สารี อ๋องสมหวัง หารือเรื่องการปฏิรูปพลังงาน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการบริหารจัดการทรัพยากรปิโตรเลียมให้เป็นทรัพยากรของชาติ และส่งเสริมการพัฒนาที่เป็นธรรมและยั่งยืน โดยให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายพลังงาน และส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนเป็นอันดับแรก นอกจากนี้ยังเรียกร้องการปฏิรูปสื่อมวลชนเพื่อให้เกิดความโปร่งใส
ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน แล้วก็เรียน คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ แล้วก็เพื่อนสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทุกท่านนะคะ ดิฉันขออภิปรายในประเด็นสำคัญ ๆ ดังนี้ ดิฉันคิดว่ากิจการพลังงานเป็นกิจการ ด้านสาธารณูปโภคที่สำคัญยิ่งต่อการดำรงชีวิตของประชาชน แล้วก็การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ของประเทศ ดิฉันเองได้มีโอกาสอ่านเอกสารของคณะทำงานเตรียมการปฏิรูป เพื่อคืนความสุขให้กับคนในชาติ ภายใต้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน ที่น่าสนใจ แล้วก็สะท้อนความคาดหวังของประชาชนในหลายประเด็น อย่างเช่น เราควรมีการปฏิรูปด้านพลังงานในเรื่องที่สำคัญ ก็คือการบริหารจัดการด้านพลังงาน ของประเทศ การกำหนดนโยบายทางพลังงานของรัฐที่ต้องมีการดำเนินการอย่างโปร่งใส ภายใต้หลักธรรมาภิบาล มีการคำนึงถึงการจัดสรรผลประโยชน์ให้กับภาคประชาชน และภาคส่วนต่าง ๆ อย่างเป็นธรรม มีการแก้ไขปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนของเจ้าหน้าที่รัฐ และปัญหาการผูกขาดธุรกิจของกลุ่มทุนพลังงาน ดิฉันคิดว่าเป็น ๕ ประเด็นที่มีความสำคัญ จึงมีข้อเสนอ ๔ ประเด็น ดังต่อไปนี้
ประเด็นที่ ๑ ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรปิโตรเลียม ดิฉันคิดว่า รัฐธรรมนูญควรบัญญัติให้ปิโตรเลียมเป็นทรัพยากรของชาติ รัฐในฐานะตัวแทนของ ประชาชนเป็นเจ้าของปิโตรเลียมทั้งหมด รวมทั้งที่ค้นพบและผลิตได้ โดยให้มีบรรษัท พลังงานแห่งชาติที่เป็นของรัฐร้อยละ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ และดำเนินการ ให้สิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียม รวมทั้งดำเนินการเองหรือร่วมดำเนินการ ทั้งนี้เพื่อพัฒนา ประสิทธิภาพในการประกอบการปิโตรเลียมและรักษาความมั่นคงด้านพลังงานของรัฐ การใช้ประโยชน์ในทรัพยากรปิโตรเลียมต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชน เป็นลำดับแรก ดิฉันคิดว่าอันนี้เป็นประเด็นที่มีคำถาม เพราะว่าเราเขียนไว้เดิมนี่ เราจะดำเนินการในระบบสัมปทาน ซึ่งก็พบว่ารัฐได้ผลประโยชน์ที่ต่ำ อย่างน้อยที่ผ่านมา ก็ประมาณร้อยละ ๓๐ เท่านั้นเอง แต่ขณะที่ประเทศเล็ก ๆ ประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลาย ก็ใช้ระบบการแบ่งปันผลผลิตเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองให้กับรัฐในการจัดการทรัพยากรพลังงาน
ประเด็นที่ ๒ ดิฉันคิดว่าการกำหนดนโยบายด้านพลังงาน ปัญหาก็คือว่า ขณะนี้เราให้ความสำคัญกับการกำหนดนโยบายที่เน้นเรื่องความมั่นคงด้านพลังงาน มากเกินไปจนมีปัญหาต่อการจัดหาพลังงานที่สูงเกินความจำเป็น และสุดท้ายก็เป็นภาระ ของผู้บริโภค ดิฉันขอยกตัวอย่างว่าเรามีการสำรองไฟฟ้าที่สูง บางครั้งเกิน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งไฟฟ้าที่สำรองเหล่านั้นก็คือภาระของผู้บริโภคที่ต้องจ่ายค่าไฟฟ้านะคะ หรือในปีนี้ เรานำเข้าแก๊ส ๕,๐๗๐ ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน แต่ขณะที่เราใช้เพียง ๔,๕๘๓ ล้านลูกบาศก์ฟุต ต่อวัน เกือบ ๕๐๐ ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน อันนี้ก็เป็นภาระของผู้บริโภคที่ต้องใช้สตางค์ เข้าไปสมทบในส่วนการสำรองที่อาจจะเกินความจำเป็นนะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันเห็นว่า การกำหนดนโยบายด้านพลังงานต้องเน้นส่งเสริมการพัฒนาที่เป็นธรรม และเน้นการพัฒนา ที่ยั่งยืนและทั่วถึง โดยให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายพลังงานทั้งทางตรง และทางอ้อม รวมทั้งมีสิทธิเข้าถึงข้อมูลการประกอบกิจการพลังงานที่ทันสมัยในทุกด้าน เพื่อติดตามและตรวจสอบนโยบายและกิจการด้านพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อแก้ไขปัญหาพลังงานอย่างเร่งด่วนรัฐต้องส่งเสริมให้มีการใช้พลังงานหมุนเวียน เป็นอันดับแรกก่อนพลังงานประเภทอื่น และต้องส่งเสริมให้ประชาชนและชุมชนสามารถใช้ ผลิต และจำหน่ายพลังงานหมุนเวียนได้โดยไม่มีการกีดกันใด ๆ และให้มีกฎหมายพลังงาน หมุนเวียนโดยเร็ว ดิฉันคิดว่าเรามีมายาคติเรื่องพลังงานหมุนเวียนมากว่าแพง แสงแดด อาจจะหมด แล้วก็อย่างที่หลายท่านได้พูดดิฉันขอยกตัวอย่างประเทศเยอรมนีซึ่งมีเรียกว่า แสงแดดที่มีความเข้มน้อยกว่าของเราถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ เยอรมนีสามารถผลิตเรียกว่า พลังงานแสงแดดได้ถึง ๒๙,๓๐๐ เมกกะวัตต์ ขณะที่ที่ผลิตได้เราใช้ไฟฟ้าที่ภาคเหนือ และภาคอีสานยังน้อยกว่าที่เยอรมนีผลิตได้ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าสิ่งเหล่านี้ก็เป็นหลักฐาน เชิงประจักษ์ที่สำคัญว่าการที่เราจะใช้พลังงานแสงแดด พลังงานหมุนเวียนในรูปแบบต่าง ๆ แล้วก็ต้องใช้ก่อนเป็นเรื่องที่สำคัญ แล้วก็จะช่วยลดเรียกว่า พีก (Peak) หรือปริมาณการใช้ไฟ สูงสุดของประเทศลงไปได้และทำให้เราลดความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นกับชุมชน
ประเด็นที่ ๓ เรื่องการกำกับกิจการพลังงาน ดิฉันเห็นว่ารัฐต้องกำกับกิจการ พลังงานให้มีการแข่งขันที่เสรี เป็นธรรม ไม่มีการผูกขาดตัดตอนทั้งทางตรงหรือทางอ้อม แล้วก็คุ้มครองผู้บริโภคนะคะ โดยที่มีหน่วยที่เป็นอิสระแล้วก็ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน
ประเด็นสุดท้าย ดิฉันขอยกเรื่องจริง ดิฉันไปยื่นจดหมายเพื่อขอให้ปรับ โครงสร้างราคาพลังงานที่ดิฉันได้พูดไปเมื่อวานว่า สรุปแล้วทำไมไม่ให้ปิโตรเคมีจ่าย ๑๒ บาท เหมือนกับธุรกิจอื่นหรือลดค่าผ่านท่อทั้ง ๆ ที่เราควรจะรีเทิร์น ออน อินเวสเมนต์ (Return on investment) ของค่าผ่านท่อมันเกิน เรียกว่ามันเป็นภาระ เพราะฉะนั้นเราควรจะลด ค่าผ่านท่อ หรือเราควรจะใช้แก๊สในราคาที่เท่ากัน ไม่ใช่เลือกปฏิบัติ บางบริษัทได้ในราคา ที่ต่ำกว่า ดิฉันไปยื่นหนังสือ นักข่าวมีมากกว่าดิฉันอีกนะคะ แต่ไม่เป็นข่าวเลย เพราะฉะนั้น ดิฉันคิดว่าการปฏิรูปเรื่องพลังงานมันคงจะหนีจากการปฏิรูปเรื่องสื่อมวลชนไปไม่ได้ แล้วก็ดิฉันอยากเห็นว่าขอให้หน่วยงานของรัฐที่ซื้อโฆษณาก็ดี ที่มีงบโฆษณาก็ดีให้เปิดเผยว่า มีการสนับสนุนสื่อในประเภทไหนอย่างไร โดยที่ทำให้เกิดความโปร่งใสและประชาชน ก็สามารถที่จะตรวจสอบได้ ขอบพระคุณมากค่ะท่านประธาน