ปราโมทย์ เสนอร่าง รธน. แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม 7 ด้าน

สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๑๐ · ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๗

ปราโมทย์ ไม้กลัด อภิปรายภารกิจคณะกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเสนอให้แยกแยะประเด็นปัญหาออกเป็น 7 ด้านหลักเพื่อการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบและบูรณาการ พร้อมเรียกร้องให้บรรจุสิทธิเสรีภาพในการอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมที่ดีไว้ในรัฐธรรมนูญ เพื่อคุ้มครองสิทธิพลเมืองและกำหนดแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ 8 ประเด็น รวมถึงการจัดการทรัพยากรป่าไม้ สัตว์ป่า และความหลากหลายทางชีวภาพ โดยเน้นการสงวนอนุรักษ์ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง และเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้าถึงการใช้ประโยชน์อย่างเท่าเทียม ปราโมทย์ ไม้กลัด เสนอให้บรรจุทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเป็นระบบของชาติโดยระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ เพื่อสร้างสิทธิในการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน กำหนดหน้าที่ดูแลฟื้นฟูทรัพยากร และจัดตั้งโครงสร้างหน่วยงานภาครัฐที่ชัดเจนพร้อมบทบาทภาคประชาชนในการตรวจสอบติดตามผล นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้รัฐกระจายอำนาจสู่ชุมชนท้องถิ่น จัดตั้งกลไกขับเคลื่อนที่มีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ

นายปราโมทย์ ไม้กลัด ประธานกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพครับ กระผม ปราโมทย์ ไม้กลัด ในฐานะประธาน กรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ในเรื่องแรก อยากจะขอกราบเรียนท่านประธานว่า คณะกรรมาธิการปฏิรูป ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเรามีภารกิจอะไร ภารกิจคือการศึกษา วิเคราะห์ แล้วก็จัดทำแนวทาง ข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิรูปด้านต่าง ๆ เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านประธานครับ ประเทศไทยในปัจจุบัน ท่านประธานก็คงจะทราบดีแล้วว่าเรากำลังเผชิญกับปัญหาทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เนื่องจากทรัพยากรธรรมชาติได้ถูกนำไปใช้เพื่อสร้างความเจริญเติบโต ทางด้านเศรษฐกิจ หรือสร้างความสมบูรณ์พูนสุขอย่างฟุ่มเฟือย โดยไม่ได้คำนึงถึง การอนุรักษ์ การฟื้นฟูหรือมีการบริหารจัดการอย่างยั่งยืนเลย จนทรัพยากรต่าง ๆ เสื่อมโทรมลง เสื่อมลงทุกขณะครับ แล้วก็แทบจะทุกพื้นที่ในเมืองไทย ดังนั้นจึงจำเป็น อย่างยิ่งที่ต้องศึกษา วิเคราะห์หาประเด็นปัญหาที่มีอยู่ เพื่อจัดทำแนวทางแล้วก็ข้อเสนอแนะ เพื่อการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในด้านต่าง ๆ ให้มีความชัดเจน และบูรณาการกันอย่างเป็นระบบ ที่ผ่านมามันไม่บูรณาการอย่างเป็นระบบครับ เหมือนกับ แยกส่วนกันทำ เพราะฉะนั้นมันถึงคราวที่จะมีการปฏิรูปกันแล้ว จะต้องค้นหากลไกในการบริหารจัดการ แก้ปัญหาทั้งหมด ทั้งหลายทั้งปวงให้มีความชัดเจนอย่างเป็นระบบ ที่สำคัญก็คือ เราต้องเสริมสร้างวิธีการจัดการที่เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนด้วยครับ นี่ก็เป็นหลักการ ที่สำคัญทีเดียว เวลานี้ไม่ใช่เป็นเรื่องของรัฐแต่ฝ่ายเดียวแล้ว ท่านประธานครับ กระผม ใคร่ขอกราบเรียนถึงกรอบการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมสักนิดหนึ่งนะครับว่า เรากำหนดงานสำคัญที่จะทำแนวทางข้อเสนอแนะ เพื่อการปฏิรูปอย่างไร จะทำคลุม ๆ ไปทุกเรื่องทุกราวพร้อม ๆ กันโดยไม่แยกแยะไม่ได้ละครับ มันมี ๗ ด้าน ๗ เรื่องสำคัญทีเดียวนะครับ ท่านประธานก็คงจะทราบนะครับว่า งานแต่ละด้าน ๆ มันไม่ได้พัวพันกัน มันเป็นเรื่องแต่ละเฉพาะของทรัพยากร แล้วเรื่องราวของสิ่งแวดล้อม อีกชุดหนึ่ง มันก็มีหลายเรื่องหลายราวผสมกันอยู่ เพราะฉะนั้นต้องมีการแยกแยะ กันให้ชัดเจนนะครับว่า เรามี ๗ ด้าน ๗ เรื่องด้วยกันที่จะต้องทำ

งานชุดแรก คือการปฏิรูปงานจัดการทรัพยากรน้ำ

ชุดที่ ๒ งานจัดการทรัพยากรป่าไม้และที่ดิน

ชุดที่ ๓ งานจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

ชุดที่ ๔ งานระบบผังเมืองและการใช้พื้นที่

ชุดที่ ๕ ก็คืองานจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม จะทำอะไรกันอย่างไรให้เป็น ระบบ

ชุดต่อไปก็คือ งานปฏิรูประบบการวิเคราะห์ ถึงตรงนี้ผลกระทบ ต่อสิ่งแวดล้อม เวลานี้สับสนอลหม่านครับ

งานชุดสุดท้าย ก็คืองานพัฒนากลไกการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม กลไกที่ผมว่านี่ก็คือทำอย่างไรให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมด้วย ร่วมกัน ทุกฝ่ายครับ ท่านประธานครับ คงจะเห็นว่างานแต่ละเรื่อง ๆ นั้นมีความแตกต่างกัน โดยสิ้นเชิงนะครับ ไม่เหมือนกันเลย ทั้งหลักคิด การจัดการทางด้านเทคนิค รวมไปถึง แผนยุทธศาสตร์ เพราะฉะนั้นกรอบการดำเนินงานของเราจึงแยกย้ายกันทำในภารกิจ ที่ผมกล่าวถึงแต่ละเรื่องแต่ละราวแบบนี้ให้ชัดเจน แล้วก็มีคณะอนุกรรมาธิการ ที่จัดตั้งขึ้นมาก็สอดคล้องกันละครับว่ามี ๗ คณะ เพราะว่าเรื่องราวแต่ละเรื่องมันเป็น เรื่องเฉพาะของแต่ละเรื่อง ๆ เขา มันต้องมีผู้รับผิดชอบ ผู้คิด ผู้จะค้นหาวิธีการที่จะจัดการ ให้มันสัมฤทธิผลมันคืออะไร นี่คืออยากจะกราบเรียนท่านประธานให้ทราบในเบื้องแรก ก่อนว่าอะไรคืออะไร

ท่านประธานครับ คราวนี้มาถึงประเด็นความเห็นหรือข้อเสนอแนะ ที่คณะกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเห็นสมควรว่าจะให้ มีการบัญญัติไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ อันนี้ถ้าจะพูดกันแล้วก็เป็นประเด็นความเห็นการปฏิรูป งานแต่ละด้านนั่นเอง มันพัวพันกันนะครับ ปฏิรูปงานแต่ละด้าน ๆ นี่มันเป็นกลไก ที่จะเสนอแนะวิธีการทำงาน แต่ในเรื่องราวที่เห็นควรจะเสนออยู่ในร่างรัฐธรรมนูญ มันก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่มันสอดคล้องกันไปนะครับว่าอะไรมันเป็นอะไร

ประเด็นแรก พวกเราและกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมก็มีความเห็นว่าในเรื่องราวของสิทธิเสรีภาพของพลเมืองเป็นเรื่องสำคัญ นะครับว่า ในรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่าน ๆ มาไม่เคยจะพูดถึงสิทธิของประชาชนเกี่ยวกับ สิ่งแวดล้อมเลย เราก็นำเสนอนะครับว่าในเรื่องราวของสิทธิเสรีภาพของพลเมือง เราเห็นสมควรที่จะให้พิจารณาเขียนว่า รัฐต้องคุ้มครองสิทธิประชาชนที่จะอยู่ในสิ่งแวดล้อม และสุขภาวะที่ดี นี่แหละครับเป็นการที่จะชี้บ่งบอกว่ารัฐและผู้ที่เกี่ยวข้องต้องให้ความใส่ใจ กับประชาชนนะครับว่า จะอยู่กับสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ที่มันเห็นอยู่ในปัจจุบันนี่ครับ สิ่งแวดล้อมเลอะเทอะอยู่อย่างนี้มันไม่ได้ มันต้องมีการที่จะระบุบอกว่าต่อไปนี้ผู้คนควรจะมีสิทธิในเรื่องราวของการจะอยู่ ในสิ่งแวดล้อมที่ดี ไม่ว่าในเมืองหลวง ปริมณฑลเมืองหลวง เขตเทศบาลใหญ่ ๆ พวกนี้ ทั้งสิ้นละครับ นี่ก็เป็นความเห็นของคณะกรรมาธิการของเรา ผมว่ารัฐธรรมนูญฉบับ ที่ผ่าน ๆ มาไม่มีการพูดหรือบรรจุเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้เลย จึงเห็นสมควรว่าจะบรรจุ ประเด็นแรกนี้ไว้ในเรื่องราวเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพของพลเมืองอยู่ในส่วนที่ ๒ หมวดที่ ๒ ประชาชนในภาคที่ ๑ นี่ละครับ เอาละครับ ท่านประธานที่เคารพ ต่อไปก็เป็นประเด็น ที่คณะกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ศึกษา วิเคราะห์ อย่างรอบคอบแล้ว และเห็นสมควรอย่างยิ่งที่จะให้มีการพิจารณาบรรจุไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ แบบเน้น ๆ เลย แล้วเห็นควรเสนอให้มีอยู่ ๘ ประเด็นเน้น ๆ ครับ เน้น ๆ ว่าอันนี้ให้อยู่ ในหมวดว่าด้วยแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ อันนี้เป็นสิ่งจำเป็นควบคู่กับงานที่เรากำลังจะทำ

ประเด็นแรก อยากจะกราบเรียนว่าเราเห็นสมควรที่จะให้มีการบรรจุไว้ ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อย่างนี้ครับ ประเด็นแรกก็คือ จัดให้มีระบบและแผนการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ำที่มีความชัดเจนและบูรณาการ เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำ ใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ ให้มีใช้อย่างพอเพียงตามศักยภาพ การจัดการปัญหาน้ำท่วม และอุทกภัยในพื้นที่เขตเศรษฐกิจชุมชน และพื้นที่เกษตรกรรม รวมไปถึงการแก้ไขปัญหา คุณภาพน้ำ และแหล่งน้ำที่เสื่อมโทรมให้คงความอุดมสมบูรณ์และพึ่งพาได้อย่างยั่งยืน นะครับ เกี่ยวกับเรื่องนี้ถ้าจะพูดกันแล้ว ในปัจจุบันและในอนาคตมันจะเป็นปัญหาสำคัญเลย เวลานี้มองกันเห็นแล้วนะครับ ยังจัดการอะไรไม่ได้เลย ต้องมีการปฏิรูป เมื่อจะมีการปฏิรูป ปุ๊บรัฐธรรมนูญว่าอย่างไร รัฐธรรมนูญเป็นแม่แบบในการชี้บอกถึงรัฐบาลและทุกฝ่าย ที่เกี่ยวข้อง ต้องอาศัยรัฐธรรมนูญระบุบอก แล้วกระบวนการปฏิรูปก็ว่ากันไป อันนี้ ก็เห็นสมควรที่จะให้มีการระบุบอกไว้ในนี้ให้ชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องนี้ การบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ำมี ๓ ปัญหาใหญ่ ๆ ที่จะต้องคลี่คลายจัดการปฏิรูปเพื่ออนาคต

ประเด็นที่ ๒ ประเด็นต่อมาท่านประธานครับ ก็เป็นประเด็นที่สำคัญของชาติ เช่นเดียวกันก็อยากจะขอให้พิจารณาบรรจุไว้ในร่างรัฐธรรมนูญคือ เราจัดไปอย่างนี้ละครับ เสนอเป็นประเด็นว่าอย่างนี้นะครับ จัดให้มีระบบและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้ และที่ดิน สัตว์ป่าและความหลากหลายทางชีวภาพ ให้มีการสงวน อนุรักษ์ ฟื้นฟู เพื่อให้สามารถเอื้อประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวมของประเทศได้อย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับ การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึง การใช้ประโยชน์และการใช้ทรัพยากรอย่างเท่าเทียม และประชาชนมีส่วนร่วมในการ แก้ปัญหา รวมทั้งส่งเสริม สนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท่านประธานครับ ท่านประธานจะเห็นว่า ข้อเสนอของเราแบบนี้มันเป็นการระบุ บอกให้มีการจัดการอย่างเป็นระบบ ที่ผ่านมาไม่มีครับ ใครใคร่ทำอะไรก็ทำกันไม่เป็นระบบ เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญก็น่าจะมีการชี้ให้เป็นระบบไว้ก่อน แล้วเรื่องราวของกระบวนการ ปฏิรูปขับเคลื่อนด้วยส่วนราชการฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องก็ดำเนินการกันไปเป็นองค์รวม ไม่แยก ไม่แยกส่วนกันทำแบบปัจจุบัน ท่านประธานก็คงจะรับรู้รับทราบว่าเถียงกันไป เถียงกันมา อันนี้ละครับซึ่งลักษณะนี้ผมเชื่อว่ามันไม่มีอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับในอดีตเลย ก็ว่าได้ นี่ละครับถึงเรียกว่าเป็นแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐที่สมควรพิจารณาครับ

ประเด็นต่อไปครับท่านประธาน เป็นประเด็นที่ ๓ เกี่ยวกับทรัพยากร ทางทะเลและชายฝั่ง เวลานี้มีไหมที่จะระบุแม่แบบของการจัดการปัญหาทรัพยากรธรรมชาติ ทางทะเลแล้วก็ทรัพยากรชายฝั่ง ซึ่งปัจจุบันและในอนาคตมีปัญหาอย่างมากครับ มีปัญหาอย่างมากทีเดียวท่านประธาน จึงเห็นสมควรเสนอเรื่องนี้เป็นระบบของชาตินะครับ เป็นระบบของชาติครับว่าควรจะทำ อย่างไร เมื่อเป็นระบบของชาติ กระบวนการบริหารจัดการโดยระบบราชการส่วนที่เกี่ยวข้อง ก็ว่ากันไป แต่ในระบบของชาตินี่ผมก็มีความเห็นว่ามันน่าจะระบุบอกอยู่ในรัฐธรรมนูญด้วย เพื่อให้รัฐบาลและฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้ตระหนักรู้ตระหนักถึงอะไรทำนองนี้ไม่ใช่ละเลย ซึ่งก็คาดว่าจะช่วยแก้ปัญหาได้อย่างดีครับท่านประธาน ก็ขอเสนอให้บรรจุไว้อย่างนี้นะครับ ทรัพยากรทางทะเลเป็นสมบัติของชาติ ประชาชนชาวไทยมีสิทธิในการใช้ประโยชน์ อย่างยั่งยืนและมีหน้าที่ดูแล ฟื้นฟูให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์เพื่อคนรุ่นต่อไป ประชาชน ต้องมีสิทธิในการเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติอย่างเสมอภาคและเคารพสิทธิของผู้อื่น ในการใช้ประโยชน์อย่างเป็นธรรม หน่วยงานภาครัฐต้องมีโครงสร้างที่ชัดเจน เป็นเอกเทศ และไม่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น ภาคประชาชนมีบทบาท หน้าที่ในการควบคุม ตรวจสอบ ชี้วัด ติดตามประเมินผลการอนุรักษ์ การใช้ประโยชน์ การพัฒนา และการฟื้นฟูทรัพยากร ทางทะเลและพื้นที่อนุรักษ์ทางทะเลอย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม ยาวไปหน่อยก็ไม่เป็นไร นะครับ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญก็ไปพิจารณาตัดทอนได้ ก็ขออยากจะฝากให้ พิจารณาหน่อยนะครับ

ต่อไปครับ ท่านประธานครับ ประเด็นที่ ๔ ก็เป็นประเด็นสำคัญ ซึ่งปัจจุบัน กล่าวว่า ไม่มีนโยบายระดับประเทศที่บูรณาการในเรื่องนี้ไว้เลยนะครับ ก็เห็นสมควรที่จะให้ ระบุบอกตรงนี้ละครับว่า รัฐต้องดำเนินการตามแนวนโยบายด้านการตั้งถิ่นฐาน การผังเมือง และการใช้พื้นที่ทุกระดับ โดยจัดให้มีการวางแผนและวางผังการพัฒนาชนบท ชุมชนเมือง จังหวัด ภาค เพื่อกำหนดแนวทางการใช้ประโยชน์ที่ดินให้ประสานกับการพัฒนาระบบ สาธารณูปโภคสาธารณูปการ การคมนาคมขนส่ง อันอำนวยประโยชน์ต่อชาติต่อประชาชน ด้านที่อยู่อาศัยและการประกอบอาชีพ ทั้งด้านเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม โดยคำนึงถึง เศรษฐกิจ สังคม การศึกษา คุณภาพชีวิต และผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน นี่ละครับ เรารู้กันอยู่ตลอดเวลานะครับ ผังเมือง ผังเมืองนะครับ ไม่มีประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนเลย หน่วยราชการก็ดูแลผังเมือง ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งอยู่ในกรมหนึ่งของกระทรวงมหาดไทย แล้วมันจะไปอย่างไรกันรอดครับ ไปไม่รอดครับ เอาละ เราจะต้องปฏิรูประบบนี้มันเป็นงานที่พวกเรากำลังคิดปฏิรูประบบ จะจัดการเรื่องนี้อย่างไร มีอนุกรรมาธิการเกี่ยวกับการจะคิดเรื่องนี้โดยเฉพาะ ปฏิรูปนะครับ ขับเคลื่อนเพื่ออนาคต เพราะฉะนั้นแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐด้านนี้ก็อยากจะนำเสนอว่า สมควรคิดระบุไว้นะครับ เพราะที่ผ่านมามันมีนิดเดียว มีนิดเดียวจริง ๆ แล้วดูไม่ออกว่า ในรัฐธรรมนูญที่เขียนไว้นิดมันคืออะไร

ประเด็นที่ ๕ นะครับ เป็นประเด็นสำคัญเกี่ยวกับระบบคุณภาพสิ่งแวดล้อม เวลานี้เราพูดแต่เรื่องราวของการจัดการเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่ไม่รู้อะไร ไม่รู้จริง ๆ ครับ เพราะฉะนั้นในคราวนี้กรรมาธิการของเราจะคิดหนทาง กลไกในกระบวนการจัดการระบบ คุณภาพสิ่งแวดล้อมที่มีความชัดเจนนะครับ อันนี้เมื่อมันเป็นเช่นนั้นแล้ว ในเรื่องราว ของรัฐธรรมนูญ แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ผมก็มีความเห็นว่าจำเป็นครับ จำเป็นจะต้องระบุบอก เอาละ เนื้อหาที่จะเสนอคืออย่างไร เสนอไปอย่างนี้นะครับว่า รัฐต้องจัดให้มีระบบ ระเบียบ กฎหมาย และแผนการจัดการที่ดีกับปัญหาสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ มลพิษ วัตถุอันตรายและขยะเพื่อฟื้นฟู คุ้มครอง ป้องกัน รักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย สวัสดิภาพ และคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืนโดยการมีส่วนร่วมครับ ผมนำเรียนตอนต้นว่าทุกเรื่องทุกราวทั้งหมดมันถึงเวลาแล้วต้องมีการทำแบบการมีส่วนร่วม ของทุกฝ่าย ไม่ใช่รัฐทำฝ่ายเดียว รัฐทำฝ่ายเดียวไม่สำเร็จหรอกครับ การมีส่วนร่วม ของทุกฝ่ายจะว่าอย่างไร เดี๋ยวก็จะมีเข้าสู่ประเด็นที่ ๖ ละครับ

ประเด็นที่ ๖ เป็นการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แบบต้องมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายนะครับ อันนี้จะเป็นความจริงได้ก็เห็นสมควรต้องจารึกไว้ อยู่ในรัฐธรรมนูญด้วย เอาละครับขอเสนอว่าอย่างนี้ เสนอไปให้พิจารณาอย่างนี้ละครับว่า ทรัพยากรธรรมชาติเป็นทรัพย์ของแผ่นดิน รัฐต้องกระจายอำนาจการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมสู่ชุมชนท้องถิ่น พร้อมทั้งจัดให้มีกลไกเพื่อผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อน ด้วยการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ อาทิ ภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาชน ภาคเอกชน ภาคประชาสังคมและสื่อมวลชน เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการ การเข้าถึง การใช้ประโยชน์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มีประสิทธิภาพ มีระบบการติดตาม ตรวจสอบ เพื่อให้เกิดธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม ด้วยกลไกที่สอดคล้องและเหมาะสมกับสภาพภูมิสังคม และวิถีวัฒนธรรม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมในการเข้าถึง และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติของแผ่นดินอย่างยั่งยืน ท่านประธานครับ เรื่องนี้ก็มีการที่คิดระบุบอกอยู่เสมอเวลานี้ ทรัพยากรธรรมชาติในปัจจุบันเอื้อให้กับ ผู้มีอำนาจและผู้มีทุนใช่ไหมครับ อันนี้เป็นเรื่องสำคัญเลย ถ้าเรามีกระบวนการจัดการ มีส่วนร่วมของทุกฝ่ายจะได้ดูแลกันได้ ดูแลกันเอง อันนี้ละครับ ก็ด้วยเหตุด้วยผลแบบนี้ ก็จึงขอนำเสนอว่ามันจำเป็นต้องมี เวลานี้ยังไม่มีกลไกอันนี้ละครับ กลไกอันนี้ไม่มี ผมเอง ทำราชการก็พูดกันอยู่เสมอ ทำงานต้องมีส่วนร่วม ส่วนร่วมนะ ส่วนร่วมเป็นอย่างไร ไม่มีกลไกครับ เพราะฉะนั้นอันนี้คณะของผมจะคิดกลไกบริหารจัดการเรื่องนี้จะทำอย่างไร ต้องการกลไก กลไกมีระเบียบแบบแผน มีกฎหมาย มีอะไรจะต้องคิดมาให้รอบคอบนะครับ

ประเด็นที่ ๗ คณะกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม เห็นสมควรกำหนดเรื่องนี้ไว้อยู่ในรัฐธรรมนูญว่า เกี่ยวกับเรื่องราวของการวิเคราะห์ ผลกระทบต่าง ๆ ที่เวลานี้มีปัญหานะครับ เราเห็นสมควรให้ระบุไว้อย่างนี้นะครับว่า เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน การดำเนินการของรัฐในการจัดทำแผนพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ และสังคม หรือการจัดการทำโครงการพัฒนาใด ๆ ระดับชาติ จะต้องมีการศึกษาและ ทำรายงานการประเมินสิ่งแวดล้อมทางยุทธศาสตร์เอสอีเอ (SEA) ครับ เพื่อประกอบ การพิจารณาความเป็นไปได้ทางด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐศาสตร์ สังคมและวิศวกรรม ภายใต้ กระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง พูดก็พูดเถอะครับท่านประธาน เรื่องนี้มันมีเหตุการณ์เป็นที่ประจักษ์ชัดว่าการทำโครงการของรัฐก็ไม่ค่อยสนใจเท่าไร

ประเด็นสุดท้าย เพราะเวลาของผมก็รู้สึกว่าจะถึงแล้ว ประเด็นสุดท้าย เป็นประเด็นที่ ๘ ประเด็นที่ ๘ เป็นประเด็นสุดท้ายที่คณะกรรมาธิการปฏิรูป ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมเสนอให้กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้พิจารณาดูว่า ควรหรือไม่ควรเป็นประการใด ขอเสนออย่างนี้นะครับว่าให้มีการจัดตั้งศาลสิ่งแวดล้อม เพื่ออำนวยความยุติธรรม เป็นกลไกในการทำหน้าที่ขจัดปัญหาความขัดแย้งด้านการจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน พวกเรา เห็นพ้องต้องกันนะครับ เวลานี้เรื่องราวข้อพิพาทหรือข้อถกเถียงภายในสังคมเกี่ยวกับ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมันมีมากมายเหลือเกิน แล้วผู้คนก็มีความเดือดร้อน สังคมมีความขัดแย้ง มันไม่มีกระบวนการหรือกลไกที่จะจัดการปัญหานี้ได้เลย ก็เห็นสมควร ว่าควรจะมีพิจารณาจัดตั้งศาลสิ่งแวดล้อมเพื่ออำนวยความยุติธรรมเกี่ยวกับเรื่องนี้นะครับ แก้ไขปัญหาความขัดแย้งของสังคม ท่านประธานครับ อันนี้ก็คือสาระสำคัญ ๆ ของ คณะกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนะครับ ขอขอบพระคุณครับ