ดุสิต จี้ปฏิรูปพลังงาน เร่งใช้หมุนเวียน-ยกเลิกผูกขาดฯ ให้ประชาชนผลิตเองได้

สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๑๐ · ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๗

ดุสิต เครืองาม อภิปรายสนับสนุนการปฏิรูปพลังงานโดยเสนอให้เร่งใช้พลังงานหมุนเวียนแทนเชื้อเพลิงปิโตรเลียมที่กำลังหมด และเรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเปลี่ยนสถานะประชาชนจากผู้บริโภคเพียงอย่างเดียวเป็นผู้ผลิตและผู้บริโภคไฟฟ้าอย่างคุ้มค่า พร้อมยกตัวอย่างการใช้โซลาร์เซลล์ที่ต้นทุนลดลงและเสนอให้ยกเลิกการผูกขาดระบบซื้อขายไฟฟ้าแบบเดิมเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการผลิตพลังงานได้ ดุสิต เครืองาม หารือเรื่องอำนาจรัฐในการกำหนดนโยบายพลังงานหมุนเวียนแบบผูกขาด และเรียกร้องให้ปฏิรูปเพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการผลิตไฟฟ้าและส่งเสริมอุตสาหกรรมภายในประเทศ

นายดุสิต เครืองาม

กราบเรียนท่านประธาน สปช. ที่เคารพ ท่านกรรมาธิการปฏิรูปพลังงานและคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญครับ กระผม ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ดุสิต เครืองาม สปช. หมายเลข ๗๙ ขออภิปรายสนับสนุน ประเด็นต่าง ๆ ที่ท่านประธานกรรมาธิการพลังงานได้รายงานไปแล้วดังต่อไปนี้ครับ ท่านประธานครับ เชื้อเพลิงปิโตรเลียมก็ดี ก๊าซธรรมชาติก็ดีที่เราขุดพบในอ่าวไทย ในสภาพความจริงตอนนี้กำลังเริ่มหมดลงไปทุกปี ๆ ก็ไม่ทราบว่าใน ๗ ปี ๑๐ ปี ๑๕ ปี หรือ ๒๐ ปีข้างหน้ามันจะหมดเกลี้ยงไปเมื่อไร ขึ้นอยู่กับโชคชะตานะครับว่าจะขุดเจอ หรือไม่เจอ ดังนั้นทางรอดของประเทศไทยมีทางเดียวที่เราจะต้องทำตอนนี้ก็คือ การจะต้องเร่งใช้ทรัพยากรที่เรามีอยู่ในประเทศไทยอย่างจริงจัง นั่นก็คือการใช้พลังงาน หมุนเวียน ถ้าเราเงยหน้าขึ้นท้องฟ้าเราก็จะมีดวงอาทิตย์ ถ้าเราก้มลงดินเราก็จะมีดิน ซึ่งอุดมสมบูรณ์ ซึ่งสามารถนำมาผลิตเป็นเชื้อเพลิงชีวมวลได้แบบนี้เป็นต้น ผมจึงอยากเสนอว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปนะครับ คนไทยเราทั้งประเทศต้องเปลี่ยนทัศนคติ แล้วนะครับ อย่าไปคิดว่ารัฐมีหน้าที่เป็นผู้จัดหาพลังงาน อย่าไปคิดว่าประชาชนมีหน้าที่ เป็นผู้ใช้พลังงานแต่เพียงอย่างเดียว ในรัฐธรรมนูญนี้นะครับ ผมคิดว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องเขียนให้เป็นหน้าที่ของประชาชนคนไทยด้วยซ้ำไปว่า จะต้องเป็นทั้งผู้ใช้พลังงาน และผู้ผลิตพลังงาน และในการใช้พลังงานนั้นก็ต้องใช้แบบคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพด้วย นะครับ เมื่อเป็นดังนี้ประเทศไทยเราก็จะรอดปลอดภัยได้ ตัวอย่างเป็นรูปธรรมนะครับ ในการที่จะใช้พลังงานหมุนเวียนให้เป็นประโยชน์ก็คือการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ เพราะว่า แสงอาทิตย์นี่นะครับ ลงถึงพื้นโลกทุกวันทุกตารางเมตร แล้วก็ประเทศไทยเราก็อยู่ในแหล่ง พื้นที่ที่มีแสงแดดเข้มข้นดีตลอดทั้งปีด้วยนะครับ แล้วก็อย่ามาคิดนะครับว่าการลงทุนติดตั้ง โซลาร์เซลล์ ในวันนี้ราคาแพง เดี๋ยวนี้มีเงินแค่ ๑๐๐,๐๐๐ บาท หรือ ๒๐๐,๐๐๐ บาท หรือ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ท่านก็สามารถติดตั้งโซลาร์รูฟทอปบนหลังคาบ้านได้แล้ว และรัฐเอง ก็มีโครงการรับซื้อไฟฟ้าในราคาพิเศษอยู่ด้วย ต้นทุนของค่าไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ตอนนี้ นะครับ ลงมาเหลือแค่ ๕-๖ บาทเท่านั้น แทบจะลงมาใกล้กับค่าไฟฟ้าปกติด้วยซ้ำไป ยิ่งถ้าเปรียบเทียบกับอัตราค่าไฟฟ้าที่เรียกว่าทีโอยู มิเตอร์ (TOU meter) หรือว่าไทม์ ออฟ ยูส มิเตอร์ (Time of use meter) แล้วนี่ใกล้กันมากทีเดียวครับ เงินลงทุนเหล่านี้ก็จะถูก ลงไปเรื่อย ๆ ผมเชื่อว่าไม่เกิน ๕ ปี อย่างนานที่สุดก็คือ ๑๐ ปี ค่าไฟฟ้าที่ผลิตจาก แสงอาทิตย์จะลงมาเท่ากับหรือว่าถูกกว่าไฟฟ้าที่ประชาชนต้องซื้ออยู่ในทุกวันนี้ เมื่อนั้น นะครับก็จะเกิดการค้าหรือว่าเสรีเกิดขึ้น แต่ว่าตอนนี้ครับท่านประธานครับ ระบบการซื้อ การขายพลังงานไฟฟ้าของประเทศไทยเรานี่ถูกผูกขาด เรียกว่าเป็นซิงเกิล โพรดิวเซอร์ (Single producer) แล้วก็ซิงเกิล บายเยอร์ (Single buyer) ซึ่งตรงนี้นะครับคิดว่า ในรัฐธรรมนูญนี่หรือแม้แต่กระทั่งในร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้าหรือพลังงาน จะต้องเปลี่ยนรูปแบบแล้วนะครับ จะต้องปฏิรูปว่าประเทศไทยเรานี่ผู้ซื้อกับผู้ผลิตไม่ใช่ ๑ ต่อ ๑ อีกต่อไปแล้ว ผู้ซื้อผู้ผลิต ผู้ซื้อผู้ขายจะต้องเป็นมวลมหาประชาชนทั้งประเทศ ประชาชนทุกคนมีหน้าที่ที่จะต้องเข้าถึงพลังงานแล้วก็ผลิตพลังงาน แต่ทุกวันนี้นะครับ ไม่ว่าจะดูกฎหมายหรือว่าระเบียบอะไรต่าง ๆ ล้วนแล้วแต่ขัดไปทั้งหมดว่าไม่ให้ประชาชน ทำอันโน้น ไม่ให้ประชาชนทำอันนี้ ผมจะขอยกตัวอย่างให้ฟังครับ กรณีพลังงานแสงอาทิตย์

ข้อห้ามข้อที่ ๑ การผลิตไฟฟ้าด้วยแสงอาทิตย์จะกระทำมิได้ ถ้าไม่มี ใบอนุญาตประกอบกิจการพลังงาน ใครจะติดตั้งโซลาร์เซลล์บนพื้นดินก็ไม่ได้ บนหลังคาบ้าน ก็ไม่ได้ เมื่อไม่กี่สัปดาห์นี้นะครับ กระทรวงอุตสาหกรรมเพิ่งแก้กฎกระทรวง จนกระทั่ง ให้การติดตั้งโซลาร์รูฟทอปนั้นได้รับการยกเว้นไม่ต้องไปขอใบ รง. ๔ แต่การติดตั้งบนพื้นดิน เล็ก ๆ นี่นะครับ ยังจะต้องขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน

ข้อห้ามข้อที่ ๒ ถ้าไม่มีโพรแกรม (Program) พิเศษใด ๆ จากรัฐมาสนับสนุน ในการประกาศเป็นครั้ง ๆ ห้ามไม่ให้ติดตั้ง ห้ามไม่ให้ขายไฟฟ้า อ้าว แล้วถ้าจะติดตั้ง ใช้ไฟฟ้าเองได้ไหมล่ะครับ ตอบ เขาบอกว่าได้ แต่ต้องไม่มีไฟฟ้าเหลือ ต้องไม่มีไฟฟ้า เหลือย้อนขึ้นไปหาเสาไฟฟ้าเด็ดขาด เหลือย้อนเมื่อไรการไฟฟ้าก็จะมาถอดมิเตอร์เมื่อนั้น นี่คือข้อเท็จจริง

ข้อที่ ๓ ใครติดตั้งโซลาร์เซลล์ ไม่ว่าจะอยู่บนดินหรือบนพื้นดินอะไรนี่นะครับ ต้องได้รับการขออนุญาตที่ผมเรียนแล้ว และก็ต้องไม่ให้มีกระแสไฟฟ้าไหลย้อน โรงเรียนก็ดี วัดก็ดีถูกถอดมิเตอร์ไปหลายที่แล้ว มีผู้ใจดีบุญกุศลบริจาคโซลาร์เซลล์ให้กับโรงเรียน ประมาณ ๓ กิโลวัตต์ ปรากฏว่าเสาร์ อาทิตย์โรงเรียนหยุด นักเรียนไม่มาโรงเรียน ไฟฟ้า มันไหลย้อน วันรุ่งขึ้นการไฟฟ้าก็เลยมาถอดมิเตอร์ออกไปแล้ว แล้วก็นี่เป็นเรื่องจริงนะครับ

ข้อห้ามข้อที่ ๕ กระทรวงพลังงานเท่านั้นที่จะประกาศ

ข้อห้ามข้อที่ ๔ ห้ามก่อสร้างระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในชุมชน ในสถานที่ราชการและในโรงเรียน เพราะเขาบอกว่าเดี๋ยวนี้การผลิตไฟฟ้ายังต้องใช้ พ.ร.บ. อุตสาหกรรม ปี ๒๕๓๕ อยู่ว่าการผลิตไฟฟ้าด้วยโซลาร์เซลล์นั้น ถือเป็นโรงงาน ที่มีภัยต่อสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างยิ่ง เป็นโรงงานจำพวก ๓ ซึ่งมหัศจรรย์มากนะครับ ยังล้าหลังอยู่

ข้อห้ามข้อที่ ๕ กระทรวงพลังงานเท่านั้นที่จะประกาศว่าเมื่อใด ที่ไหน จะให้ใครผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีใดก็ตาม ทุกครั้ง ที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติมีการประกาศออกมาว่ารับซื้อไฟฟ้า จากแสงอาทิตย์ จากลม จากขยะชีวมวลเท่านั้น ๆ ราคาเท่านี้ ถ้ามานั่งวิเคราะห์ดูแล้ว นั่นคือการที่รัฐเป็นผู้กำหนดแต่เพียงผู้เดียว ทำให้ประชาชนไม่มีความเป็นอิสระในการที่จะมี ส่วนร่วมในการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานหมุนเวียนนะครับ ดังนั้นกระผมจึงขอกราบเรียนว่า วันนี้ถึงเวลาแล้วนะครับที่จะต้องมาปฏิรูปว่าประชาชนคนไทยนี่หน้าที่พลเมืองที่ดีก็คือ เป็นผู้ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและต้องมีส่วนร่วมในการผลิตพลังงานด้วย ไม่เพียงแต่ ไฟฟ้านะครับ แก๊สโซฮอล์ ไบโอดีเซลก็เช่นเดียวกัน

และประการสุดท้ายครับ เราจะต้องมีการส่งเสริมให้มีการใช้ผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรมสินค้าที่ผลิตในประเทศ พลังงานแสงอาทิตย์เราบอกว่าแสงแดดได้มาฟรี แต่ว่าตอนนี้ที่ไหนได้ครับต้องนำเข้าแผงโซลาร์เซลล์จากต่างประเทศปีละหลายหมื่นล้านบาท เผลอ ๆ ปี ๒๕๕๘ นี้จะต้องนำเข้านับเป็นแสนล้านบาท เพราะบังเอิญกระทรวงพลังงาน บอกว่าต้องติดโซล่าให้เสร็จ ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ เมกะวัตต์ ภายใน ๑ ปี ในประเทศไทยเรามี โรงงานผู้ผลิตแผงเซลล์อยู่ตอนนี้ประมาณ ๓๐๐ เมกะวัตต์ครับ เราจะต้องช่วยกันส่งเสริม ให้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้สามารถออกสู่ตลาดได้ ไม่สามารถที่จะสู้ราคากับประเทศจีนได้หรอกครับ ประเทศจีนส่งแผงเซลล์ราคาถูกไปตีตลาดในยุโรป ในยุโรปก็ใช้มาตรการแอนตี ดัมปิง (Anti- Dumping) ไปเรียบร้อยแล้ว ประเทศไทยเราก็ไม่มีแอนตี ดัมปิง แล้วก็ไม่มีมาตรการในการที่ จะส่งเสริมโลคอล คอนเทนต์ (Local content) หรือว่าการผลิตในประเทศไทยเลยนะครับ จึงขอฝากกราบเรียนไว้ตรงนี้ด้วยเพื่อความยั่งยืน และเป็นการสร้างแรงงานอุตสาหกรรม ที่จะเป็นแวลู เชน (Value chain) ต่อไปในอนาคต ขอบพระคุณครับ