พลเดช ปิ่นประทีป หารือเรื่องความยากจนและความไม่เป็นธรรมในสังคม โดยเน้นย้ำถึงการปฏิรูประบบยุติธรรม โดยเฉพาะการปฏิรูปตำรวจและอัยการ เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนและความไม่เป็นธรรมในสังคม โดยเสนอให้ปฏิรูปตำรวจให้กระจายอำนาจให้ตำรวจภาค และเลิกระบบชั้นยศของตำรวจแบบทหาร และปฏิรูปอัยการให้บูรณาการกับกระทรวงยุติธรรม
กราบเรียนท่านประธานสภารูปแห่งชาติที่เคารพ ผม พลเดช ปิ่นประทีป สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๑๕๒ เรื่องของความยากจน เป็นปัญหาที่ใหญ่ของประเทศนะครับ แต่ว่าบางครั้งบางคราวปัญหาเรื่องความอยุติธรรม หรือความไม่เป็นธรรมในสังคมรุนแรงแล้วก็ซับซ้อนกว่า ผมอยากจะพาไปเห็นภาพ อยู่ภาพหนึ่งของคนจน แล้วก็คนที่ได้รับความไม่เป็นธรรม ก็คือที่ปลายทาง ปลายทางก็คือ ที่ราชทัณฑ์ที่คุกครับ ที่คุกนั้นขณะนี้มีผู้ต้องขังอยู่ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ คน มีคุกอยู่ ๑๔๕ แห่ง มาตรฐานของพื้นที่ในคุกนะครับ โดยมาตรฐานสากลนักโทษ ๑ คน ควรจะมีพื้นที่ ๒.๒๕ ตารางเมตร เอา ๑๔๕ แห่งมาคำนวณดู คุกของเราจะสามารถรองรับนักโทษได้อยู่ ๑๐๐,๐๐๐ คน แต่วันนี้เรามีนักโทษอยู่ ๓๐๐,๐๐๐ คนครับ สภาพของนักโทษที่ล้นคุก เป็นปัญหาปลายทางของระบบยุติธรรม ทีนี้ระบบยุติธรรมที่เราจะแก้ไขเราจะปฏิรูปนั้น ก็ไปดูอีกนิดหนึ่งครับว่าใน ๓๐๐,๐๐๐ คนที่ล้นคุกอยู่นั้น โดยส่วนใหญ่เป็นปัญหา เรื่องยาเสพติด แล้วเกือบทั้งหมดเป็นคนยากจนนะครับ ซึ่งคนยากจนคนที่ด้อยโอกาส คนที่ไร้อำนาจต่อรองนั้นจะมีปัญหากับกระบวนการยุติธรรมเป็นอย่างยิ่ง แล้วในกระบวนการ ยุติธรรมนั้นจุดที่มีความสำคัญมากที่สุดผมอยากจะชี้ว่าอยู่ที่ตรงตำรวจ แล้วก็อัยการ ซึ่งเป็นกระบวนการยุติธรรมขั้นต้นที่มีความสำคัญมาก มีบางท่านบอกว่าถ้าสามารถปฏิรูป ตรงตำรวจ ระบบตำรวจแล้วก็อัยการได้ จะแก้ไขหรือว่าปฏิรูประบบยุติธรรมได้อย่างน้อย ๘๐ เปอร์เซ็นต์เข้าไปแล้วนะครับ ดังนั้นผมอยากชี้ ๒ ประเด็นนี้เป็นการเสริม โดยภาพรวม แล้วผมมีความชื่นชมแล้วก็เห็นด้วยในหลักการที่ท่านประธานกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรมได้กล่าวมา แต่ว่าผมมีเรื่องที่อยากจะย้ำ อยากจะฝาก อยากจะชี้ไปถึงกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญอยู่ ๒ เรื่องครับ คือเรื่องตำรวจกับอัยการนะครับ
เรื่องแรกนั้น คือเรื่องตำรวจ ผมมีข้อเสนอในเชิงโครงสร้างบางอย่างครับ ผมคิดว่าหลายท่านได้กล่าวแล้ว โดยเฉพาะอาจารย์เจิมศักดิ์ได้กล่าวไปสักครู่นะครับ ปัญหาเรื่องของระบบตำรวจที่มีการจัดองค์กรแบบกองทัพ แล้วก็รวมศูนย์อำนาจ การตัดสินใจการบริหารจัดการอยู่ที่ส่วนกลาง อันนี้เป็นประเด็นปัญหาครับ ในข้อเสนอนั้น ผมคิดว่าตรงนี้จะฝากไปที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เพราะว่ามันจะไปสัมพันธ์ กับเรื่องของการปฏิรูประบบบริหารราชการแผ่นดินและการกระจายอำนาจด้วยนะครับ สิ่งที่ผมอยากเสนอในที่นี้เพื่อแก้ปัญหาตรงระบบตำรวจที่ให้ใกล้ชิดประชาชน แล้วก็ รับผิดชอบและประชาชนสามารถควบคุมได้ง่ายขึ้นนะครับ ผมคิดว่าต้องเลิกระบบกองทัพ ของตำรวจครับ ต้องกระจาย มีคนเสนอว่าควรจะมีการกระจายอำนาจการบริหารจัดการ ไปที่ตำรวจภาค เป็น ๙ ภาค บวก ๑ นครบาลนะครับ ผมคิดว่าเท่านั้นคงไม่พอ ในส่วนตัวของผมนี่ผมมีตัวชี้วัดเป็นการส่วนตัวนะครับว่า เราจะดูว่าการปฏิรูปครั้งนี้เสียของ หรือไม่ ผมจะดูว่าการปฏิรูปตำรวจสำเร็จไหม เพราะว่าการปฏิรูปตำรวจมีความพยายาม หลายรัฐบาล หลายยุคหลายสมัยนะครับ แต่ไม่เคยสำเร็จเลย ดังนั้นตัวชี้วัดส่วนตัวของผมคือ เรื่องนี้เลยนะครับ ดังนั้นสิ่งที่ผมอยากเห็น อยากฝากไปที่ทางกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ก็คือว่าจะออกแบบรัฐธรรมนูญอย่างไรเพื่อให้รองรับเรื่องของการมีตำรวจที่ไปอยู่ในพื้นที่ เป็นตำรวจที่โฟกัส (Focus) ไปเลยครับ เป็นตำรวจที่จังหวัด ที่ท่านกรรมาธิการได้นำเสนอว่า จะมีสภากิจการตำรวจแห่งชาติ ผมคิดว่าถ้าหากว่าไปอยู่ที่จังหวัดแล้วนี่ขึ้นกับผู้ว่า และมีสภากิจการตำรวจที่จังหวัดเป็นคนดูแล ให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมอยู่ตรงจุดนั้นนะครับ แล้วก็อาจจะเลิกระบบชั้นยศของตำรวจแบบทหารเสีย อันนี้ถือว่าถ้าหากว่าทำอย่างนี้ได้ จะเป็นการพลิกโฉมไปเลยนะครับ
เรื่องที่ ๒ เรื่องของการปฏิรูประบบอัยการ ประเด็นของอัยการคงมี ๒ ประเด็นที่ผมคิดว่าเป็นปัญหา คือเรื่องที่ ๑ ประเด็นภาพลักษณ์ของอัยการ เรื่องที่ ๒ คือเรื่องของความศรัทธาของสังคม ๒ ประเด็นนี้เป็นเรื่องใหญ่นะครับ แล้วก็มีปัญหา ทั้งในเชิงของสถาบันอัยการแล้วก็ตัวบุคคลที่เป็นอัยการเป็น ๒ ระดับ อย่างนี้เป็นต้นนะครับ ผมมีข้อเสนอต่อทางกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญว่า ในเรื่องนี้ผมอยากให้ชั่งครับ ชั่งน้ำหนักผลดีผลเสียของการที่มีอัยการเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ชั่งระหว่าง ความคาดหวัง เพราะว่าเคยตั้งสมมุติฐานว่าถ้าเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญแล้วจะเป็น อย่างนั้น ๆ แต่ว่ามันผ่านการพิสูจน์มา ๑๐ กว่าปี แล้วมันเป็นอย่างไร ขอให้ชั่งตรงนั้นให้ดี ในความเห็นของผมนั้นผมเสนอว่า ผมเห็นว่าหมดความจำเป็นที่องค์กรอัยการจะเป็น องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ผมคิดว่าองค์กรอัยการน่าจะเปลี่ยนบทบาทที่จะมาอำนวย กระบวนการยุติธรรมนะครับ เป็นบูรณาการกับหน่วยงานต่าง ๆ ภายใต้กระทรวงยุติธรรม ผมมีข้อเสนอเท่านี้ครับ