เตือนใจ จี้รัฐมีแผนแม่บทศิลปวัฒนธรรมหนุนมูลค่าเพิ่มเศรษฐกิจแบบเกาหลีใต้

สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๑๐ · ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๗

เตือนใจ สินธุวณิก เสนอให้รัฐจัดทำแผนแม่บทศิลปวัฒนธรรมและจัดตั้งกองทุนเพื่อสนับสนุนศิลปินไทย โดยยกตัวอย่างความสำเร็จของเกาหลีใต้ และเสนอให้หักภาษี ณ ที่จ่าย 1% จากคอนเสิร์ตต่างชาติเพื่อนำเข้ากองทุนดังกล่าว เพื่อสร้างรายได้และส่งเสริมอุตสาหกรรมบันเทิงไทย

นางเตือนใจ สินธุวณิก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพอย่างสูง ท่านคณะกรรมาธิการและท่านผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ดิฉัน นางเตือนใจ สินธุวณิก สมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๐๘๔ ค่ะ ดิฉันขออนุญาตที่จะกราบเรียนเพิ่มเติมเป็นการ สนับสนุนท่านประธานเนาวรัตน์นะคะ ในหัวข้อประเด็นที่ ๓ ที่ท่านได้เสนอมานะคะ อยากจะขออนุญาตโอกาสนี้กราบขอบพระคุณท่านประธานซึ่งเป็นศิลปินแห่งชาติ และคณะกรรมาธิการทุกท่านที่ได้กรุณาที่จะรับความคิดเห็นที่ดิฉันได้เสนอต่อที่ประชุม แล้วก็บรรจุลงในประเด็นที่ ๓ ด้วยนะคะ ก็จะเป็นเรื่องของการที่เราขอกำหนดให้รัฐต้องมีแผนแม่บทระดับชาติว่าด้วย ศิลปวัฒนธรรมภายใต้การมีส่วนร่วม แล้วก็จัดการของภาคประชาชนนะคะ และที่สำคัญ ที่สุดในบรรทัดสุดท้ายก็บอกว่า ในการพัฒนามูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ โดยใช้ฐานคุณค่า ทางศิลปวัฒนธรรมค่ะ อันนี้ดิฉันก็อยากจะขออนุญาตกราบเรียนเป็นการเพิ่มเติมจาก ท่านประธานเนาวรัตน์ว่า คณะของเราต้องการที่จะให้ทางรัฐบาลนั้นได้เห็นความสำคัญ ในการที่จะให้ความสนับสนุนอย่างแท้จริงแก่ศิลปินทุกสาขาวิชาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักร้อง นักแสดงชาวไทยของเราค่ะ อันนี้ดิฉันคิดว่ารวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องทางด้าน ศิลปวัฒนธรรมทุก ๆ ท่านนะคะ การที่เราเสนอในประเด็นที่ ๓ นั้นก็เสนอเพื่อที่จะให้บรรจุ ลงในโครงสร้างรัฐธรรมนูญในภาคที่ ๒ หมวดที่ ๒ แนวนโยบายพื้นฐานของรัฐค่ะ การที่เรา เสนอเช่นนี้ก็เนื่องจากเห็นตัวอย่างที่เป็นผลดีอย่างยิ่งต่อประเทศของเขาในเชิงประจักษ์ นั่นก็คือประเทศ ขออนุญาตเอ่ยนามประเทศ ก็คือทางประเทศเกาหลีนะคะ ซึ่งเขานำ ศิลปะการแสดง การแสดงภาพยนตร์ โทรทัศน์ของเขานั้น ดิฉันคิดว่าพูดถึงแดจังกึม ทุกท่านทราบดี และหลังจากนั้นเทรนด์ (Trend) เกาหลีมาอย่างแรงค่ะ ทั้งในเรื่องของ เครื่องสำอาง ดาราต่าง ๆ ตอนนี้ก็จะมีศิลปินเข้ามาเปิดการแสดงในบ้านเราตลอดเวลาเลย นะคะ ดังนั้นดิฉันก็อยากจะขอกราบเสนอว่าการที่เราใช้คำว่า สนับสนุน ส่งเสริมในการเพิ่ม มูลค่าทางเศรษฐกิจเป็นฐานคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรมนั้น หมายถึงว่ารัฐบาลของประเทศไทย โดยรัฐนั้นต้องให้การสนับสนุนอย่างแท้จริงแก่วงการศิลปวัฒนธรรมและศิลปินของ ชาวไทยค่ะ ในการที่จะมีกองทุนศิลปวัฒนธรรมแห่งชาติอย่างที่ท่านประธานเนาวรัตน์ ได้บอกแล้วนะคะ สำหรับการส่งเสริมนี้ดิฉันคิดว่านอกจากจะส่งเสริมให้ศิลปินชาวไทย นักร้อง นักแสดงของเราได้มีโอกาสได้รับการสนับสนุน อยากจะขอกราบเสนอว่าในด้านของ เงินภาษีค่ะ รวมทั้งเรื่องของเงินกองทุนและการอำนวยความสะดวกต่าง ๆ อย่างจริงจัง ในการดำเนินงานของเขา ดิฉันเชื่อมั่นว่าทุกท่านทราบดีว่าประเทศไทยเรานั้นขณะนี้แม้ว่า จะมีเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก แต่ภาคเศรษฐกิจของไทยนั้นเข้มแข็งจริง ๆ ค่ะ แล้วก็เป็นส่วน สำคัญในการช่วยงานของรัฐบาลอย่างจริงจัง ดังนั้นถ้าหากว่าทางรัฐได้มีโอกาสที่จะสนับสนุน งานศิลปวัฒนธรรมและการจัดตั้งกองทุนอย่างแท้จริงแล้ว ดิฉันคิดว่าจะทำให้งานของเรา หรือว่าการดำเนินงานด้านศิลปวัฒนธรรมของเรานั้นประสบผลสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง และเป็น ทางหนึ่งที่จะนำเงินเข้าสู่ประเทศ สามารถสร้างเงินรายได้ให้แก่ประเทศไม่แพ้การท่องเที่ยวค่ะ ยกตัวอย่างเช่น ภาพยนตร์จีนซึ่งเขามาถ่ายทำในประเทศไทย ทั้งที่เชียงใหม่และที่พัทยานั้น ดิฉันเอ่ยนามว่าเป็นเรื่องลอสท์ อิน แบงคอก (Lost in Bangkok) ซึ่งหลังจากนั้นดูจากสารคดี แล้วนักท่องเที่ยวชาวจีนหลั่งไหลมาเที่ยวที่เมืองไทยกันมากมายค่ะ เหมือนอย่างชาวไทย ที่ไปเที่ยวที่เกาหลี แม้แต่ตัวดิฉันเองก็ไป ไปถึงก็มีแต่ต้นไม้ เขาก็บอกว่าพระเอก นางเอกนั้น ถ่ายรูปกันตรงนี้ ฉากสุดท้ายอะไรอย่างนี้ค่ะ ซึ่งถ้าเทียบแล้วนี่ของไทยเรามีอะไรสวยงาม กว่าเยอะ ดังนั้นกล่าวโดยสรุปนะคะ ดิฉันอยากจะขอเสนอว่าให้ทางรัฐบาลนั้นเล็งเห็น และสนับสนุนศิลปินทุกสาขาอาชีพของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักร้อง นักแสดงของชาวไทยค่ะ ขอโอกาสให้ได้มีโอกาสที่จะสร้างเงินรายได้เข้าประเทศสนับสนุนการท่องเที่ยวของไทยเรา และวิธีการหาเงินรายได้ที่ง่ายที่สุดแล้วก็ไม่รบกวนเงินงบประมาณของแผ่นดินนั้น ก็ขอกราบเสนอว่าขณะนี้มีศิลปินต่างชาติมาเปิดการแสดงคอนเสิร์ต (Concert) ในบ้านเรา อย่างมากมายค่ะ ก็ขอว่าจะมีการหักภาษี ณ ที่จ่าย ๓ เปอร์เซ็นต์ ก่อนที่จะนำเข้าคลังนั้น ขอตัดสัก ๑ เปอร์เซ็นต์ได้ไหม เข้ามายังกองทุนศิลปวัฒนธรรม ซึ่งอันนี้ถ้าทำได้ดิฉันคิดว่า บรรดาศิลปินทุกสาขาอาชีพนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักร้อง นักแสดงชาวไทยนั้น ก็จะภาคภูมิใจว่าเขาได้รับการสนับสนุนส่งเสริมจากรัฐบาลอย่างแท้จริง แล้วก็เป็นส่วนสำคัญในการที่จะหาเงินรายได้เข้าประเทศ สร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศชาติ แล้วก็ได้ภาคภูมิใจว่าเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทยในการที่จะสร้างชื่อเสียง สร้างเงินรายได้ แล้วก็เผยแพร่วัฒนธรรมอันดีงามของไทยไปสู่สากลโลก ก็คือนานาชาติได้อย่างแท้จริง กราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้กรุณาให้โอกาสดิฉันเสนอความเห็น ขอบพระคุณค่ะ