อรพินท์ วงศ์ชุมพิศ พูดถึงการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (เอสอีเอ) เพื่อช่วยหน่วยงานภาครัฐในการตัดสินอนุมัติโครงการและพิจารณาเรื่องงบประมาณ และเรียกร้องให้ดำเนินการเอสอีเอก่อนที่จะมีโครงการพัฒนาชิ้นใหญ่ ๆ เกิดขึ้น
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพนะคะ กราบเรียน ท่านกรรมาธิการ ท่านเพื่อนสมาชิกทุกท่าน ดิฉัน อรพินท์ วงศ์ชุมพิศ นะคะ สมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๒๓๗ ดิฉันขอสนับสนุนที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอไปทั้งหมดนะคะ แต่ขออนุญาตเสริมท่าน ในประเด็นเรื่องเอสอีเอนะคะ ซึ่งคำว่าเอสอีเอฟังดูแล้วดูเหมือนจะเป็นคำใหม่ มันเป็นคำ ที่มาจากภาษาอังกฤษว่าสตราทิจิก เอนไวรอนเมนทอล เอสเซสเมนท์ ภาษาไทยเรา ใช้ว่า การประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ ฟังดูแล้วหลายท่านอาจจะคงคุ้นเคย ถ้าอยู่ในแวดวงแต่ถ้าบางท่านอาจจะไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยนะคะ เป็นคำย่อ เอสอีเอ ที่เราใช้ในเรื่องการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งโดยปกติดิฉันเชื่อว่าทุกท่าน คงคุ้นเคยกับคำว่าอีไอเอ หรือแม้กระทั่งอีเอชไอเอซึ่งสมาชิกหลายท่านในที่นี่ก็ได้พูดถึง ในก่อนหน้านี้ อีเอชไอเอเป็นการประเมินผลกระทบทางด้านสุขภาพสำหรับโครงการ ที่มีผลกระทบอย่างรุนแรง ซึ่งท่านสมาชิกท่านดุสิตท่านได้เอ่ยถึงเมื่อกี้นะคะ ส่วนอีไอเอ เป็นกระบวนการที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้โครงการที่เราคาดว่าอาจจะมีผลกระทบ ต่อสิ่งแวดล้อมว่าต้องทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม ใช้คำสั้น ๆ ว่าเอนไวรอนเมนทอล อิมแพก เอสเซสเมนต์ (Environmental Impact Assessment) หรืออีไอเอเป็นโครงการ ที่คาดการณ์ว่าถ้าผลกระทบของโครงการนี้เกิดขึ้นอย่างนี้จะต้องมีมาตรการและผลกระทบ อย่างไร จะต้องติดตามตรวจสอบแก้ไขอย่างไร ในหลักการก็เหมือนกับว่าเราป้องกันเหตุร้าย ก่อนที่มันจะเกิดก็เลยมีการทำอีไอเอขึ้นมา ซึ่งมันก็ไม่ได้ชัดเจน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ว่า มันจะเป็นเครื่องมือที่สามารถควบคุมไม่ให้เกิดผลกระทบหรือเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงอะไร ขึ้นมาได้ เพียงแต่เป็นเครื่องมือชนิดหนึ่งที่ช่วยหน่วยงานภาครัฐในการตัดสินอนุมัติโครงการ หรือว่าในการพิจารณาเรื่องงบประมาณในการดำเนินต่าง ๆ นะคะ ปัจจุบันวันนี้ดิฉัน พูดถึงเรื่องเอสอีเอ หมายถึงว่านอกเราจะมีอีไอเอหรืออีเอชไอเอในระดับโครงการแล้ว มันจะยิ่งดีขึ้นกว่านั้น ถ้าโครงการของรัฐที่เป็นโครงการขนาดใหญ่หรือเป็นแผนงาน ชิ้นสำคัญ ๆ ก่อนที่จะเสนอให้ทำอะไรขึ้นมานี่เราศึกษาเสียก่อนเลยว่า ถ้าโครงการนี้ไปเกิด ที่ชายแดนประเทศไทยแถวเชียงรายหรือชายแดนติดกับพม่าหรือเขมร โครงการอะไรไปเกิดจะมีผลกระทบอะไรบ้าง เป็นลักษณะเหมือนการศึกษาผลกระทบ ในเชิงระดับยุทธศาสตร์ของพื้นที่กว้าง ๆ ใหญ่ ๆ ว่ามีความเหมาะสมทางด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมหรือไม่ อย่างไร เพราะในบางพื้นที่มันมีจุดอ่อนบางจุดซึ่งไม่ว่า โครงการไหนก็ไม่สามารถจะไปอยู่ตรงนั้นได้ อย่างเช่นพื้นที่ที่อาจจะมีความเปราะบาง ของระบบนิเวศ อาจจะมีพื้นที่ชุ่มน้ำอยู่หรืออาจจะเป็นแหล่งสำคัญในการอนุรักษ์บางอย่าง ไม่ว่าจะมรดกโลกหรือศิลปกรรม ดิฉันคิดว่าเอสอีเอถ้าสามารถดำเนินการได้โดยที่กำหนด ให้หน่วยงานภาครัฐต้องดำเนินการก่อนที่จะมีโครงการพัฒนาชิ้นใหญ่ ๆ เกิดขึ้นจะเป็นการ วางกรอบให้หน่วยงานภาครัฐทั้งหมดมาพิจารณาร่วมกันว่าโครงการนี้ควรจะทำไหม เพราะถ้าทำผลกระทบด้านเศรษฐกิจเป็นอย่างนี้นะ ผลกระทบด้านสังคมเป็นอย่างนี้ แต่ว่าทางด้านสิ่งแวดล้อมอาจจะอย่างนี้ ๆ อะไรอย่างนี้เป็นกรอบช่วยในการตัดสินใจ ของหน่วยงานภาครัฐ เพราะว่าอีไอเอหรืออีเอชไอเอ เราก็ได้ยินหลายคนพูดมาแล้วว่า มันไม่ได้เป็นไปตามนั้นถึงแม้จะเป็นเครื่องมือที่คิดว่าดีที่สุดในขณะนี้ แต่พอดำเนินการไป จริง ๆ ขาดการติดตามตรวจสอบ ขาดการดำเนินการในเรื่องที่ว่าพอมีผลกระทบ อันนี้เปลี่ยนแปลงไปแล้วมีการแก้ไขมาตรการหรือไม่ มันก็อาจจะมีปัญหาเกิดขึ้นได้ ในภายหลัง อย่างเช่นมาบตาพุดหรือว่าแต่ละโรงงานก็มีมาตรการของตัวเองออกมา ตัวเอง ก็ทำมาตรการของตัวเอง แต่ในภาพรวมของนิคมอุตสาหกรรมเมื่อทุกโรงงานทำตาม มาตรการของตัวเอง ในภาพรวมผลกระทบมันอาจจะรุนแรงกว่าสิ่งแวดล้อมในพื้นที่นั้น จะรองรับได้ เพราะฉะนั้นเอสอีเอจะเป็นตัวกรอบใหญ่ซึ่งทางคณะกรรมาธิการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพยายามนำเข้ามา มันไม่ใช่เรื่องซึ่งเกิดขึ้นใหม่นะคะ ในอดีตที่ผ่านมาหลายปีโครงการเอสอีเอเคยดำเนินการไปแล้วนะคะ ดิฉันขออนุญาต ยกตัวอย่าง อย่างเช่นการจัดการน้ำในลุ่มน้ำยม อันนี้รู้สึกจะดำเนินการโดยมูลนิธิสาธารณสุข แห่งชาติ ในโครงการสนับสนุนนโยบายสาธารณะ นโยบายการจัดการขยะของประเทศไทย โครงการพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนเชียงราย ซึ่งอันนี้สำนักนโยบายและแผน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดำเนินการเอง โครงการประเมินศักยภาพทางด้าน สิ่งแวดล้อมเชิงพื้นที่ ในพื้นที่ ๕ จังหวัดชายฝั่งทะเลภาคใต้ของประเทศไทย ได้แก่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดกระบี่ จังหวัดพังงา จังหวัดภูเก็ต อันนี้ สผ. เป็นคนดำเนินการ หรือว่าการทำเอสอีเอของสนามบินสุวรรณภูมิและพื้นที่ โดยรอบก็ศึกษาไปแล้ว เอสอีเอของพื้นที่มาบตาพุด จังหวัดระยองที่เมื่อสักครู่ท่าน สปช. ท่านอดีตผู้ว่าท่านได้กล่าวถึงนะคะ ประมาณไปแล้วคร่าว ๆ ดิฉันคิดว่าประมาณ ๑๐ โครงการ ต่อไปถ้าเรามีโครงการนี้เกิดขึ้นจริงในโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ ดิฉันเชื่อว่า มันจะเป็นประโยชน์ในแง่ที่ว่าประชาชนทุกคนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการ จัดทำตั้งแต่ต้น ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีโอกาสมานั่งพูดคุยกันว่าถ้าจะมีโครงการพัฒนาเกิดขึ้น ในพื้นที่นั้นท่านห่วงเรื่องอะไร ปัญหาอะไรที่จะมองข้ามไม่ได้เลยซึ่งถือว่าเป็นกรอบในการ ช่วยตัดสินใจของภาครัฐ ขอบพระคุณมากค่ะ