เกษมสันต์ จิณณวาโส หารือเรื่องการยกร่างรัฐธรรมนูญ การจัดการน้ำ การปกป้องป่าไม้และความหลากหลายทางชีวภาพ และทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยเน้นย้ำถึงบทบาทหน้าที่ของภาครัฐในการคุ้มครองสิทธิของประชาชน และการมีส่วนร่วมของคณะกรรมการในการพิจารณาโครงการลงทุน นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้มีการมีถ้อยคำที่ชัดเจนและระบุไว้ในนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก และท่านกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ผม นายเกษมสันต์ จิณณวาโส สมาชิกสภาปฏิรูป ขออนุญาตให้ความเห็นประกอบการพิจารณาในเรื่องของการยกร่างทั้ง ๙ ประเด็นนะครับ
ประเด็นที่ ๑ ที่พูดถึงการคุ้มครองสิทธิของประชาชนที่จะอยู่ในเรื่อง สิ่งแวดล้อมหรือในสุขภาวะที่ดี หลายท่านก็อภิปรายถึงเรื่องบทบาทหน้าที่ขององค์กรอิสระ แต่ประเด็นหลักผมอยากกราบเรียนว่าเราน่าจะดูบทบาทของภาครัฐที่มีอยู่ว่ามีกฎหมาย มีการบังคับใช้หรือจะเร่งรัดการดำเนินการ ในเรื่องของการให้ความคุ้มครองสิทธิ ของประชาชนที่อยู่ในชุมชนผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างไร ทีนี้เมื่อเรามาหยิบยก เรื่องบทบาทขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มาตรา ๖๗ วรรคสอง โดยพูดถึง องค์กรอิสระเราก็พบว่าการทำงานก็มีปัญหาทั้งในหลาย ๆ ด้าน ทีนี้หลายท่านก็อภิปรายว่า อยากจะให้คงอยู่ หลายท่านก็อาจจะสงวนท่าทีว่าน่าจะมาดูทบทวนอีกสักครั้ง แต่ผม อยากกราบเรียนอย่างนี้ว่า ในประเด็นที่เสนอไม่ได้พูดถึงองค์กรอิสระในประเด็นที่ ๑ ที่ทางกรรมาธิการเสนอ ทีนี้ถ้าเกิดคิดว่าบทบาทหน้าที่ยังดีอยู่ก็อยากจะให้มีการประเมินผล การปฏิบัติงานในช่วงที่ผ่านมาว่าเป็นอย่างไรแล้วค่อยมาดำเนินการ
ในเรื่องที่ ๒ ที่พูดถึงเรื่องของการบริหารจัดการน้ำ ประเด็นหลักนะครับ สิ่งที่เรายังไม่เคยพูดถึงกันคือ เรื่องการทำบัญชีหรือความสมดุลของน้ำผิวดินกับน้ำบาดาล เราพูดถึงเรื่องการจัดการน้ำผิวดิน เราพูดปัญหาเรื่องน้ำแล้งหรือการขาดแคลนน้ำ เราพูดถึง เรื่องน้ำท่วม เราพูดถึงคุณภาพน้ำ ส่วนเรื่องของการผันน้ำ การปนเปื้อนหรือประเด็นต่าง ๆ พวกนี้มันควรจะต้องมีสาระสำคัญที่ได้มีการปรากฏไว้ในรูปแบบของการจัดการน้ำ ในระดับลุ่มน้ำ โดยให้บทบาทของคณะกรรมการลุ่มน้ำเข้ามามีบทบาทในการเสนอความเห็น หรือการพิจารณาทำเรื่องโครงการลงทุน โดยเฉพาะโครงการลงทุนขนาดใหญ่ สิ่งที่เราพบ และเราปรากฏก็คือว่า ขณะนี้หน่วยงานเจ้าของโครงการก็ดี หน่วยงานที่อนุญาตให้ใช้พื้นที่ก็ดี ไม่เคยนั่งคุยกันก่อน เพราะฉะนั้นเมื่อมีการทำการศึกษาขึ้นมา เอาไปศึกษาออกแบบ ใช้งบประมาณหลายร้อยล้านบาทสุดท้ายไม่ได้ก่อสร้าง เสียเวลา เสียเงินนะครับ เกิดปัญหา ความขัดแย้งของชุมชน ตรงนี้ผมคิดว่าเป็นประเด็นที่อยากจะฝากท่านกรรมาธิการ ช่วยหยิบยกหรือมาพิจารณาไว้ในรัฐธรรมนูญด้วย
ประเด็นที่ ๓ ที่อยากจะนำเรียนเรื่องของป่าไม้นั้น ในเรื่องของป่าไม้ อยากกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า อยากจะให้มองถึงเรื่องของการปกป้องคุ้มครอง เรื่องความหลากหลายทางชีวภาพ เรื่องพวกนี้คือสิ่งที่เราถูกต่างประเทศนำไปใช้ประโยชน์ เอาไปจดสิทธิบัตร ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นมันไม่ได้แบ่งปันกลับคืนมาสู่ประเทศ ตรงนี้คือ สิ่งที่ผมคิดว่าเราคงจะต้องพูดกันอย่างให้ชัดเจนหรือมีถ้อยคำที่ชัดระบุไว้ โดยเฉพาะ ในแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
เรื่องต่อมาคือในเรื่องของทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ผมกราบเรียน อย่างนี้ครับว่าในหลักการและเหตุผลที่เสนออ่านแล้วใจหาย แต่อยากกราบเรียนว่า ประเด็นข้อเสนอที่ผ่านมาเป็นผลพวงมาจากการปฏิรูประบบราชการ ซึ่งเราไม่ได้ให้ โครงสร้าง เราไม่ได้ให้เรื่องของอัตรากำลัง เราไม่ได้ให้อำนาจหน้าที่ ขณะนี้กรมทรัพยากร ทางทะเลและชายฝั่งเสนอร่าง พ.ร.บ. ซึ่งผ่านอยู่ในขั้นตอนของการแปรญัตติของ สนช. ได้พิจารณาเสร็จครบถ้วนทั้ง ๒๘ มาตรา ที่สำคัญในมาตรา ๕ กับมาตรา ๑๑ มีกลไก กระบวนการที่ให้ท้องถิ่น ชุมชน ทั้งในระดับชาติ ระดับจังหวัดได้เข้ามามีส่วนร่วม ในการบริหารจัดการ เพราะฉะนั้นในถ้อยคำที่ปรากฏอยู่ในประเด็นที่ ๔ ผมคิดว่าที่เสนอไว้ ให้ภาคประชาชนมีบทบาท ถ้าจะแก้ไขแล้วเปลี่ยนเป็นบทบาทของภาครัฐนี่ทุกอย่าง ก็จะสมบูรณ์ครบถ้วน โดยให้เพิ่มเติมในเรื่องของคำว่า สิทธิและหน้าที่ในเรื่อง ของการอนุรักษ์ การฟื้นฟู รวมทั้งเรื่องของชายฝั่งทะเล เพราะเรื่องชายฝั่งทะเลมีประเด็น ที่เกี่ยวข้องหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นป่าชายเลน เป็นแหล่งที่เพาะพันธุ์สัตว์น้ำวัยอ่อน มีเรื่องที่เกี่ยวข้องก็คือเรื่องของการกัดเซาะชายฝั่ง
ประเด็นที่ ๕ หลายท่านได้กล่าวถึงเรื่องผังเมืองครับ สิ่งที่ห่วงใยมีอยู่ อย่างเดียวครับ ผังเมืองเมื่อหมดอายุ ๕ ปีไปแล้วกว่าจะประกาศใหม่ใช้เวลานานมาก การประกาศใหม่ใช้เวลานานมากนี่ทำให้เรื่องของพื้นที่ต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไปเยอะ
ประการต่อมาที่ผมอยากกราบเรียนอีกประเด็นหนึ่งคือเรื่องแผน ในประเด็นที่ ๖ คือกระบวนการจัดทำแผนบูรณาการ ถ้าเราทำแผน จัดทำเรื่องโครงสร้าง ของหน่วยงานและจัดงบประมาณให้สอดคล้อง ทุกอย่างก็จะเป็นไปตามระบบที่เรามอง ในเรื่องของแผน คนและเงิน แล้วก็จะบังเกิดผลตามที่เรากำหนดทิศทางที่ชัดเจน
ผมขออนุญาตอีกเรื่องสุดท้ายสั้น ๆ ครับ ก็คือเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติ อยากย้ำอย่างนี้ครับว่าทรัพยากรธรรมชาติเป็นทรัพย์สมบัติของแผ่นดิน เพราะฉะนั้น เราคงจะพิจารณากันอย่างชัดเจนว่า ใครควรจะเป็นคนที่เข้ามาดูแลจัดการและสร้างกลไก กระบวนการการมีส่วนร่วมจากภาคส่วนต่าง ๆ ขอบพระคุณครับ