รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๔ เมษายน ๒๕๕๖

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ หารือเรื่องการแก้ไขมาตรา 68 รัฐธรรมนูญ โดยเรียกร้องให้แก้ไขตามร่างที่เสนอสาระ ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงยังคงเดิม เพื่อให้สิทธิของประชาชนในการยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้อย่างเท่าเทียมกัน และไม่ทำให้ผู้ถูกกล่าวหาไม่มีสิทธิในการชี้แจงต่อสู้ในชั้นอัยการ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

ท่านประธาน ที่เคารพครับ มาตรา ๖๘ ที่กำลังมีเพื่อนสมาชิกยื่นแก้ไขนี่ พอมีการยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๒๙๑ ซึ่งเขาเปิดว่าถ้ายื่นแก้รัฐธรรมนูญก็แก้ไขมาตรานี้เข้าไปดำเนินการได้ คนที่มีบทบาทอยู่ในองค์กรตุลาการที่เป็นองค์กรอิสระก็ตาม หลายต่อหลายท่านก็ตามก็พูด ตรงกันว่าถ้าแก้อย่างนั้นก็แก้กันตามช่องนี้ละครับ ปรากฏว่าพอสภาชุดนี้เดินหน้าแก้ไขมีคน ไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งยื่นผ่านอัยการสูงสุดแล้วก็มีพี่น้องกลุ่มหนึ่งละครับไปยื่นโดยตรงต่อ ศาลรัฐธรรมนูญ ปรากฏว่าศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องไปพิจารณาเข้า แล้วหลังจากนั้นก็มีคำวินิจฉัย มีข้อแนะนำสร้างความสับสนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ เกิดการเห็นด้วย เห็นต่างขึ้นมากมาย ในที่สุดการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ ซึ่งเป็นกระบวนการปกติ การใช้อำนาจหน้าที่ของ ฝ่ายนิติบัญญัติในการสถาปนากฎหมายเป็นอำนาจโดยชอบ ก็กลายเป็นเรื่องลักลั่น วาระที่สาม คาอยู่ในสภาเวลานี้ เรื่องนี้เลยเป็นประเด็นขึ้นมาอีก นักวิชาการหลายคน ตัวแทนประชาชน หลายท่าน ผู้สังเกตการณ์หลายกลุ่มชี้ตรงกันว่าศาลรัฐธรรมนูญทำเกินอำนาจหน้าที่ เพราะมาตรา ๖๘ นี้ชี้ชัดว่าถ้าผู้ใดพบเห็นการกระทำที่จะเป็นการล้มล้างการปกครองให้ยื่น ผ่านอัยการสูงสุด ท่านประธานครับ ไม่ใช่เท่านั้น จริง ๆ เพื่อนสมาชิกตลอด ๓ วันมาก็พูด หลายคน แต่ผมพูดอีกหนเถอะครับท่านประธาน ว่าถ้าไปดูเจตนารมณ์ของการร่างกฎหมาย ในบันทึกรายงานการประชุม สสร. ครั้งที่ ๒๗/๒๕๕๐ ก็มีคนพูดชัดแล้วไม่มีใครโต้แย้ง ในนั้นนะครับว่าถ้ายื่นตามมาตรานี้ต้องยื่นผ่านอัยการสูงสุด ศาลรัฐธรรมนูญจะอธิบายว่า ถ้ายื่นผ่านอัยการสูงสุดอย่างเดียวเป็นการตัดสิทธิประชาชน มันก็มีมาตราตัวอย่างครับ ว่าถ้าหาก เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญประสงค์จะให้ประชาชนยื่นโดยตรงกับศาลรัฐธรรมนูญแล้วเขาจะ บัญญัติเอาไว้ชัด นั่นก็คือรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๒ บอกว่า บุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิ หรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญนี้รับรองไว้และไม่อาจใช้สิทธิโดยวิธีการอื่นได้แล้วให้มีสิทธิยื่นคำร้อง ต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อมีคำวินิจฉัยว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญได้ นี่เป็นกรณีเทียบเคียงครับว่าถ้าเจตนารมณ์ต้องการให้ยื่นตรงกับศาลรัฐธรรมนูญเขาเขียนชัด ไม่ต้องแปล ไม่ต้องอธิบาย แต่พอมีการตีความกันแบบนี้ก็กลายเป็นปัญหาใหญ่ครับ แล้วทำท่าว่า จะเป็นปัญหาขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่มีคนไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญ ก็รับตรงอีก แล้ววันนี้ก็บอกว่ารับเรื่องไว้ดีแต่ว่าไม่คุ้มครองชั่วคราวได้เดินหน้าโหวตวาระที่หนึ่ง กันวันนี้ครับท่านประธาน ผมจึงเห็นว่าเรื่องนี้มีความจำเป็นที่จะต้องมีการแก้ไข แล้วการแก้ไข ไม่ต้องไปตกอกตกใจเลยนะครับ แก้มาตรานี้ตามร่างที่เสนอสาระไม่เปลี่ยนแปลงยังคงเดิม คือสิทธิของประชาชนหากรับทราบการกระทำดังกล่าวยื่นได้กับอัยการสูงสุด อัยการสูงสุดพิจารณา ถ้าเห็นว่าเข้าข้อกฎหมายยื่นตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาต่อ เห็นไม่เข้าข้อกฎหมาย ก็เป็นอันยกเลิก เพิกถอน ท่านประธานครับ ผมรับฟังไม่ใช่รับฟังข้อสังเกตของเพื่อนสมาชิก บอกว่าถ้าแก้แบบนี้จะเป็นการตัดสิทธิประชาชนผู้มีสิทธิยื่นร้อง ทั้ง ๆ ที่ผมยืนยันว่าไม่ใช่ เพราะเจตนารมณ์เดิมก็ให้สิทธิอยู่แล้ว แล้วแก้ไขแบบนี้ประชาชนต้องมีสิทธิอยู่ เป็นแต่เพียงว่า ถ้าเอาแบบที่ศาลรัฐธรรมนูญตีความมันจะเป็นการตัดสิทธิสำนักงานอัยการสูงสุดไปโดย ปริยายทันที ก็ถ้าบอกว่าให้ยื่นได้ ๒ ทาง ยื่นอัยการสูงสุดได้ด้วย ยื่นศาลได้ด้วย ใครจะไปยื่น อัยการละครับท่านประธาน สำนักงานอัยการสูงสุดก็สิ้นสภาพในทางปฏิบัติ คนก็ไปยื่นตรงกับ ศาลรัฐธรรมนูญหมด ผมไม่ได้เป็นห่วงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญละครับ ท่านเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถท่านทำงานของท่านได้ แต่ผมเป็นห่วงกลไกยุติธรรมที่จะอำนวยความยุติธรรม ให้กับทุกผู้ทุกนามอย่างเท่าเทียม ท่านประธานครับ ในเรื่องนี้มันไม่ได้มีแต่ประชาชนผู้ยื่น แต่ท่านต้องไม่ลืมว่ามันมีผู้ถูกกล่าวหา แล้วข้อกล่าวหาที่ไปยื่นคือบอกว่าล้มล้างการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีองค์พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ก็เท่ากับทำความผิด ฐานกบฏตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๓ ความผิดสูงสุดคือประหารชีวิต ท่านบอกว่า ท่านจะรักษาสิทธิประชาชนผู้ไปยื่น แล้วให้ยื่นตรงศาลเลยไม่ต้องให้อัยการสูงสุดพิจารณา หมายความว่าผู้ถูกกล่าวหาไม่มีสิทธิไปชี้แจงต่อสู้ในชั้นอัยการ พาส (Pass) ชั้นข้ามไปที่ ศาลรัฐธรรมนูญเลย ตกลงผู้ถูกกล่าวหาไม่ใช่ประชาชนหรือครับ เราไม่ต้องปกป้องคุ้มครอง สิทธิในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของเขาหรือครับ แล้วในกฎหมายก็บัญญัติชัดว่า บุคคลจะใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญนี้ไปล้มล้างการปกครองไม่ได้ นั่นก็หมายความว่า คนที่มีสิทธิจะถูกกล่าวหานี้ไม่ใช่แค่พรรคการเมือง ไม่ใช่แค่คนในกลไกรัฐ จะเป็นนายมี นายมา นายกา นายไก่ ก็มีโอกาสถูกร้องได้ แล้วท่านบอกว่าอัยการสูงสุดไม่ต้อง แล้วท่าน บอกว่าศาลรัฐธรรมนูญทำเอง แล้วสิทธิของผู้ถูกกล่าวหาล่ะครับอยู่ตรงไหน คดีแบบนี้ ท่านประธาน ศาลยังไม่ต้องตัดสินหรอกครับ ถูกใครไปยื่นแล้วศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องไว้ ครอบครัว ญาติมิตร วงศ์ตระกูล ก็ได้รับความเดือดร้อน ได้รับผลกระทบ คนพวกนี้เราไม่ต้อง คุ้มครองสิทธิเขาหรืออย่างไร แล้วในคดีอาญาทั่วไปก็เริ่มต้นจากตำรวจแล้วก็ไปชั้นอัยการ ไปชั้นศาล ชั้นศาลเสร็จก็ไปราชทัณฑ์ มันก็เป็นแบบนี้ครับ เพื่อนสมาชิกหลายท่านพูดกัน เหมือนกับว่าอัยการสูงสุดหรือสำนักงานอัยการสูงสุดไร้แล้วซึ่งความน่าเชื่อถือ ตรงนี้ ผมเจ็บปวด แล้วผมเองก็เคยถูกดำเนินคดีจากสำนักงานอัยการสูงสุดหลายคดี แต่วันนี้ ผมต้องปกป้องเกียรติยศศักดิ์ศรีของสถาบันอัยการ เพราะท่านพูดและมีข้อสรุปเช่นนั้นไม่ได้ แน่นอนครับ อัยการเป็นองค์กรของรัฐ เรียกกันเป็นภาษากฎหมายว่าทนายแผ่นดิน แต่เขาก็ มีศักดิ์มีศรี เขาก็มีจิตวิญญาณในการทำหน้าที่ ถ้าข้อเท็จจริงเป็นอย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายท่าน อธิบายว่าสำนักงานอัยการสูงสุดเชื่อยาก บางคนบอกว่าไปทำงานเป็นบอร์ดนั่นบอร์ดนี่ แล้วได้ค่าตอบแทน ได้สวัสดิการอย่างนั้นอย่างนี้ก็อาจจะโอนเอนไปทางอำนาจรัฐ ถ้าเป็นแบบนี้ในคดีอาญาก็เชื่อใจอัยการไม่ได้นะครับท่านประธาน มันจะเอาอะไรมาเป็น ข้อสรุปล่ะครับว่าถ้ารับผลประโยชน์จากรัฐแล้วมีจิตใจโอนเอนอยุติธรรมจะไม่เปิด รับผลประโยชน์จากบุคคลอื่นแล้วโอนเอนอยุติธรรมไปกันด้วย ผมจึงเรียนว่าเราจะตั้ง ข้อกล่าวหาไม่มีใครว่าครับ เราจะอภิปรายเป็นเหตุเป็นผลผมเคารพ แต่ผมแสดงเหตุผล ของผมแล้วผมแน่ใจว่านี่เป็นข้อเท็จจริงที่สังคมรับฟังได้ ท่านประธานครับ สิ่งที่เรากำลัง พูดกันอยู่ในมาตรา ๖๘ นี้ไม่ได้หมายแค่ว่าจะป้องกันไม่ให้พรรคเพื่อไทยถูกยุบ จะป้องกัน ไม่ให้รัฐบาลถูกล้มจากการยื่นในมาตรานี้ ไม่ใช่ครับ แต่เราต้องปกป้องหลักนิติธรรม และสถาปนานิติรัฐให้เกิดขึ้นในบ้านเมืองนี้ให้ได้ เราไปไหนมาไหน ถามประชาชนคนไทย ทั่วประเทศเขาบอกว่าเบื่อแล้วความขัดแย้ง เขาบอกว่าเจ็บปวดแล้วกับความแตกแยกในสังคม ประชาชนบอกว่าไม่ต้องการสงครามแต่เขาอยากเห็นสันติภาพ เมื่อเราต้องการสันติภาพ เราต้องให้มีความยุติธรรมอย่างเสมอภาค ถ้าไร้ซึ่งความยุติธรรมก็ป่วยการที่จะถามหา สันติภาพ แล้วความขัดแย้งแตกแยกทางการเมืองที่ผ่านมาเป็นความเสียหายของคน ทั้งประเทศ มีเสื้อแดง มีเสื้อเหลือง มีเสื้อสีต่าง ๆ แต่มีคนไทยที่หัวใจไม่มีสีเสื้ออีกจำนวนมาก ที่เขาตกอยู่ในวิกฤติความขัดแย้งนี้ด้วย เขาต้องการให้ประเทศออกจากความขัดแย้ง แต่มันจะ ออกได้อย่างไรในเมื่อกติกาสูงสุดในการปกครองประเทศยังมีความอยุติธรรมปรากฏให้เห็น อยู่หลายเรื่อง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจึงเรียนท่านประธานว่าท่านกล่าวหาองค์กรอัยการ ผมก็พยายามอธิบายความ แต่ถ้าถามผมนี่ทุกสังคมมีทั้งคนดี มีทั้งคนไม่ดี อัยการก็อาจจะมี คนบวกคนลบ ในรัฐสภาก็อาจจะมีคนบวกคนลบ ด้วยความเคารพ ในวงตุลาการก็อาจจะมี คนบวกคนลบ นี่เป็นธรรมดาของปุถุชน ท่านไม่เห็นหรือครับ วันหนึ่งมีคนเอาคลิป ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนั่งปรึกษาหารือกันเรื่องอะไรก็ไม่ทราบแต่น่าตกอกตกใจ อย่างนั้นคนที่ มีคดีเข้าไปอยู่ในศาลรัฐธรรมนูญเขาไม่มีสิทธิหวั่นไหวต่อความยุติธรรมที่จะพึงได้รับ หรืออย่างไรครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมจึงเรียนท่านประธานว่าสำคัญคือต้องรักษา กระบวนการ ไม่กี่วันก่อนบุคคลสำคัญในตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกมาพูดสังคมเขาใจหาย บอกว่า การพิจารณาคดีนายกรัฐมนตรีสมัครมีลักษณะสุกเอาเผากิน บอกว่าการตัดสินคดียุบพรรค เห็นว่าตอนนั้นบ้านเมืองมันไปไม่ได้ก็เลยตัดสินใจยุบพรรค บอกว่าการตัดสินใจรับเรื่องตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๘ กรณีสภานี้ยื่นแก้มาตรา ๒๙๑ เป็นการกัดฟันรับเรื่อง ท่านประธานครับ กลไกตุลาการผมคิดว่าต้องไม่มีคดีไหนเลยที่ถึงขนาดต้องกัดฟันรับเรื่อง แต่ท่านบอกว่ามี คือเรื่องนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าองค์กรตุลาการถึงขนาดกัดฟันรับเรื่องแล้วท่าน ไม่นึกถึงหัวอกประชาชนต้องกัดฟันรับความอยุติธรรมบ้างเชียวหรือ ท่านบอกว่าคดีอดีต นายกรัฐมนตรีสมัครสุกเอาเผากิน แต่ผมดู ๆ เรื่องแก้รัฐธรรมนูญจะกินดิบไม่ทันสุก เสียด้วยซ้ำไปครับ คือหมายความว่าไม่มีอะไรขัดกฎหมาย ไม่มีอะไรล้มล้างการปกครอง ท่านก็เอามาเป็นประเด็นได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจะขอใช้เวลาเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย ผมเชื่อว่าวิปรัฐบาลจะกรุณา ท่านประธานครับ ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่าหลักกฎหมาย เขาบอกว่าในคดีอาญาการปรักปรำตนเองศาลต้องรับฟัง แล้วนี่บุคคลสำคัญในตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญท่านพูดเช่นนี้ไม่ฟังไม่ได้นะครับ นี่จึงเป็นตัวสะท้อนอธิบายว่าคนทำหน้าที่ บังคับใช้กฎหมายก็เป็นปุถุชนหัวใจทำด้วยเนื้อ มีรัก โลภ โกรธ หลง ธรรมดาครับ