รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๔ เมษายน ๒๕๕๖

ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตรา 237 เกี่ยวกับการยุบพรรคการเมือง และมาตรา 68 และมาตรา 190 เอฟทีเอ ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นหลังการปฏิวัติของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และเรียกร้องให้แก้ไขปัญหาเหล่านี้เพื่อให้การดำเนินงานของรัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ มีประสิทธิภาพและไม่เกิดช่องว่างในการดำเนินการ นอกจากนี้ยังแสดงความไม่เห็นด้วยกับการแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภา และเรียกร้องให้ประชาชนเข้าร่วมเลือกตั้งเพื่อเลือกสมาชิกวุฒิสภา

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุรินทร์

ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยเวลาจำกัดจริง ๆ ก็จะเอากันแบบย่อ ๆ วันนี้เราต้องยอมรับกันแล้วละครับว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ๓๐๙ มาตรา หลาย ๆ หมวด มันมีปัญหา มันมีปัญหามาเป็นระยะเวลาอันยาวนานตั้งแต่เริ่มเขียนและนำมาใช้ และวันนี้ ก็หยิบยกมา ๓ ร่างเพื่อที่จะนำมาแก้ไข อย่างเห็นได้ชัดเจนเมื่อสักครู่นี้ มาตรา ๒๓๗ ว่าด้วย เรื่องของการยุบพรรค ถ้ามาตรานี้ไม่เขียนไว้เมื่อสักครู่นี้ไม่เถียงกันเป็นชั่วโมงหรอกครับ พรรคที่โดนยุบกับพรรคที่ไม่โดยยุบ เห็นไหมครับ เห็นชัด แต่ใครจะผิดจะถูกผมไม่สามารถ ที่จะไปพูดในรายละเอียดลงได้ แต่ศาลรัฐธรรมนูญได้ชี้ชัดลงไปแล้วให้พรรคพลังประชาชน โดนยุบ ให้พรรคไทยรักไทยโดนยุบ ให้พรรคมัชฌิมาประชาธิปไตยโดนยุบ ให้พรรคชาติไทย โดนยุบ ก็เลยเป็นที่มาว่านี่คือปัญหา แล้วถามว่าวันนี้ต้องแก้ไหม ต้องแก้ เพราะการยุบพรรค ถ้าจะยุบกันจริงมันง่าย เพราะให้อำนาจองค์กรอิสระ ๒ องค์กร องค์กรแรกก็คือ กกต. นำเรียนเสนอเชื่อได้ว่า เชื่อว่าได้ว่านี่ท่านประธานครับ ไปหากรรมการสักคนหนึ่ง ในสมัยก่อนพรรคไทยรักไทยกรรมการเป็น ๑๐๐ คน พอมาพรรคพลังประชาชนกรรมการ ก็ ๕๐-๖๐ คน ก็เดินตามตรวจตามเช็ก (Check) หาเรื่องสักคนหนึ่ง สมมุติว่าจะเอากันจริง ๆ ท้ายที่สุด กกต. ก็นำเรียนเสนอ เรียนเสนอศาลรัฐธรรมนูญลงดาบปั๊บฟันธงทันทีเลยครับ น็อคเหมือนที่เกิดมาแล้ว แล้วมันก็ถามว่ากระทบไหมวันนี้ กระทบ หลายคนก็มาบอกว่าการ แก้ไขรัฐธรรมนูญวันนี้ ๓ ร่างไม่กระทบกับประชาชน อันนี้โกหกกลางสภาครับ รัฐธรรมนูญ ๓๐๙ มาตรา ทุกตัวอักษรมีส่วนเชื่อมโยงกับประชาชนทั้งหมด เพราะประเทศนี้ปกครอง โดยระบบนิติรัฐ มีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ ทุกอย่าง มันเชื่อมโยงมาทั้งหมด ฉะนั้นมาตรา ๒๓๗ ท่านประธานครับ วันนี้ไม่แก้บ้านเมืองเดินไป ไม่ได้หรอกครับ ระบบการเมืองอ่อนแอต้องให้ความเป็นธรรมที่สุด ยกเลิกกระบวนการ การยุบพรรค แต่จะลงโทษกรรมการผมเห็นด้วย แต่กรรมการอย่าเชื่อได้ว่าครับ ต้องจับผิดให้เห็น ต้องให้ได้คาหนังคาเขาว่าเขาผิดจริง เชื่อไม่ได้ว่านี่มันเป็นความรู้สึกตามหลักคิดครับ

เอาละครับผมไปไว ๆ มาดูมาตรา ๖๘ อันนี้ไม่ต้องพูดถึงท่านประธานก็เห็นแล้ว ปัญหาจากมาตรา ๖๘ เกิดขึ้นจนชุลมุนวุ่นวายทั้งสภาทั้งนอกสภา ท้ายที่สุดก็ไปศาลรัฐธรรมนูญ ก็กลายเป็นเรื่องพิพาทระหว่างอำนาจในระบอบประชาธิปไตย ๓ ฝ่าย คืออำนาจบริหาร อำนาจตุลาการ และอำนาจนิติบัญญัติ ใครคือเจ้าของอำนาจที่แท้จริงกันแน่ แล้วมาก้าวก่าย ซึ่งกันและกัน อำนาจตุลาการบอกว่าอำนาจนิติบัญญัติจะเดินไปต่อ วันนี้ก็มาแก้ให้เสร็จเสีย มันจะได้คานกันถูกต้อง ผู้เป็นประมุขอำนาจตุลาการจะได้ทำงานอย่างไร เดินหน้าอย่างไร อำนาจตุลาการเดินหน้าอย่างไร ทำงานอย่างไร อำนาจบริหารเดินหน้าอย่างไร ตรงนี้ หลายคนออกมาพูดชัดเจนเลยครับ ผมคงจะไม่พูดลึกไปมากเพราะว่าเวลามันเหลือน้อย จริง ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ

ต่อไปมาดูเรื่องของมาตรา ๑๙๐ เอฟทีเอ อันนี้เรื่องไม่เป็นเรื่องครับบางครั้ง แต่เพราะวันนั้นปฏิวัติคนชื่อ พันตำรวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร ก็เลยคิดมาก คิดจนกระทั่งว่าไม่รู้จะทำอะไร เอาหมดทุกอย่างที่คิดว่าทักษิณจะทำ ที่คิดว่าทักษิณจะโดน อำนวยความสะดวก ก็เลยมาเขียนทำให้วันนี้หลายเรื่องที่เราไปเจรจาความทางการค้า ท่านประธานเห็นไหมเกิดช่องว่างเขารู้ก่อนล่วงหน้าเสียโอกาส เสียโอกาสไม่พอบางครั้งก็โดน เขากินรวบเสียด้วยซ้ำไป ปัญหาเรื่องนี้วันนี้ต้องเอามาแก้ไข นี่ผมเห็นหลายเรื่องเหมือนกับ ที่ไซเตสอะไรนี่ เมื่อสักครู่นี้ถ้าจะจัดการอบรมเตรียมการต้อนรับให้มันรวดเร็วกว่านี้ ท้ายที่สุดก็เสียโอกาสไปเฉย ๆ

ท่านประธานที่เคารพครับ มามาตราสุดท้ายที่เขียนไว้คือในเรื่องของวุฒิสมาชิก จริง ๆ ผมไม่อยากไปยุ่งก้าวก่ายเขาหรอกครับท่านประธาน แต่ผมบอกท่านประธานไว้ตั้งแต่ เบื้องต้นแล้วว่าทุกมาตราในอณูของรัฐธรรมนูญมันเกี่ยวพันเชื่อมโยงกับพี่น้องประชาชน คนไทยทั้งหมด ถามว่าวันนี้ผมไม่รู้ด้วยหรอกครับว่าใครจะได้ประโยชน์ ใครจะเสียประโยชน์ แต่ผมไม่เห็นด้วยมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ตั้งแต่เขาเขียนรัฐธรรมนูญว่าในสภาแห่งนี้คนหนึ่งมาจาก การแต่งตั้งของคน ๗ คน คนหนึ่ง ยกตัวอย่างจังหวัดสุรินทร์ คุณหมออนันต์อันเป็นที่รัก เคารพของผม แล้วผมยืนยันเลยว่าคุณหมออนันต์ไม่ใช่คนของพรรคเพื่อไทย คุณหมออนันต์ บางครั้งยังคิดอคติกับพรรคเพื่อไทยเลย แต่ไม่เป็นไร ทางการเมืองรักกันได้ด้วยเหตุด้วยผล ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน รักกันจริง ๆ แต่หาเสียง ๑๗ อำเภอเดินกันจนขานี่เปื่อย ภรรยาท่าน ตัวดำอยู่แล้วดำเข้าไปอีกครับท่านประธาน แล้วได้เป็นวันนี้ ประเภท ๗ คนนี่ใครจะมาอ้างว่า รู้จัก ไม่รู้จัก แล้วทำไมไม่แต่งตั้งคนสุรินทร์บ้างล่ะครับ เมื่อสักครู่นี้ที่ออกไป ๒-๓ คนจะโดน คดีถูกหรือผิดไม่รู้ แต่อย่างน้อยพิสูจน์ให้เห็นเลยว่า ส.ว. มาจากสรรหาก็โดนออกโดยผิดกติกา ทั้งโดนกฎหมายอาญา ทั้งโดนแกล้ง ไม่รู้บ้าง แล้วก็แต่งตั้งมา ๒ คน ท่านประธานเห็นไหมครับ แล้วทำไมคนสุรินทร์ คนอุบลราชธานีไม่แต่งตั้งมาบ้างล่ะ ตาสีตาสา ยายมียายมาตัวแทน คนขอทานทำไมไม่มีล่ะ แล้วมาอ้างความชอบธรรม ลงมาเลือกตั้งสิครับ ไม่อายเขาหรือครับ รับเงินเดือนเท่าเขา เครื่องราชอิสริยาภรณ์เท่าเขา ไปนั่งใกล้เขา ท่านประธานเชื่อไหม ผมเป็นผู้แทนราษฎรสมัยแรกได้คะแนนมา ๑๐,๐๐๐ กว่าคะแนน ผมอายเขา เพราะผมได้คะแนนน้อย ต้องนั่งเหลือบ ๆ แอบ ๆ จนกระทั่งไปหาเสียงเที่ยวนี้มา ๔๐,๐๐๐ กว่าคะแนนเสียงดังครับ เสียงดังเพราะว่าตัวเองมีเกียรติยศทั้ง ๆ ที่เที่ยวนั้นก็เลือกตั้งปี ๒๕๔๔ แต่ผมได้ ๑๐,๐๐๐ กว่าคะแนน ผมอายหลายคน บางคนเขา ๑๐๐,๐๐๐ กว่าคะแนนนะครับ ไปกินข้าวในโรงอาหารนี่ ผมอายเขาครับ วันนี้มา ๗ คนจะมาถอดถอนเขาอีก แล้วบอกว่าจะถอดถอนองค์กรอิสระถอดถอนเขาได้อย่างไร เขาแต่งตั้งคุณมาเอง กว่าคุณจะได้แต่งตั้งบางคนเดินบันไดเขาเรียกว่าไม่แห้ง ท่านประธานที่เคารพ แล้วสิ่งหนึ่งที่ผมมองว่านี่ผมแปลตามพจนานุกรมมาเขาบอกสมาชิกวุฒิสภาเป็นผู้ใหญ่ เป็นผู้ที่มีภูมิรู้ ที่มาจากเลือกตั้ง ๗๐ กว่าคน มาจากสรรหาที่เหลือ ผมรู้จักอยู่ ๑๐ กว่าคน ท่านประธาน ๑๐ กว่าคน ที่ผมรู้จักคือตอนเช้าผมรู้ว่าคิดเหมือนกันกับผม คือคิดถึงทักษิณ ชินวัตร กับยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แต่ที่ผมคิดถึงคือคิดถึงว่ายิ่งลักษณ์ทำงานอย่างไร วันนี้เธอจะแก้ปัญหาอะไร เธอจะทำอะไร ให้กับประเทศ อีก ๑๐ คนนี้คิดว่ากูมาถึงสภาจะด่าทักษิณกับยิ่งลักษณ์เรื่องอะไรครับ ด่าเช้าไม่พอ ด่าเที่ยง ด่าเที่ยงไม่พอไปออกทีวีกลางคืนอีกครับ เสนอหน้ากันมาไม่รู้อะไร นี่หรือครับสภาที่ปรึกษา นี่หรือครับสภากลั่นกรอง นี่หรือครับ แต่ไม่ใช่ทั้งหมดครับ ผมไม่ได้ว่า ส.ว. สรรหา ทั้งสภา ผมบอกแล้วว่า ๑๐ กว่าคน แต่ผมไม่ออกชื่อหรอกครับว่าเป็นใคร วันนี้ท่านลงไปเลือกตั้ง เถอะครับ จังหวัดสุรินทร์ผมท่านไปลงทะเบียนไว้ก่อนก็ได้เขาเพิ่มจาก ๑ เป็น ๓ ครับ ถ้าใช้ หลักสูตร ๓๐๐,๐๐๐ ครับ กรุงเทพมหานครจาก ๑ เป็น ๑๘ ลองยกมือไหว้ตาสีตาสา ยายมียายมาบ้างสิครับ แล้วคุณจะรู้ว่าประชาชนเขารู้จริง บางคนก็ดูถูกประชาชน วันนี้ดูถูก พวกผมบางคนว่าสภาทาส สภาคู่สมรส แล้วพวกคุณไม่ยิ่งกว่ามหาทาสหรือครับ วัน ๆ ไปนั่ง กว่า ๗ คน คน ๗ คนเองครับ แต่พวกผมเอาแต่ผู้แทนราษฎร ๑๗๐,๐๐๐ แล้ว มันเหนื่อย ผมอยากให้คุณเห็นบ้างอย่ามาอ้างกันเถอะครับ ต้องยอมรับกติกาว่าคนหนึ่งเขามาจากการเลือกตั้ง แล้วมีอยู่ครั้งหนึ่ง ขออภัยครับที่เอ่ยนาม ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ นี่ผมเคารพนับถือกัน ไม่ได้เสียหาย ท่านมาจากผู้แทนราษฎร ๗ คนมาถอดถอนกันในสภานี้เลยครับ ไปถอดถอน เขาได้อย่างไรเขามาจากคนเป็น ๑๐๐,๐๐๐ คน คุณมาจาก ๗ คนแล้วจะไปอภิปรายถอดถอนเขา มันไม่ใช่องค์กรข้างนอก ถ้าองค์กรข้างนอกผมรับได้ ฉะนั้นท่านที่เคารพครับ ท่านกลับไปครับ เที่ยวหน้าผมมาช่วยปราศรัยให้ก็ได้ครับ ถ้าคิดว่าลำบากแล้วจะสอนเทคนิคการหาเสียง ให้ก็ได้ครับ ผมก็ขอฝากไว้ครับเพื่อความเป็นประชาธิปไตยของบ้านเมือง ไม่อยากรบกวนเวลา ด้วยความจำกัดจริง ๆ ท่านประธานครับ

ท้ายที่สุด ก็อยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานว่าวันนี้กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมไม่ได้เถียงนะครับท่านประธานว่าไม่ดี หลายมาตรามันดี แต่หลายมาตรามันยังมีปัญหามากมาย ท่านประธานที่เคารพครับ แล้วโดยเฉพาะเราไปเขียนให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ พอศาลรัฐธรรมนูญ ตีความมาไม่รู้กี่มาตรา พอมีปัญหาก็ให้ศาลรัฐธรรมนูญ แล้วประธานศาลรัฐธรรมนูญ ไปคุยเมื่อสักครู่นี้มันเป็นอย่างไร ท่านบอกว่าบางเรื่องไม่ต้องอาศัยยึดศาลรัฐธรรมนูญโยง ข้อกฎหมายหรอกครับ บ้านเมืองกำลังมีปัญหา พรรคพวกนี้หายใจเสียงดังยาว ๆ ก็เลยยุบพรรค เสียก่อนเพื่อให้บ้านเมืองเดินไปได้ ฉะนั้นผมจึงบอกว่าวันนี้เราต้องแก้เอาความจริงมาพูดกัน เถอะครับ เอาหลักคิดที่มีกันมาพูดไม่ใช่วันหนึ่งนั่งที่หนึ่งอยากแก้เรื่องหนึ่ง วันหนึ่งมานั่งที่หนึ่ง คิดอีกแบบหนึ่ง อย่างนี้บ้านเมืองมันเดินไปไม่ได้หรอกครับ เห็นแก่อนาคตของวันข้างหน้า กับลูกกับหลาน เห็นแก่กระบวนการประชาธิปไตยอันไหนที่แก้ได้เพื่อให้เป็นประชาธิปไตย ก็แก้ไปเถอะครับ อันไหนที่มีความจำเป็นเราเอาไว้ แล้วบอกความจริงกับประชาชนเขาครับ อย่ามาใส่ร้ายกัน ก็ขอกราบขอบพระคุณครับท่านประธาน