สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๑๐ · ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๗

กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ พูดถึงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการให้บริการสาธารณสุขที่เหมาะสม คุณภาพ มาตรฐาน และสิทธิประโยชน์ขั้นพื้นฐานเท่าเทียมกัน ตามหลักศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของพลเมืองทุกคน และยังขอความช่วยเหลือในการพิจารณาการสนับสนุนให้กองทุนสุขภาพตำบล และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐให้ครอบคลุมสิทธิของประกันสังคม

นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ จากจังหวัดมหาสารคาม ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมคณะกรรมาธิการด้านสาธารณสุขนะครับที่ได้กำหนดแนวนโยบาย ที่ลงในฉบับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ค่อนข้างจะครอบคลุมแล้วก็ครบถ้วนนะครับ ก็ขอแสดง ความคิดเห็นในประเด็นหลาย ๆ ประเด็น ดังนี้นะครับ

ประเด็นแรกที่ทางคณะกรรมาธิการได้กำหนดไว้ก็คือ กำหนดให้ประชาชน ได้รับบริการสาธารณสุขที่เหมาะสม ได้คุณภาพ ได้มาตรฐาน และสิทธิประโยชน์ขั้นพื้นฐาน เท่าเทียมกัน บนพื้นฐานแห่งความเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ของพลเมืองทุกคนนะครับ อันนี้เป็นสิ่งที่เรียกว่าต้องชื่นชมนะครับ เพราะว่าการที่พวกเรา ทุกคนที่เป็นคนไทยไปรักษาที่โรงพยาบาลนะครับ แล้วก็หลายส่วนโดยเฉพาะคนที่ยากไร้ คนที่ขาดแคลนเข้าไปนี่นะครับ สมัยก่อนต้องเรียกว่าต้องใช้สิทธิ เรียกว่าสังคมสงเคราะห์บ้าง สิทธิคนยากไร้บ้าง ซึ่งทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจนะครับ การที่ทางรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่า เป็นการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ขั้นพื้นฐานของทุกคน ทำให้เขาเข้ามาด้วยความมีศักดิ์ศรี ของความเป็นมนุษย์นะครับ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ทางรัฐธรรมนูญได้กำหนดไว้ด้วยนะครับ

อีกประเด็นหนึ่ง ก็คือเรื่องของรัฐมีหน้าที่สนับสนุนและจัดสรรทรัพยากร สำหรับบริการสาธารณสุขให้เพียงพอและยั่งยืน สอดคล้องกับสภาวการณ์ของเศรษฐกิจ สังคม โดยการคำนึงถึงมาตรฐานความทั่วถึง เป็นธรรม ประสิทธิภาพและประสิทธิผลนะครับ เนื่องในปัจจุบันท่านประธานก็เป็นคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเช่นเดียวกับผม นะครับ ซึ่งเราก็ได้เข้าไปทำงานนะครับ จากการที่มีหลักประกันสุขภาพแห่งชาติตั้งแต่ ปี ๒๕๔๕ จนถึงวันนี้ปี ๒๕๕๗ ก็พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงของระบบสาธารณสุขค่อนข้างมาก นะครับ ก็ขอชื่นชมไม่ว่าจะเป็นกระทรวงสาธารณสุขเองนะครับที่ได้มีการพัฒนาการบริการ แล้วก็ทางด้าน สปสช. เองที่ได้ทำงานอย่างหนัก ทำให้ประชาชนได้รับการบริการ ทางสาธารณสุขได้ดียิ่งขึ้นนะครับ ซึ่งการที่มีหลักประกันสุขภาพตั้งแต่ปี ๒๕๔๕ ก็พบว่า การเข้าถึงการบริการเยอะขึ้น จาก ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่าครั้งเป็น ๓.๔ ล้านครั้งต่อปีนะครับ มีการล่มสลายของครัวเรือนจากการใช้เงินทางด้านสุขภาพลดลงอย่างชัดเจน มีการบริการ ที่มีคุณภาพ และมีการสำรวจความพึงพอใจของประชาชนพบว่ามีความพึงพอใจ ถึง ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์นะครับ ก็ถือว่าระดับที่สูงนะครับ ๙๕ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป แล้วก็ มีสิทธิประโยชน์ที่เพิ่มขึ้น ใครจะคิดว่าผ่าตัดหัวใจตอนนี้ก็ยังสามารถจะผ่าตัดฟรีได้นะครับ มีเรื่องของสเทมมี (STEMI) ซึ่งสามารถจะลดการอุดตันของลิ่มเลือดหัวใจ ทำให้ลดอัตรา การตายจากโรคหัวใจเฉียบพลันลงนะครับ มีการให้เรื่องของการลดลิ่มเลือดในสมอง ก็ทำให้ลดอัตราการพิการต่าง ๆ ลงนะครับ ซึ่งนี่คือข้อดี

แล้วก็อันสุดท้าย ก็คือเรื่องของการพ้นสภาพอนาถา ก็คือการที่ใช้บริการ ของรัฐด้วยมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ แต่การที่มีข้อดีมันก็มีข้อที่ต้องเรียกว่าไม่สบายใจ ให้กับหลาย ๆ ส่วน โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานด้านสุขภาพ ก็คือเรื่องของการที่จำนวนเงิน ในการบริหารจัดการที่ไม่เพียงพอนะครับ ซึ่งผมคิดง่าย ๆ นะครับว่าตอนนี้ทางกระทรวง สาธารณสุขก็ทำงานอย่างเต็มที่นะครับ ทาง สปสช. ก็ทำงานอย่างเต็มที่ แต่ตอนนี้เราก็ยังมีปัญหาเรื่องของการบริหารเงินที่ทำให้เกิดปัญหาความไม่เข้าใจกัน ของทั้ง ๒ หน่วยงาน ซึ่งเคส (Case) ที่แล้วในการบริหารจัดการเงินของประเทศไทยเรียกว่า ประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีของญี่ปุ่นอีก ๙ เปอร์เซ็นต์ ของสหรัฐอเมริกาถึง ๑๗ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งดูสหรัฐอเมริกาถ้าเทียบกับประเทศไทย ตอนนี้สิทธิประโยชน์ ในการรักษาพยาบาลของประเทศไทย ผมเชื่อมั่นว่าเราดีกว่าทางสหรัฐอเมริกาอย่างมาก โอบามาแคร์ (Care) ที่จะประกาศก็ยังทำไม่ได้เลย ซึ่งสิ่งต่าง ๆ ที่เราทำด้านสาธารณสุขมา ผมคิดว่าเรามีความก้าวหน้าเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย แต่ที่รัฐธรรมนูญต้องกำหนดไว้ก็คือ การจัดสรรทรัพยากรสำหรับบริการสาธารณสุขให้เพียงพอนะครับ อันนี้คือสิ่งที่กำหนดไว้ ก็ต้องขอชื่นชมทางคณะกรรมาธิการที่ได้กำหนดเรื่องของการจัดสรรทรัพยากร โดยรัฐจะต้อง สนับสนุนและจัดสรรทรัพยากรให้เพียงพอนะครับ

อีกประเด็นหนึ่ง ก็คือเรื่องของรัฐต้องสนับสนุนและส่งเสริมให้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชนและเอกชนมีส่วนร่วมในการจัดบริการสาธารณสุขที่ครบถ้วน และครบครัน ครบถ้วนนะครับ อันนี้ก็ขอบอกว่าการจัดบริการผมไม่รู้ว่ามันครอบคลุม เรื่องของทางด้านส่งเสริมสุขภาพอะไรหรือเปล่า ถ้าเราจะใช้เวิร์ดดิงอื่นว่ามีส่วนร่วม ในการทำงานด้านสาธารณสุข ก็ฝากกรรมาธิการไปพิจารณาว่า จัดบริการ บางทีเราหมายถึง เรื่องของการไปตรวจคนไข้ การไปให้การรักษาพยาบาล ก็ขออนุญาตว่าถ้าจะใช้คำว่า จัดทำงานด้านนี้ ก็บอกว่าอันนี้มีประโยชน์มากเรื่องของการให้ท้องถิ่นมีส่วนร่วม ซึ่งเทศบาล และ อบต. ตอนนี้ก็มีกองทุนสุขภาพตำบล โดยเฉพาะเทศบาลของผมเอง ผมเป็น นายกเทศมนตรีเมืองมหาสารคาม ก็มีโครงการกองทุนสุขภาพตำบลที่ถือว่าเราต้อง ขอขอบคุณและชื่นชมทาง สปสช. ที่ได้ให้โอกาสทางท้องถิ่นมาเรียนรู้เรื่องของการทำงาน ด้านสุขภาพ ซึ่งถือว่าเป็นกุศโลบายที่ดี และท้องถิ่นก็เอาเงินของท้องถิ่นมาสมทบกับกองทุน สุขภาพตำบลนี่นะครับ ซึ่งของผมแต่ก่อนเต้นแอโรบิก (Aerobic) เสียเงินนะครับ ตอนนี้ กองทุนสุขภาพตำบล ชุมชนก็สามารถจะมาเต้นแอโรบิกโดยที่เขาใช้กองทุนสุขภาพตำบล ในการที่จะทำให้คนมาเต้นแอโรบิกได้ฟรี ตอนนี้ของผมเรียกว่ามีโครงการต่าง ๆ ดนตรี ในสวน ลีลาศในสวน ซึ่งชุมชนเป็นคนคิดเองว่าทำอย่างไรถึงจะส่งเสริมสุขภาพของชุมชนได้ รวมทั้งเด็ก เยาวชนก็จะมีโครงการคนรุ่นใหม่เข้าใจชีวิต ซึ่งจะช่วยในเรื่องของเด็กที่ติดเชื้อ เด็กที่มีการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ ซึ่งอันนี้ก็ขออนุญาตว่าจะต้องสนับสนุนเรื่องของท้องถิ่น ให้มากยิ่งขึ้น

อันสุดท้ายก็คือ รัฐต้องคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับการรักษา รับบริการ สาธารณสุขเช่นเดียวกับผู้ให้บริการสาธารณสุขที่ปฏิบัติตามหน้าที่ ตามมาตรฐานวิชาชีพ และจริยธรรม ก็ขอเช่นเดียวกับ ผมขอเปลี่ยนเป็น และ ดีกว่านะครับ เช่นเดียวกับ มันเหมือนกับยังเปรียบเทียบกันอยู่ ถ้า และ เราต้องการให้ผู้บริการ แพทย์ พยาบาล เทคนิค การแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัช ท่านประธานก็เป็นพยาบาลนะครับ ก็มีความไม่สบายใจ เรื่องของผู้บริการที่ตอนนี้เราต้องการให้ผู้รับบริการก็มีความสุข ผู้ให้บริการก็มีความสุข ตอนนี้พอดีหมดเวลาก็อยากฝากเรื่องของการคุ้มครองผู้บริการ ซึ่งตอนนี้ทาง สปช. ทำได้ดีมากนะครับ ก็คือเรื่องของ ม. ๔๑ ซึ่งทางไม่ว่าจะเป็นฝ่ายเอ็นจีโอ (NGO) เอง ฝ่ายทางผู้ประกอบวิชาชีพเองก็ไปร่วมกันในการทำ ม. ๔๑ ของหลักประกันสุขภาพ ที่จะไปชดเชยค่าเสียหายให้กับผู้รับบริการที่เกิดความเสียหาย ก็อยากฝากว่าถ้าจะครอบคลุม ไปยังสิทธิราชการ หรือสิทธิของประกันสังคมด้วย โดยให้หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งบริหารได้ดีแล้วขยายไป ก็น่าจะทำให้เกิดความครอบคลุมเยอะขึ้น ก็ขออนุญาตเสนอแนะ ทางท่านกรรมาธิการผ่านท่านประธานมา ณ โอกาสนี้ ขอบคุณมากครับ