สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๑๐ · ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๗

ทองฉัตร หาศลดารมภ์ หารือเรื่องการปฏิรูปการบริหารจัดการพลังงานของชาติ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการลดการใช้ก๊าซธรรมชาติในการผลิตพลังงานไฟฟ้า และการนำพลังงานชนิดอื่นมาใช้ทดแทน เพื่อสร้างความมั่นคงในการซัพพลายพลังงานให้แก่ประเทศ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน การใช้ทรัพยากรปิโตรเลียมและเชื้อเพลิงธรรมชาติของชาติ และการส่งเสริมพลังงานให้ประชาชน โดยเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐและภาคเอกชนในการส่งเสริมพลังงานให้มีประสิทธิภาพ ประหยัดและคุ้มค่า

นายทองฉัตร หงศ์ลดารมภ์ ประธานกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อนสมาชิก สปช. ทุกท่านนะครับ เรื่องของพลังงานเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ และการประกอบอาชีพ ของประชาชน และเป็นสิ่งซึ่งใช้ในอุตสาหกรรมเพื่อผลิตสินค้าเครื่องอุปโภคและบริโภค และบริการทุกชนิด ดังนั้นพลังงานจึงเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการพัฒนา เศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลังงานในรูปแบบของไฟฟ้า ก๊าซธรรมชาติ แอลพีจี (LPG) และน้ำมันเชื้อเพลิง เช่นเดียวกับเรื่องถนน โทรศัพท์ โทรคมนาคม น้ำประปา ฉะนั้น เมื่อพลังงานเป็นสิ่งที่จำเป็นดังกล่าวข้างต้นจึงควรที่จะได้รับการบริหารจัดการดูแลอย่างดี โดยมีประสิทธิภาพ ประหยัด คุ้มค่า และเป็นธรรม จึงเห็นสมควรให้มีการปฏิรูปการบริหาร จัดการพลังงานของชาติและประชาชน ฉะนั้นคณะกรรมาธิการปฏิรูปพลังงานของสภาปฏิรูป แห่งชาติจึงได้ร่วมกันพิจารณาเสนอความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อสภาปฏิรูปแห่งชาติจะได้พิจารณานำเสนอต่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยได้เสนอเป็นประเด็น ๖ ประเด็น พร้อมคำอธิบายให้แก่คณะกรรมาธิการวิสามัญติดตาม และให้ข้อเสนอแนะยกร่างรัฐธรรมนูญไปแล้วดังนี้ และในโอกาสนี้กระผมในฐานะประธาน กรรมาธิการปฏิรูปพลังงานก็จะขอนำเสนอ แต่จะขอพูดเน้นเฉพาะประเด็นที่คิดว่า เป็นเรื่องสำคัญเป็นหลักที่อยากจะขอนำเสนอให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ รับไปพิจารณาครับ เราได้นำเสนอข้อคิดเห็นไปแล้ว ๖ ประเด็นด้วยกัน ผมจะขอนำเสนอ ในที่นี้เป็นรายประเด็นไปนะครับ

ประเด็นที่ ๑ กรรมาธิการปฏิรูปพลังงานมีความเห็นว่า รัฐต้องสร้างความมั่นคง ด้านพลังงาน โดยจัดหาพลังงานให้เพียงพอกับความต้องการทั้งในด้านปริมาณ คุณภาพ ความทั่วถึงและเท่าเทียมกันในราคาที่เหมาะสมและเป็นธรรม ทั้งนี้จะอยู่ในแนวนโยบาย พื้นฐานแห่งรัฐตามรัฐธรรมนูญ เรื่องของความมั่นคงด้านพลังงานคืออะไร เราให้คำอธิบาย สั้น ๆ ก็คือการจัดให้มีซัพพลาย (Supply) พลังงาน ไฟฟ้า น้ำมันเชื้อเพลิงให้เพียงพอ ต่อความต้องการในสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง แม้จะมีอุบัติเหตุในระบบการส่ง พลังงานก็ดี หรือเกิดวิกฤติในแหล่งผลิตพลังงานใหญ่ ๆ ก็ดี เรายังจะต้องจัดให้มีซัพพลาย ให้เพียงพอแก่ความต้องการของประชาชนและประเทศชาติ ฉะนั้นเพื่อให้มีความมั่นคง จึงจำเป็นต้องกระจายประเภทเชื้อเพลิงเพื่อผลิตไฟฟ้าที่มีการผสมผสาน หรือที่เรียกว่า ซอร์ซ เอนเนอร์จี มิกซ์ (Source energy mix) ที่เหมาะสม เช่นการเพิ่มสัดส่วนการใช้ถ่านหิน และพลังงานทดแทน หรือพลังงานหมุนเวียนในอัตราส่วนที่สูงขึ้น กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ขณะนี้การใช้ก๊าซธรรมชาติในการผลิตพลังงานไฟฟ้าเป็นประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ของเชื้อเพลิงที่เราใช้ทั้งสิ้น เป็นการใช้ที่อยู่ในระดับสูงมากและมีความเสี่ยงสูงมาก เป็นที่น่าเป็นห่วง ถ้าหากว่า เกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยก็ดี หรือท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ที่เราได้มาจากประเทศพม่าก็ดี ประเทศไทยอาจจะเสียพลังงานไฟฟ้าหรือพลังงานไฟฟ้า ในไทยอาจจะดับไปถึงครึ่งประเทศก็ได้นะครับ ซึ่งจะเป็นความเสียหายอย่างใหญ่หลวง ต่อเศรษฐกิจของชาติ เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้เราจึงคิดว่าควรจะลดการใช้ก๊าซธรรมชาติ ในการผลิตกระแสไฟฟ้า โดยการนำพลังงานชนิดอื่นมาใช้ทดแทน นำถ่านหิน และพลังงานหมุนเวียนมาใช้ทดแทนในอัตราส่วนที่มากขึ้นนะครับ อันนี้ก็จะช่วยสร้าง ความมั่นคงในการจะซัพพลายของพลังงานให้แก่ประเทศนะครับ

ประเด็นที่ ๒ กิจการพลังงานเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐาน ซึ่งรัฐต้องกำกับ ดูแลให้มีการประกอบการอย่างมีประสิทธิภาพ มีความเป็นธรรม และคำนึงถึงผลกระทบ ต่อสุขภาพของประชาชน ชุมชนและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเรื่องนี้ก็จะอยู่ในแนวนโยบายพื้นฐาน แห่งรัฐ ในเมื่อกิจการพลังงานเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่นเดียวกับถนน โทรศัพท์ ไฟฟ้า ประปา จึงควรระบุในรัฐธรรมนูญเพื่อให้ความสำคัญต่อการลงทุน การพัฒนาให้เกิด ความเพียงพออย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรมต่อผู้บริโภคและผู้ประกอบการ

ประเด็นที่ ๓ ภาคประชาชนมีสิทธิและมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย พลังงาน รวมทั้งติดตามและตรวจสอบการดำเนินนโยบายของภาครัฐด้วย ซึ่งจัดอยู่ในหมวด สิทธิเสรีภาพของพลเมืองครับ เรื่องนี้ทางกรรมาธิการเห็นว่าเป็นหัวใจสำคัญในการปฏิรูป ครั้งนี้ อาจจะเป็นครั้งแรกที่ภาคประชาชนจะได้มีโอกาสเข้าไปร่วมในการกำหนดนโยบาย พลังงานของชาติ มีโอกาสที่จะเข้าไปร่วมติดตามการดำเนินงานและบริหารจัดการในเรื่อง พลังงานของชาติ การให้ภาคประชาชนมีสิทธิและมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายพลังงาน ของรัฐนี้จะช่วยลดความขัดแย้งและการต่อต้านของประชาชน ต่อการพัฒนาการผลิต พลังงานไฟฟ้าและพลังงานเชื้อเพลิงอื่น ๆ เช่น โรงไฟฟ้าใช้ถ่านหิน การลงทุนโรงไฟฟ้า พลังงานแสงอาทิตย์ และอาจจะรวมถึงการที่จะพัฒนาสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในอนาคต ต่อไป ภาครัฐควรเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนเข้าร่วมเป็นกรรมการใน กพช. ใน กบง. ใน กกพ. และหรือกรรมการ หรืออนุกรรมการในระดับรอง ๆ ลงมา ฉะนั้นกรรมาธิการ ปฏิรูปพลังงานมีความเห็นว่า สิทธิและการมีส่วนร่วมนี้น่าจะได้ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ เพื่อความมั่นคงถาวรในเรื่องสิทธิเสรีภาพของพลเมือง ในเรื่องพลังงานครับ

ประเด็นที่ ๔ รัฐต้องส่งเสริมให้มีการผลิตและการใช้พลังงานหมุนเวียน รวมทั้งสนับสนุนให้ประชาชนและชุมชนเป็นผู้ผลิตเพื่อใช้เองและเพื่อจำหน่ายด้วย และจัดให้มีกฎหมายส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน ซึ่งเราคิดว่าเรื่องนี้จะอยู่ในหมวดแนวนโยบาย พื้นฐานแห่งรัฐ เรื่องนี้ก็จะเป็นเรื่องใหม่ซึ่งเราคิดว่าเป็นความจำเป็นที่จะต้องมีการปฏิรูป และมีการพัฒนาให้ประสบผลสำเร็จ เพราะว่าการนำพลังงานหมุนเวียนมาใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลังงานแสงอาทิตย์ พลังลม พลังน้ำเป็นพลังงานธรรมชาติที่สะอาด และมีศักยภาพที่ประชาชนและชุมชนสามารถนำมาใช้ในระดับครัวเรือนและชุมชนได้ ฉะนั้นรัฐควรส่งเสริมให้ประชาชนและหรือชุมชนสามารถผลิตและจำหน่ายได้ โดยรัฐ ควรให้การสนับสนุนอย่างจริงจัง ทั้งในด้านกฎระเบียบ ในด้านกฎหมาย ในด้านเงินทุน และจัดให้มีกฎหมายรองรับสิทธิและเสรีภาพในการผลิตและจำหน่ายพลังงานดังกล่าว เพื่อใช้เอง เพื่อขายในชุมชน เพื่อขายข้ามชุมชน ขายเข้าระบบ และขายสู่ตลาดทั่วไปได้ และยกเลิกกฎระเบียบต่าง ๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาส่งเสริมให้มีการผลิตพลังงาน หมุนเวียนโดยประชาชน

ประเด็นที่ ๕ ปิโตรเลียมและเชื้อเพลิงธรรมชาติอื่น ๆ เป็นทรัพยากรของชาติ และมีไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะ การสำรวจ การผลิต และการใช้ประโยชน์ทรัพยากรนั้น ต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประเทศและประชาชน ทั้งในระดับประเทศและระดับ ท้องถิ่น โดยให้ความสำคัญแก่การใช้ในประเทศเป็นลำดับแรก เรื่องนี้เราคิดว่าอยู่ในหมวด การปฏิรูปเพื่อลดการเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรม การนำปิโตรเลียมและเชื้อเพลิง ธรรมชาติอื่น ๆ มาใช้ ได้แก่ ถ่านหิน ลิกไนต์ หินน้ำมัน และทรายน้ำมัน ประสบปัญหา และมีการต่อต้านจากประชาชนมากมาย ทั้งนี้เนื่องจากผู้ประสบปัญหาที่ถูกกระทบ จากการประกอบกิจการดังกล่าวไม่ได้รับการดูแลเพียงพอและโดยตรง ฉะนั้นจึงควรปรับปรุง กฎหมายและกฎระเบียบต่าง ๆ ให้ผู้ถูกกระทบได้รับการเยียวยาช่วยเหลือ และได้รับ ผลประโยชน์โดยตรง แทนที่จะต้องรอคอยการจัดสรรงบประมาณผ่านส่วนกลางในวงกว้าง เนื่องจากปิโตรเลียมและเชื้อเพลิงธรรมชาติอื่น ๆ เป็นทรัพยากรของชาติ ฉะนั้นการใช้ประโยชน์ จึงเห็นควรให้ความสำคัญแก่การใช้ของประชาชนในประเทศเป็นลำดับแรก

ประเด็นที่ ๖ รัฐควรส่งเสริมให้มีงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านพลังงาน และส่งเสริมสังคมให้มีความรู้ ความตระหนักและพฤติกรรม เพื่อให้มีการผลิตและใช้พลังงาน อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า ซึ่งเราคิดว่าน่าจะอยู่ในเรื่องการปฏิรูปเพื่อลดการเหลื่อมล้ำ และสร้างความเป็นธรรม เรื่องการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างนวัตกรรมด้านพลังงานเป็นเรื่องที่ มีความสำคัญ และเป็นพื้นฐานของความเจริญก้าวหน้าในกิจการพลังงาน เพราะฉะนั้น รัฐและภาคเอกชนควรทุ่มเทให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ ทั้งในด้านกฎระเบียบและ งบประมาณ การวิจัยและพัฒนาจะต้องนำไปสู่การสร้างนวัตกรรมด้านพลังงานในรูปแบบ ต่าง ๆ เช่น การผลิตโซลาร์เซลล์ (Solar cell) และพาแนล (Panel) ได้เอง เพื่อใช้เอง ในประเทศ

อีกประเด็นหนึ่งซึ่งสำคัญมาก คือการส่งเสริมให้ประชาคมมีความรู้ในเรื่อง พลังงาน หรือที่เราเรียกว่าเอนเนอร์จี ลิเตอเรซี (Energy literacy) โดยรัฐและภาคเอกชน ต้องทุ่มเทให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ ให้ประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งเยาวชนมีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องพลังงานของชาติ โดยบรรจุเรื่องพลังงานนี้ไว้ในหลักสูตรการศึกษา เพื่อประโยชน์ในการวางแผนนโยบายด้านพลังงานของประเทศ จึงเห็นสมควรให้มีข้อมูล กลางด้านพลังงานที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ในทุก ๆ ด้าน

และท้ายที่สุด ควรส่งเสริมให้มีการผลิตและการใช้พลังงานอย่างมี ประสิทธิภาพ ประหยัดและคุ้มค่า ทั้งหมดนี้ก็เป็นทั้ง ๖ ประเด็น ซึ่งทางกรรมาธิการปฏิรูป พลังงานได้นำเสนอแก่ท่านคณะกรรมาธิการติดตามและประสานงานเรียบร้อยแล้วนะครับ จึงขอเรียนนำเสนอ ณ ที่นี้ครับ ขอบพระคุณครับ