คำนูณ สิทธิสมาน หารือเรื่องทรัพยากรปิโตรเลียมที่เป็นทรัพย์สินของชาติและขอให้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญและแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม คำนูณ สิทธิสมาน ในฐานะสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ก่อนอื่นผมขอแสดงความชื่นชมแล้วก็ถือว่า เป็นมิติใหม่อย่างยิ่งที่คณะกรรมาธิการปฏิรูปพลังงานได้บรรจุในประเด็นที่ ๕ เอาไว้ ที่ระบุไว้ว่า ปิโตรเลียมและเชื้อเพลิงธรรมชาติอื่น ๆ เป็นทรัพยากรของชาติและมีไว้ เพื่อประโยชน์สาธารณะ การสำรวจ การผลิต และการใช้ประโยชน์ทรัพยากรนั้นต้องคำนึงถึง ประโยชน์สูงสุดของประเทศและประชาชน ทั้งในระดับประเทศและระดับท้องถิ่น โดยให้ความสำคัญแก่การใช้ในประเทศเป็นลำดับแรก ถ้าจะเติมสักนิดหนึ่งก็คือว่า การใช้ของภาคประชาชนในประเทศก็จะเป็นประโยชน์ อย่างไรก็ตามครับท่านประธาน ผมเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เพราะว่าเป็นหลักการที่ยืนยงมาตั้งแต่ปี ๒๕๑๔ นับจนถึงบัดนี้ก็ ๔๓ ปี ผ่านรัฐธรรมนูญฉบับถาวรมาแล้ว ๖ ฉบับ รัฐธรรมนูญชั่วคราวมาแล้ว ๕ ฉบับ หลักการนี้ไม่เคยถูกแก้ไขเลย คือหลักการที่บรรจุไว้ในมาตรา ๒๓ ของ พ.ร.บ. ปิโตรเลียม พ.ศ. ๒๕๑๔ ว่าปิโตรเลียมเป็นของรัฐ ท่านประธานครับ กระผมเข้าใจดีว่า การร่าง พ.ร.บ. ปิโตรเลียมในยุคนั้นเต็มไปด้วยความรอบคอบและใช้เวลาพอสมควร ได้สนทนากับท่านศาสตราจารย์ดอกเตอร์อมร จันทรสมบูรณ์ ซึ่งในขณะนั้น มีส่วนอย่างสำคัญ แต่ว่าสถานการณ์ในขณะนั้นกับสถานการณ์ในขณะนี้ผมเห็นว่า เราจะต้องทบทวนครับ และผมยินดีที่เป็นการทบทวนมาจากคณะกรรมาธิการปฏิรูปพลังงาน ท่านประธานครับ หลักการของ พ.ร.บ. ปิโตรเลียม พ.ศ. ๒๕๑๔ มาตรา ๒๓ ที่ว่าปิโตรเลียม เป็นของรัฐนี่นะครับเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก ก่อนหน้านี้เรามีกฎหมาย พ.ร.บ. แร่ พ.ศ. ๒๕๑๐ ก็ยังไม่ได้เขียนอย่างนี้ แต่ก็พอตีความได้ว่าแร่เป็นของรัฐเช่นกัน พอจะมีการแก้ไข พ.ร.บ. แร่ ในปี ๒๕๔๕ แล้วในที่สุดก็มีการพยายามแก้ไขกันมา ผมจำไม่ได้ว่า ๔ ครั้งหรือ ๕ ครั้ง ก็มีการบัญญัติโดยอาศัยต้นแบบจาก พ.ร.บ. ปิโตรเลียม มาตรา ๒๓ บัญญัติไว้ว่า แร่เป็นของรัฐ ก็ประสบกับการต่อต้านจากภาคประชาชนมากมายจนไม่สามารถจะผ่านไปได้ ในสถานการณ์ปกติ ดังที่ท่านประธานกรรมาธิการปฏิรูปพลังงานก็ได้พูดออกมาแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นเราจึงต้องมาทบทวนดู ผมเห็นว่านอกจากคณะกรรมาธิการปฏิรูปพลังงาน จะเสนอว่า ทรัพยากรปิโตรเลียมเป็นทรัพยากรของชาติมีไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะแล้ว ก็ยังเป็นมิติใหม่ที่คณะกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอไว้ ในประเด็นเดียวกันว่า ทรัพยากรธรรมชาติเป็นทรัพย์ของแผ่นดิน แล้วก็มีรายละเอียด มากมาย ผมจะไม่สามารถพูดได้หมดนะครับ แต่ว่าการเสนอให้บรรจุของทั้ง ๒ คณะกรรมาธิการเนื้อหาสารัตถะไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ จะต่างกัน คณะปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบอกให้บรรจุไว้ในแนวนโยบาย ของรัฐ คณะกรรมาธิการปฏิรูปพลังงานบอกให้บรรจุไว้ในการปฏิรูปและการสร้าง ความปรองดองหมวดที่ ๑ การปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและการสร้างความเป็นธรรม แต่ผมเห็นว่าถ้ามีความตกผลึกอย่างนี้แล้วนี่นะครับ ทำไมท่านไม่เสนอให้บรรจุไว้ในหมวด สิทธิของพลเมืองเลยครับ ในฐานะที่ก็เป็นส่วนหนึ่งพอจะกล่าวได้ว่าเป็นสิทธิในทรัพย์สิน ที่ให้ทรัพยากรแร่และปิโตรเลียมเป็นทรัพยากรของชาติเพื่อประโยชน์สาธารณะ และสิ่งที่ท่านจะต้องดำเนินการต่อไปเลยทันที ดังที่ท่านประธานกรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญได้แถลงไว้เมื่อคืนนี้ก็คือว่า สิ่งที่จะเกิดขึ้นเป็นจริงนอกเหนือจากการบัญญัติไว้ เป็นคำในรัฐธรรมนูญแล้วก็คือว่าการดำเนินการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้อง กับสิ่งที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ในกรณีนี้ก็คือ พ.ร.บ. ปิโตรเลียม พ.ศ. ๒๕๑๔ เพราะว่า จากต้นสายธารที่ว่าปิโตรเลียมเป็นของรัฐ ในยุคนั้นเราจำเป็นต้องทำแบบนี้เมื่อ ๔๓ ปีก่อน เพื่อดึงดูดให้นักลงทุนต่างชาติเขาเข้ามาลงทุน เมื่อเขาเข้ามาลงทุนแล้วเขาก็ต้องดำเนินการ เพื่อประโยชน์สูงสุดของเขา เพราะฉะนั้นโดยสารัตถะของ พ.ร.บ. ปิโตรเลียม พ.ศ. ๒๕๑๔ จึงเป็นการให้สัมปทานแก่เอกชนซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นเอกชนต่างชาตินะครับ แล้วก็เป็นไป เพื่อประโยชน์ในการส่งออกนะครับ แม้ว่าจะให้มีการขายในประเทศได้ก็จะต้องขายในราคา ส่งออกสถานเดียว ผมคงไม่สามารถที่จะยกรายมาตราได้ เพราะฉะนั้นการที่เราจะมี ทรัพยากรปิโตรเลียมของเรา ไม่ว่าจะมาก ไม่ว่าจะน้อย ซึ่งก็ต้องถกเถียงกันต่อไปนะครับ แต่ว่าเราไม่สามารถจะบริโภคในประเทศได้ในราคาที่เสมือนในประเทศ เพราะว่าเราต้องมี หลักประกันในกฎหมายในการให้สัมปทานว่าเขาจะต้องขายได้ในราคาตลาดโลก ในกรณีที่ จะขายได้ในราคาในประเทศที่ต่ำกว่าราคาตลาดโลกได้มีครับ ในกฎหมายมีไว้ แต่เป็นโอกาส ที่เกิดขึ้นได้น้อยมากครับ ก็คือสามารถที่จะผลิตปิโตรเลียมได้ ๑๐ เท่าของความต้องการ ในประเทศ หรือผลิตก๊าซธรรมชาติได้มากกว่าความต้องการในประเทศ ซึ่งโอกาสจะเกิดขึ้น ได้น้อยมาก เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่เป็นประชาธิปไตยที่กินได้ครับ ถ้าเราสามารถ จากต้นสายธารที่แก้ไขเสียใหม่ว่า ปิโตรเลียมเป็นทรัพยากรของชาติเพื่อประโยชน์สาธารณะ แล้วนำไปสู่การปรับตัวบทกฎหมายของ พ.ร.บ. ปิโตรเลียม พ.ศ. ๒๕๑๔ และที่สำคัญอย่างยิ่ง ผมเชื่อว่าจำเป็นจะต้องมีการทบทวนร่าง พ.ร.บ. แร่ฉบับใหม่ที่ผมทราบจากข่าวว่า ผ่านคณะรัฐมนตรีมาแล้ว แต่พี่น้องประชาชนจำนวนหนึ่งเขาก็ตั้งขบวนคัดค้านกันอยู่นะครับ ถ้าเราสามารถปรับให้เป็นไปในทิศทางทั้ง ๕ ประเด็นที่คณะกรรมาธิการปฏิรูปพลังงาน ได้กรุณาเสนอมานี้ผมเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง และผมขอย้ำนะครับว่าควรจะต้อง บัญญัติหลักการนี้ไว้ในหมวดสิทธิของพลเมือง และสิ่งที่กรรมาธิการปฏิรูปพลังงาน จะต้องทำในอีก ๑ ปีต่อไปนี้ก็คือท่านจะต้องสร้างต้นแบบของ พ.ร.บ. ปิโตรเลียม พ.ศ. ๒๕๑๔ ที่จะต้องบัญญัติให้สอดคล้องกับในประเด็นที่ ๕ ที่ท่านเสนอมานี้ ผมเชื่อว่าน่าจะเป็นทางออกในการลดความเหลื่อมล้ำในโอกาสของประชาชนได้ กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ