สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๑๐ · ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๗

วัลลภ พริ้งพงษ์ หารือเรื่องการจัดระบบภาษีของชาติและภาษีท้องถิ่น โดยเสนอแนวทางเพิ่มรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะการพัฒนาประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีและนำภาษีประเภทใหม่มาใช้ เพื่อลดการพึ่งเงินอุดหนุนจากรัฐบาล

นายวัลลภ พริ้งพงษ์

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาตินะครับ กระผม นายวัลลภ พริ้งพงษ์ สปช. ลำดับที่ ๑๘๑ นะครับ ต้องขอขอบคุณ ทางคณะกรรมาธิการปฏิรูปการคลัง การงบประมาณและภาษีอากร ท่านสมชายที่ได้กรุณา นำเสนอในเรื่องขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งที่ผมจะนำเสนอนี้เป็นประเด็นที่ ๕ ที่เสนอในร่างรัฐธรรมนูญ ในหน้า ๑๓๘ และข้อ ๖ หน้า ๓ จากเอกสารที่นำเสนอนะครับ ประเด็นที่ทางกรรมาธิการเสนอก็เป็นเรื่องของการจัดระบบภาษีว่ามีระบบภาษีของชาติ และระบบภาษีของท้องถิ่น โดยในส่วนของภาษีท้องถิ่นก็กำหนดให้มีรายได้พอสมควร แก่การใช้จ่ายของท้องถิ่น แล้วก็ให้มีการตรวจสอบจากภาคประชาชนแล้วก็มีการใช้เงิน อย่างมีประสิทธิภาพ ในประเด็นนี้ที่ผมจะนำเสนอ ก็คือในเรื่องของตัวรายได้ของภาษีท้องถิ่น ที่มีการจัดเก็บในปัจจุบันนะครับ อยากจะกราบเรียนว่าในส่วนขององค์กรท้องถิ่น ตามกฎหมายที่กำหนดให้องค์กรท้องถิ่นจัดเก็บเป็นรายได้ของตนเอง ขณะนี้ก็จะมีอยู่ ไม่กี่ประเภทนะครับ จะมีภาษีโรงเรือน ที่ดิน มีภาษีบำรุงท้องที่ ภาษีป้าย และอากรฆ่าสัตว์ ภาษีน้ำมัน ภาษียาสูบ ส่วนที่เหลือที่องค์กรท้องถิ่นจัดเก็บซึ่งไม่ใช่ภาษีก็จะเป็นเรื่องของ ค่าธรรมเนียม ใบอนุญาต และรายได้อื่น ๆ ที่จะขอกราบเรียนต่อไปคือเรื่องของสัดส่วน ในสัดส่วนของเงินภาษีหรือว่าเงินรายได้ซึ่งองค์กรท้องถิ่นจัดเก็บเอง ผมขออนุญาตเทียบเคียง จากตัวงบประมาณตาม พ.ร.บ. แผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจนะครับ ขอเทียบเคียง เพียงแค่ ๒ ปี ก็คือในปี ๒๕๔๕ เมื่อ ๑๓ ปีที่แล้ว ในส่วนที่องค์กรท้องถิ่นจัดเก็บเองนี่นะครับ อยู่ที่ประมาณ ๑๑.๙ เปอร์เซ็นต์ มาถึงปีปัจจุบัน ขออนุญาตเป็นปีปัจจุบันคือปี ๒๕๕๘ ในปี ๒๕๕๘ นี้ในส่วนที่องค์กรท้องถิ่นจัดเก็บเองก็อยู่ในสัดส่วนประมาณ ๙.๕๑ เปอร์เซ็นต์ โดยสรุปแล้วในภาพรวมของเงินรายได้ซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดเก็บเอง จะอยู่ที่ประมาณ ๑๑.๙ เปอร์เซ็นต์ ใน ๑๐ ปีผ่านมาก็อยู่ที่ประมาณ ๙.๕๑ เปอร์เซ็นต์ โดยเฉลี่ยก็อยู่ที่ประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ โดยสรุปให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือว่า ในทุก ๑๐๐ บาทที่ใช้ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประมาณ ๑๐ บาทที่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นเป็นคนจัดเก็บเองจากภาษีที่กำหนดแล้วก็รายได้อื่น ๆ นะครับ อีกประมาณ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ จะเป็นเงินภาษีที่รัฐบาลแบ่งให้ แล้วก็ให้เพิ่มเติมให้อยู่ที่ประมาณ ๕๐ บาท อีกประมาณ ๔๐ บาท ก็จะเป็นเงินอุดหนุนซึ่งปรากฏตาม พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายนะครับ ซึ่งในส่วนของ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ก็ดีใจที่ทางท่านสมชัยได้กรุณาในส่วนนี้ที่จะจัดให้เพิ่มขึ้นมา นะครับ ให้เพียงพอต่อการพัฒนานะครับ เพื่อเป็นข้อมูลผมอยากให้เห็นในเรื่องนี้ เป็นรูปธรรมนะครับ ก็อยากจะเสนอว่าในส่วนของการที่จะให้เงินรายได้ของท้องถิ่น ซึ่งเป็นภาษีในส่วนที่เขาจัดเก็บเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาและมีความชัดเจน อยากจะเสนอ เป็นแนวทางสัก ๒-๓ แนวทางนะครับ คือ

แนวทางแรก ขณะนี้ในเรื่องของการพัฒนาประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษี ทุกประเภท ทางกระทรวงมหาดไทยแล้วก็ทางผู้ว่าราชการจังหวัดได้กำกับดูแล โดยเฉพาะ ในเรื่องของการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้นะครับ เรื่องของการมีพระราชบัญญัติแผนที่ภาษี นะครับ

อันที่ ๒ ในเรื่องของการปรับปรุงรูปแบบการจัดเก็บ ก็เป็นสิ่งที่น่าดีใจว่า ขณะนี้มีร่าง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งในตัวนี้ได้มีการดำเนินการ แล้วก็ผ่านสภา แล้วก็เอาไปใช้แทนภาษีโรงเรือน ที่ดิน แล้วก็ภาษีบำรุงท้องที่เพื่อที่จะทำให้ในเรื่องของ รายได้ภาษีในส่วนที่ท้องถิ่นจัดเก็บเองเพิ่มมากขึ้นนะครับ

สำหรับในส่วนที่ ๓ ที่จะขอฝากท่านประธานไปยังท่านประธานกรรมาธิการ นะครับ ก็คือเรื่องของฐานภาษีหรือว่าภาษีประเภทใหม่ ๆ ที่จะนำเสนอจะมี ๒-๓ ประเด็น ก็คือ

ภาษีประเภทแรก ก็คือภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีเงินได้นิติบุคคลจริง ๆ แล้ว เป็นนิติบุคคลหรือสถานประกอบการที่ดำเนินการอยู่ในพื้นที่นะครับ ซึ่งในส่วนนี้ก็ได้มีการใช้ ทรัพยากรหรือการให้บริการต่าง ๆ ของพื้นที่ แต่เรื่องของภาษีตัวนี้เวลาเก็บแล้วก็กลับเข้ามา ในส่วนของส่วนกลางนะครับ อันนี้ก็อาจจะมีกระบวนการในเรื่องของการที่จะจัดในเรื่องของ หลักเกณฑ์ในการที่จะจัดสรรให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนะครับ อันนี้ก็ขอฝาก ท่านประธานไปนะครับ

ประเด็นที่ ๒ ในเรื่องของผู้ประกอบการที่มีสถานประกอบการหลาย ๆ แห่ง นะครับ ผู้ประกอบการสามารถยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มและชำระภาษี ณ สรรพากรพื้นที่ที่ตั้งหรือว่าสรรพากรที่ส่วนกลางนะครับ อันนี้จริง ๆ แล้วอยากให้ทาง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้มีภาษีในตัวนี้นะครับ เพราะว่าถ้าเกิดชำระในเขตพื้นที่ เนื่องจากว่าการให้บริการต่าง ๆ ก็เป็นการให้บริการในพื้นที่นะครับ อันนี้ก็เป็นประเด็นที่ ๒ ที่ขอฝากไปนะครับ

อันที่ ๓ เป็นเรื่องของการขยายฐานประเภทภาษีต่าง ๆ นะครับ ซึ่งทุกวันนี้ หน่วยงานต่าง ๆ ก็ไปใช้บริการในเขตพื้นที่นะครับ โดยเฉพาะเมื่อไปดำเนินการแล้วก็มี การทำให้เกิดมลภาวะต่าง ๆ ซึ่งในตัวนี้ก็อยากจะกราบเรียนว่าลักษณะนี้อาจจะเป็นภาษีเพิ่ม ขึ้นมาในเรื่องของภาษีสิ่งแวดล้อม หรือว่าในกรณีของการใช้พื้นที่ในเชิงพื้นที่เศรษฐกิจทำให้ เกิดมลภาวะขึ้นมานะครับ ในส่วนนี้ก็ขอฝากไปว่าถ้าจะมีภาษีในลักษณะนี้นะครับ แล้วก็ให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นคนจัดเก็บก็จะทำให้รายได้ในส่วนที่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นจัดเก็บเองมีสูงขึ้นนะครับ ทั้งนี้ก็จะไม่ต้องมาพึ่งพาในเรื่องของเงินอุดหนุน จากรัฐบาลอีกต่อไปนะครับ ก็คงจะขอกราบเรียนฝากท่านประธานนะครับ ขอบคุณมากครับ