สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๑๐ · ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๗

พรพันธุ์ บุณยรัตนพันธุ์ เสนอการปฏิรูประบบการสาธารณสุข โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของสุขภาพที่ยั่งยืน โดยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ การปฏิรูประบบบริการสาธารณสุข, การคุ้มครองผู้ที่ได้รับผลกระทบจากระบบบริการสาธารณสุข, หน้าที่พลเมืองด้านสุขภาพ และการคุ้มครองประชาชน ด้านสุขภาพ พรพันธุ์ บุณยรัตนพันธุ์ หารือเรื่องการคุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบจากการรับบริการสาธารณสุข และหน้าที่พลเมืองในการดูแลและส่งเสริมสุขภาพส่วนตน ครอบครัวและสังคม พรพันธุ์ บุณยรัตนพันธุ์ หารือเรื่องสุขภาพที่ยั่งยืน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของสุขภาพของประชาชนและต้องการการสร้างเสริม พัฒนา ปกป้อง คุ้มครอง และดูแลให้บุคคลสามารถอยู่ในสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะ

นางพรพันธุ์ บุณยรัตนพันธุ์ ประธานกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ท่านกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ท่านสมาชิก สปช. ที่เคารพทุกท่าน ดิฉัน แพทย์หญิงพรพันธุ์ บุณยรัตนพันธุ์ ในฐานะตัวแทนกรรมาธิการปฏิรูประบบการสาธารณสุข คณะกรรมาธิการของเรามีข้อเสนอในประเด็นปฏิรูปการสาธารณสุข ๘ ประเด็นด้วยกัน ซึ่งท่านจะพบในหนังสือที่รวมเล่มนี้ ถ้าเผื่อพิจารณาในด้านของความชัดเจนเราได้แยก ออกเป็นการปฏิรูปใน ๔ กลุ่มหลักด้วยกัน ก็คือการปฏิรูประบบบริการสาธารณสุข มีอยู่ ๕ ข้อเสนอแนะ การคุ้มครองผู้ที่ได้รับผลกระทบจากระบบบริการมีอยู่ ๑ ข้อเสนอแนะ หรือ ๑ ประเด็น หน้าที่พลเมืองด้านสุขภาพมี ๑ ประเด็น และการคุ้มครองประชาชน ด้านสุขภาพมีอีก ๑ ประเด็น ก่อนที่จะกล่าวไปถึงรายละเอียดของแต่ละประเด็น ดิฉันขออธิบายโดยย่อถึงความเป็นมาที่ทำให้เราเสนอประเด็นเหล่านั้นเป็นแนวคิดและข้อมูล พื้นฐานซึ่งได้มาจากข้อเสนอของสมาชิก ของกรรมาธิการทุกท่าน แล้วก็ข้อเสนอเหล่านี้ ก็มาจากเอกสารทางวิชาการ ข้อมูลการวิจัย ข้อเสนอขององค์กรต่าง ๆ มากมายนะคะ เราทั้งหมดมีความเห็นว่าเริ่มต้นเลยก็คือ สุขภาพนั้นเราหมายความถึงความสมบูรณ์ พร้อมทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์และสติปัญญาเป็นพื้นฐานสำคัญและจำเป็นในการพัฒนา มนุษย์เช่นเดียวกับการศึกษา อาหาร และจริยธรรม ประชากรที่พัฒนาแล้วจัดว่า เป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุดของประเทศ ทั้งในด้านการพัฒนาและความมั่นคง เพราะฉะนั้น สุขภาพเป็นสิ่งที่พัฒนาให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ได้นะคะ การลงทุนในการพัฒนาสุขภาพ จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและมีความจำเป็น เพราะสุขภาพดีก็เป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกนะคะ แต่ก็ยังมีความเหลื่อมล้ำในด้านนี้อยู่ตลอดมา เนื่องจาก ปัญหาของระบบสาธารณสุข เศรษฐกิจของประเทศ องค์ความรู้ทางวิชาการ แล้วก็บุคลากร เพราะฉะนั้นข้อ ๒ เรามีความเห็นว่าการขจัดความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพหรือทำให้ประชาชน บรรลุถึงสภาวะสมบูรณ์พร้อมทางสุขภาพย่อมจะส่งผลให้เกิดการพัฒนาด้านอื่น ๆ ตามมา เช่น การศึกษาเศรษฐกิจเท่ากับลดความเหลื่อมล้ำในสังคมได้อย่างยั่งยืน แล้วก็เป็นที่ทราบกันว่า ในอนาคตอันใกล้นี้ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมของประชากรผู้สูงอายุประมาณ ๑ ใน ๕ ของประชากรทั้งหมดจะเป็นประชากรที่สูงอายุ วัยแรงงานลดลง มีภาวะโลกร้อนเกิดขึ้น แล้วส่งผลกระทบถึงสุขภาพ โลกที่แคบลง มีการคมนาคมที่สะดวกขึ้น การเดินทางเข้าออก ประเทศก็เพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกับแรงงานต่างด้าว อันนี้ก็ประกอบกับเรากำลังเข้าสู่ ประชาคมอาเซียนด้วย เพราะฉะนั้นโรคเรื้อรังซึ่งเกิดกับผู้สูงอายุ โรคติดต่อที่อุบัติใหม่ แล้วก็โรคเก่า รวมทั้งโรคที่เกิดจากจากประกอบอาชีพอุบัติภัยต่าง ๆ ก็เป็นสิ่งที่เรา จะต้องประสบในอนาคตอันใกล้นี้ การสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรคและการเฝ้าระวังโรค จึงมีความสำคัญมาก เพราะการรักษาพยาบาลเพียงอย่างเดียวในสถานการณ์เช่นนี้ จะมีความสูญเสียทางเศรษฐกิจมากและได้ผลไม่คุ้มค่า เราจึงมีความเห็นว่า ในระบบสุขภาพ ต่อไปจะต้องเน้นการสร้างนำการซ่อมสุขภาพ นอกจากนี้ความครอบคลุมของบริการ ก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะเป็นการป้องกันได้ว่าคนทั้งชุมชนจะได้รับการคุ้มครองและเป็น เหตุผลทางมนุษยธรรมด้วย ดังนั้นบริการสาธารณสุขในยุคนี้จึงจำเป็นที่จะต้อง ได้มาตรฐานซึ่งประกอบด้วยมาตรฐานทางด้านคุณภาพ มาตรฐานในแง่ที่สามารถ ที่จะเข้าถึงได้ ประชาชนทุกคนเข้าถึงได้หรือแอคเซสซิบิลิตี (Accessibility) เป็นที่ยอมรับ ในทุกวัฒนธรรม ทุกเผ่าพันธุ์ และทุกศาสนา แล้วก็หาได้ง่ายนะคะ ครอบคลุมทุกคน บนแผ่นดินไทยและครบถ้วนทุกด้าน อันนี้เป็นความจำเป็นนะคะ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ ของการที่มีบริการสาธารณสุขที่มีคุณภาพได้มาตรฐานให้ประชาชนทุกคนอย่างเสมอภาค ก็มีความจำเป็นที่รัฐจะต้องลงทุนในเรื่องนี้ รัฐจำเป็นที่จะต้องสนับสนุนทางทรัพยากร เช่น งบประมาณ บุคลากร วัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ แต่ความยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยความร่วมมือ จากทุกฝ่าย โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาชนและภาคเอกชน รวมทั้ง การพัฒนาส่งเสริม โดยเฉพาะการพัฒนาส่งเสริมให้ท้องถิ่นมีศักยภาพในการพัฒนาระบบ สุขภาพของตนเอง เพราะจะได้สอดคล้องกับปัญหาในพื้นที่ด้วย คณะกรรมาธิการยอมรับว่า การแพทย์แผนไทยเป็นวัฒนธรรมประจำชาติไทยมายาวนาน ซึ่งถ้ามีการส่งเสริมสนับสนุน ให้นำองค์ความรู้ทางแพทย์แผนไทยมาใช้อย่างเต็มศักยภาพก็จะสามารถเสริมสร้าง ความเข้มแข็งให้ระบบสาธารณสุขของไทยได้นะคะ นอกจากนี้การปฏิรูประบบสาธารณสุขที่ดำเนินมากว่า ๔๐ ปี ตั้งแต่ไพรมารี เฮลท์ แคร์ (Primary health care) ซึ่งเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนและท้องถิ่น และภาคส่วนต่าง ๆ และเน้นการดูแลสุขภาพทุกกลุ่มวัยตั้งแต่ปฏิสนธิจนถึงวัยชรา จนกระทั่งในปัจจุบัน ที่มีหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าทำให้ประชาชนตื่นตัวมารับบริการการรักษาพยาบาล มากขึ้นจนทำให้บุคลากรด้านสาธารณสุขเพิ่มจำนวนรองรับความต้องการไม่ทัน โดยเฉพาะ ผู้เชี่ยวชาญรายสาขา การให้บริการจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสถานการณ์ และถ้ามีความเสียหายเกิดขึ้นแก่ผู้รับบริการจำเป็นที่รัฐจะต้องเยียวยา ศึกษาหาสาเหตุ เพื่อป้องกันในอนาคต รวมทั้งคุ้มครองผู้ปฏิบัติงานที่ทำหน้าที่ตามมาตรฐานวิชาชีพ ที่ถูกต้องด้วย เหล่านี้จะทำให้เกิดความเข้าใจอันดีระหว่างบุคลากรสาธารณสุข และผู้รับบริการ แล้วก็เพิ่มประสิทธิภาพของการรักษาพยาบาลด้วย จากการศึกษาวิจัย ทั่วโลกเป็นที่ประจักษ์ว่าโรคต่าง ๆ ทั้งโรคติดต่อ โรคติดเชื้อ และโรคไร้เชื้อเรื้อรังมีสาเหตุ ส่วนหนึ่งมาจากพฤติกรรมมนุษย์ ถ้าสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ก็จะป้องกันโรคได้ รวมทั้งสามารถป้องกันผู้ที่ใกล้ชิดในครอบครัวไม่ให้เป็นโรคได้ด้วย โรคของบุหรี่จะเป็น ตัวอย่างที่ดีในเรื่องนี้ เอชไอวี (HIV) เอดส์ (AIDS) ก็เช่นเดียวกัน ดังนั้นประชาชนไทย ทุกคนควรจะได้รับข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพ การป้องกันโรค และการสร้างเสริมสุขภาพ ที่ถูกต้องทันสมัยจากรัฐอย่างต่อเนื่อง และถือเป็นหน้าที่ของแต่ละบุคคลที่จะต้องดูแล รักษาสุขภาพของตนเองและครอบครัวและสังคม มิใช่เรียกร้องสิทธิในการรักษาพยาบาล เมื่อเจ็บไข้ในโรคที่สามารถป้องกันได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแต่อย่างเดียว นอกจากนี้ ในฐานะผู้รับบริการจะต้องให้ข้อมูลที่เป็นจริง ถูกต้อง และครบถ้วนต่อผู้ให้บริการ เพื่อให้การรักษาพยาบาลมีประสิทธิภาพด้วย ถ้าเราสามารถจะทำเช่นนี้ได้จะช่วยลด ภาระโรคและค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพลงไปเป็นจำนวนมาก ในประเทศฝรั่งเศสมีการออก กฎหมายเมื่อไม่ถึง ๑๐ ปีมานี้ โดยมีเป้าหมายให้สุขภาพมีความเป็นประชาธิปไตย มากขึ้น คือกำหนดให้มีทั้งสิทธิและความรับผิดชอบของผู้ป่วย ให้ผู้ป่วยมีบทบาทมากขึ้น ต่อการดูแลและควบคุมสุขภาพของตนเอง แต่เราก็ยังมีความเห็นว่าอย่างไรก็ตาม ถึงแม้ประชาชนจะมีพฤติกรรมป้องกันโรคและสร้างเสริมสุขภาพที่ถูกต้อง แต่ถ้าสิ่งแวดล้อม เต็มไปด้วยมลภาวะทั้งดิน น้ำ อาหาร และอากาศ ประชาชนก็มีสุขภาพดีไม่ได้ ไม่ว่าจะมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดีอย่างไร เพราะฉะนั้นสิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษเหล่านี้ส่วนใหญ่ ก็เกิดจากการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมเพื่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน โดยละเลยผลกระทบทางสุขภาพ ถ้าคิดค่าเสียหายจากผลกระทบทางสุขภาพต่อชุมชน ที่เกิดจากสิ่งแวดล้อมเป็นพิษเหล่านี้ แล้วอาจจะเป็นเม็ดเงินที่มากกว่ารายได้จากการ ประกอบอุตสาหกรรมซึ่งจะกระจุกอยู่เฉพาะบริษัทใหญ่ ๆ และผู้ประกอบการใหญ่ ๆ ไม่กี่รายและไม่กี่บริษัท ในทางกลับกันถ้ารัฐคำนึงถึงสุขภาพและสุขภาวะของประชาชน เป็นอันดับแรกในการวางนโยบายเพื่อพัฒนาประเทศ เราจะได้ประเทศที่มีประชาชน ที่สุขภาพดี เป็นพลังที่มีประสิทธิภาพในการพัฒนาประเทศ เราจะได้สิ่งแวดล้อมที่มีสุขภาวะ อาหารที่ปลอดภัย สิ่งเหล่านี้จะเป็นแหล่งดึงดูดที่ดีที่สุดสำหรับการท่องเที่ยวอย่างมีคุณภาพ และย่อมเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ด้วยหลักการและเหตุดังที่ได้กล่าวมาแล้วทั้งหมดนี้ คณะกรรมาธิการปฏิรูประบบสาธารณสุขจึงขอเสนอประเด็นต่าง ๆ ในการปฏิรูประบบ สาธารณสุขต่อท่านคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญและสภาปฏิรูปแห่งชาติ เพื่อพิจารณา ดังนี้นะคะ อันนี้เราก็กำหนดไว้ว่า ในประเด็นการปฏิรูประบบบริการสาธารณสุข อย่างที่ได้เรียนแล้วจะประกอบด้วย เสนอให้มีการกำหนดให้ประชาชนได้รับบริการ สาธารณสุขที่เหมาะสม มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และสิทธิประโยชน์ขั้นพื้นฐานที่เท่าเทียมกัน บนพื้นฐานการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมืองทุกคน นอกจากระบบบริการที่มีคุณภาพแล้ว เราเสนอข้อ ๒ ว่ารัฐมีหน้าที่สนับสนุนและจัดสรร ทรัพยากรสำหรับบริการสาธารณสุขให้เพียงพอและยั่งยืน สอดคล้องกับสภาวการณ์ ทางเศรษฐกิจและสังคม โดยคำนึงถึงมาตรฐานความทั่วถึง ความเป็นธรรม ประสิทธิภาพ และประสิทธิพล ในการปฏิรูประบบสาธารณสุขเช่นกัน เราเสนอให้รัฐต้องเร่งพัฒนา ระบบสุขภาพ ที่ให้ความสำคัญต่อการจัดบริการสาธารณสุขปฐมภูมิที่เน้นการสร้างเสริม สุขภาพ และการป้องกันโรคและภัยคุกคามต่อสุขภาพ เพื่อนำไปสู่สุขภาวะที่ยั่งยืน ของสังคมไทย นอกจากนี้รัฐต้องสนับสนุน ส่งเสริม พัฒนาและอนุรักษ์การแพทย์แผนไทย คู่ขนานไปกับการแพทย์แผนปัจจุบันในระบบบริการสาธารณสุข อันนี้ก็เสนอไว้ ในแนวนโยบายแห่งรัฐนะคะ ข้อต่อไป รัฐต้องสนับสนุนส่งเสริมให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ชุมชน และภาคเอกชน มีส่วนร่วมในการจัดบริการสาธารณสุขที่ครบถ้วน

ต่อไปเป็นประเด็นของการคุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบจากบริการสาธารณสุข เราเสนอว่า รัฐต้องคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข เช่นเดียวกับผู้ให้บริการ สาธารณสุขที่ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรฐานวิชาชีพและจริยธรรม ในประเด็นของหน้าที่พลเมือง เสนอว่าบุคคลมีหน้าที่ในการดูแลและส่งเสริมสุขภาพส่วนตน บุคคลในครอบครัวและสังคม โดยรัฐมีหน้าที่ส่งเสริมศักยภาพ รวมทั้งการให้ข้อมูลด้านสุขภาพที่ถูกต้องและทันสมัย แก่ประชาชน

สำหรับประเด็นสุดท้าย คือการคุ้มครองทางสุขภาพที่ยั่งยืน เราเสนอว่า สุขภาพของประชาชนต้องเป็นพื้นฐานสำคัญ ที่รัฐมีหน้าที่สร้างเสริม พัฒนา ปกป้อง คุ้มครอง และดูแลให้บุคคลสามารถอยู่ในสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะ โดยกำหนดนโยบายเพื่อพัฒนาประเทศในทุกด้าน ต้องมิให้เกิดผลกระทบด้านสุขภาพ ต่อประชาชน โดยเน้นกลไก กระบวนการที่มีส่วนร่วมของทุกภาค ของภาคส่วนต่าง ๆ ในสังคมทุกระดับ อันนี้ก็บรรจุไว้ในแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ สิ่งที่ประชาชนจะได้อะไร จากข้อเสนอเหล่านี้นะคะ เราคิดว่าถ้ามันเป็นไปได้แต่เป็นรูปธรรม สิ่งแรกที่จะได้ก็คือ การลดและขจัดความเหลื่อมล้ำในระบบสาธารณสุข เกิดความปรองดองสมานฉันท์ เกิดการกระจายอำนาจในระบบสุขภาพ ประชาชน ชุมชนมีส่วนร่วมในระบบมากยิ่งขึ้น และแก้ไขปัญหาสุขภาพในท้องถิ่นได้ตรงเป้ามากขึ้น เพิ่มศักยภาพของประชาชน ให้ประชาชนมีความสำนึกในหน้าที่ความรับผิดชอบต่อสุขภาพของตนเองมากขึ้น เกิดการคุ้มครองทางด้านสุขภาพและสุขภาวะของประชาชนอย่างยั่งยืน และเราคิดว่า กลไกที่จะทำให้เกิดความสำเร็จต่อสิ่งเหล่านี้ มันจำเป็นที่การบริหารขั้นสูงสุดนี้จะต้อง คำนึงถึงความสำคัญของสุขภาพ เพราะฉะนั้นถ้าสุขภาพถูกกำหนดไว้ในนโยบายพื้นฐาน แห่งรัฐ ซึ่งหมายความว่า ไม่ว่ามีรัฐบาลใดเข้ามาก็จะต้องปฏิบัติตามนโยบายพื้นฐานเหล่านี้ ก็จะเป็นเครื่องกำหนดของความสำเร็จในด้านต่าง ๆ ต่อไป แล้วก็ต้องปรับ มีความจำเป็น ที่จะต้องปรับกลไกการบริหารจัดการของระบบบริการสาธารณสุข ทั้งบุคลากร ข่าวสาร ทรัพยากรด้านสุขภาพ และที่สำคัญมากที่เราเห็นความจำเป็นก็คือ ต้องสร้างความเข้มแข็ง ให้ชุมชน และให้ชุมชนมามีส่วนร่วมในระบบสุขภาพในทุกระดับ การกระจายอำนาจ สู่ท้องถิ่น ชุมชนที่เข้มแข็งจะเป็นเป้าหมายที่สำคัญที่สุดในการปฏิรูประบบสาธารณสุข ขอบพระคุณค่ะ