได้มีการนำเสนอนี้ ได้ให้ความสำคัญครับ แต่ไม่ได้รวมกันในลักษณะที่เป็นภาพรวมที่เรียกว่า พหุวัฒนธรรม แต่เป็นลักษณะของบอกว่ายอมรับในความแตกต่างของเชื้อชาติของชาติพันธุ์นะครับ แต่ว่าในลักษณะของการดำรงอยู่ของชาติพันธุ์ของชนชาติต่าง ๆ นั้น มันมีลักษณะร่วมก็คือ มีพหุวัฒนธรรม ต้องเป็นพหุวัฒนธรรมร่วมและพหุวัฒนธรรมที่อาจจะแยกส่วนอยู่นะครับ อย่างไรก็ตามเมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ผมคิดว่าประเทศไทยเราเองเราได้ยอมรับในการที่จะดำรงอยู่ กับชาติพันธุ์ต่าง ๆ มากมาย มีความแตกต่างหลากหลายในวัฒนธรรม และเป็นการใช้ ความแตกต่างเหล่านั้นมาอยู่ร่วมกันอย่างสันติอยู่มากมาย เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว เป็นไปได้ไหม ที่อยากจะให้เพิ่มเติมในเรื่องของความสำคัญของพหุวัฒนธรรมนี้ เพราะว่าการใช้ พหุวัฒนธรรมนั้นเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้คนไทยเราเองได้เห็นความสำคัญของการเปิดใจกว้าง ในการที่จะยอมรับความแตกต่าง ความหลากหลาย ไม่ได้ยึดเอาในสิ่งที่เป็นตัวตนของเรา แล้วบอกว่าคนอื่นจะต้องเป็นอย่างเราเท่านั้น เมื่อเห็นของสิ่งอื่นที่ไม่เหมือนอย่างเรา และเราก็บอกว่าเป็นความแตกต่าง และเป็นความที่บางครั้งรู้สึกว่าเป็นความแตกแยก และมองเขาเป็นคนภายนอกเป็นเอาท์ไซเดอร์ (Outsider) ถึงในลักษณะเช่นนี้เป็นอันตราย สำหรับการที่เราจะต้องอยู่ร่วมกันอย่างสันติในอนาคตนะครับ ผมก็เลยอยากเห็นว่า ทำอย่างไรให้เราได้มีความชัดเจนในการสร้างความเข้าใจ สร้างความยอมรับ สร้างความ มีทัศนคติในการยอมรับความแตกต่างหลากหลายให้มากขึ้น จะถึงขั้นกำหนดอะไรบางอย่าง ไว้ในรัฐธรรมนูญ หรือเป็นกฎหมาย หรืออาจจะเป็นอะไรก็ได้ในอนาคตที่เราจะต้องมา กำหนดเป็นประเด็นของการปฏิรูป ในการที่จะทำให้เกิดคุณค่าของการยอมรับ ความแตกต่างหลากหลายทางวัฒนธรรม ที่สำคัญที่ผมอยากเห็นก็คือมีการใช้ ความเป็นพหุวัฒนธรรมในสังคมไทยให้เป็นประโยชน์นะครับ ผมยกตัวอย่างเช่น ลักษณะ ความเป็นพหุวัฒนธรรมของพี่น้องชาวภาคใต้ที่มีความแตกต่างหลากหลายทางศาสนา นะครับ เป็นความแตกต่างหลากหลายทางการยอมรับ การนับถือที่ไปเชื่อมโยงสัมพันธ์ กับประชาชนส่วนใหญ่ในอาเซียนนะครับ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของอาเซียนเป็นประชากรที่นับถือ ศาสนาอิสลาม เราจะใช้ประโยชน์จากความแตกต่างหลากหลายที่มีอยู่ในพื้นที่ทางภาคใต้ ตรงนั้นเป็นเกตเวย์ (Gateway) หรือเป็นประตูสำหรับนำเข้าไปสู่การสร้างความเข้าใจ และความเชื่อมโยงกับพี่น้องประชาชนถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของอาเซียนอย่างนี้เป็นต้น แล้วความแตกต่างหลากหลายของผู้คนมากมายในทางวัฒนธรรมที่อยู่ตามแนวตะเข็บ ชายแดนทั้งหลาย เราใช้ประโยชน์จากตรงนี้ แล้วนำมาเป็นประโยชน์ในการที่จะสร้างพลัง สร้างโอกาสในการที่เราจะร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน และร่วมกันกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยใช้ความแตกต่างหลากหลายที่เรามีอยู่ในทางวัฒนธรรม เป็นพลังในการที่จะไปจับมือ ไปร่วมมือกับประเทศอื่นนอกอาเซียน แทนที่เราจะทำของเราอยู่คนเดียว หรือเราจะปล่อย ให้เพื่อนบ้านของเราที่เรามีความคล้ายคลึงหรือมีความร่วมกันในทางความเป็นพหุวัฒนธรรม ไปเป็นพลังในการร่วมมือกันในส่วนนั้น ตรงนี้เองที่ผมยังไม่เห็นในประเด็นที่ได้นำเสนอไว้ นะครับ เพราะฉะนั้นผมอยากเรียนว่าเอาพหุวัฒนธรรมมาเป็นทั้งคุณค่าและทั้งเป็นประโยชน์ และทั้งเป็นสาระที่เราจะได้ทำความร่วมมือกับประเทศอื่น ๆ ในโอกาสต่อ ๆ ไป ขออนุญาต เรียนนิดเดียวครับ ผมอยู่ในคณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษานะครับ ได้รับมอบหมาย จากท่านประธานคือท่านพารณ ให้มีการตั้งคณะอนุกรรมาธิการขึ้นมาคณะหนึ่ง เรียกว่า ปฏิรูปการศึกษาในมิติพหุวัฒนธรรม นั่นก็คือทำอย่างไรในระบบการศึกษา เราจะเข้าใจถึงการจัดการศึกษาที่ให้สอดคล้องกับความเป็นพหุวัฒนธรรม และจะทำให้เรา อยู่ร่วมกันอย่างสันติ และจะทำให้เกิดประโยชน์ในการที่ร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ในประเทศอื่น ๆ ในโอกาสต่อไปครับ