ทวีศักดิ์ คิดบรรจง หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตราที่เกี่ยวข้องกับการยุบพรรคการเมือง การแก้ไขสัญญากับต่างประเทศ และการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา เพื่อให้เกิดความลื่นไหลในการพัฒนาการเมือง
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ทวีศักดิ์ คิดบรรจง สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดบุรีรัมย์ ท่านประธานครับ เมื่อพิจารณารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันคือฉบับปี ๒๕๕๐ ผมได้มองเห็นเรื่องที่มันสะดุดตา สะดุดใจอยู่มากมายด้วยกัน แต่อย่างไรก็ตามผมยังมองเจตนาดีว่าคนที่ร่างรัฐธรรมนูญนั้น ก็คงจะมีเจตนาดีต่อบ้านเมืองและต้องการที่จะแก้ปัญหาวิกฤติต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในขณะนั้น หลายคนก็พยายามที่จะมาช่วยกันแก้ช่วยกันร่างเหมือนกับการตัดเสื้อครับ แต่เผอิญว่า ช่างตัดเสื้อมาจากหลายความคิด หลายแนว หลายประเภท เพราะฉะนั้นเสื้อที่ออกมาแทนที่จะมี ความพอเหมาะพอดี มีความสวยงาม กลับเป็นเสื้อที่มันใช้ไม่ค่อยสะดวก ใช้ไม่ค่อยได้ สวมเข้าไปแล้วมีความอึดอัดขัดข้อง เพราะฉะนั้นความคิดในเรื่องของการแก้ไขเสื้อตัวนี้จึงมี อยู่ตลอดเวลา เดิมทีคิดว่าจะตัดเสื้อใหม่ แต่เผอิญมีในท่ามกลางบรรยากาศทางการเมือง ที่มีความหวาดระแวง ท่ามกลางบรรยากาศทางการเมืองที่แบ่งฝักแบ่งขั้วก็ไม่สามารถที่จะ แก้ได้ เพราะฉะนั้นจึงอาศัยช่องทางในขณะนี้ก็คือแก้เป็นรายมาตราครับ ท่านประธานที่เคารพ รัฐธรรมนูญนั้นเป็นกฎหมายสูงสุดที่กำหนดโครงสร้างของประเทศ กำหนดทิศทางของประเทศ กำหนดกลไกฟันเฟืองต่าง ๆ และกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างฟันเฟืองเหล่านั้นเพื่อที่จะนำพาประเทศไปสู่ความเจริญ ในทิศทางที่กำหนด แต่ในรัฐธรรมนูญนี้เองจะด้วยความปรารถนาดีมากเกินไปหรืออย่างไร ไม่ทราบได้กำหนดรายละเอียดมากมาย รัฐธรรมนูญฉบับนี้แทนที่จะเป็นเครื่องไม้เครื่องมือ สำหรับที่จะนำพาประเทศชาติไปสู่ความเจริญก้าวหน้า รัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงกลายเป็นเสมือน คลังแสงซึ่งบรรจุอาวุธยุทโธปกรณ์มากมาย ใครที่มีความขัดแย้งกันในทางการเมืองก็จะอาศัย รัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่จะประหัตประหารกัน อาศัยรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่จะทำลายล้างกัน ไม่ว่า จะเป็นพรรคการเมืองหรือตัวนักการเมืองเป็นรายบุคคลก็ตาม นี่คือสิ่งที่เป็นอันตรายที่สุด รัฐธรรมนูญเขียนยืดยาว แต่ว่าเมื่อเวลาใช้ก็ใช้ไม่สะดวก กระผมจะยกตัวอย่างที่ได้มีการยื่นเสนอ ขอแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ร่าง ร่างแรกก็คือในมาตรา ๖๘ ซึ่งเป็นมาตราที่กำหนดไว้ในเรื่อง ข้อห้ามการใช้สิทธิและเสรีภาพ ซึ่งจะใช้สิทธินั้นไปล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั้นไม่ได้ และถ้าหากว่าพบเห็นก็จะต้องส่งให้ทางอัยการสูงสุด เพื่อที่จะให้อัยการสูงสุดตรวจสอข้อเท็จจริงและยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย การสั่งการและให้เลิกการกระทำดังกล่าว ตรงนี้ก็เป็นปัญหาว่าจะเสนอส่งไปที่อัยการสูงสุด แห่งเดียว หรือว่าสามารถที่จะไปที่ศาลรัฐธรรมนูญได้ ซึ่งด้วยความเคารพ ศาลรัฐธรรมนูญ ได้วินิจฉัยว่าส่งไปที่ศาลรัฐธรรมนูญก็ได้ ข้อกังขาก็คือว่าแล้วทำไมถึงจะต้องเขียนว่า ให้เสนอเรื่องไปที่อัยการสูงสุด ทำไมไม่เดินสายตรงไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ ทำไมจะต้องเดินอ้อม ไปที่อัยการสูงสุด ตรงนี้ละครับก็คือความไม่ชัดเจน จึงได้มีการเสนอร่างแก้ไขให้มันชัดเจนว่า ให้ผ่านทางช่องของอัยการสูงสุด ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าจะถูกต้องแล้วก็ไม่ได้มีการตัดสิทธิ ของประชาชนแต่ประการใด กระผมคิดว่าในเรื่องนี้ถ้าหากว่าท่านอาจจะมีความคิดเห็น ที่แตกต่างอย่างอื่นก็สามารถที่จะแปรญัตติได้ เพื่อที่จะหาช่องทางให้ใช้ในทางสายอื่นได้ แต่ในเบื้องต้นก็คือขอให้ผ่านไปทางอัยการสูงสุดก่อนเพื่อได้มีการตรวจสอบ
อีกมาตราหนึ่งก็คือมาตรา ๒๓๗ ซึ่งมีความเกี่ยวโยงกับมาตรา ๖๘ และมาตรานี้ ก็ได้กำหนดในเรื่องของการยุบพรรคการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังว่ารัฐธรรมนูญจะ กำหนดอย่างนี้ได้อย่างไร เพราะการยุบพรรคการเมืองนั้นคือการทำลายล้างระบบพรรค อย่างชัดเจน และทำให้การพัฒนาการเมืองนั้นต้องขาดลง และเมื่อท่านเขียนอย่างนี้แล้ว ท่านบรรลุวัตถุประสงค์หรือไม่ ต้องขอเรียนว่าไม่ครับ เนื่องจากว่าพรรคการเมืองสามารถ ตั้งขึ้นมาใหม่ได้ นักการเมืองสามารถที่จะส่งคนเป็นตัวแทนมาทำหน้าที่แทนได้ เพราะฉะนั้น การกำหนดอย่างนี้ไม่ได้มีผลอะไรที่เป็นประโยชน์ในการพัฒนาประชาธิปไตยเลย นอกจาก ทำให้การพัฒนาประชาธิปไตยหรือการพัฒนาการเมืองนั้นสะดุดหยุดลง เพราะฉะนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องแก้ไขมาตรานี้เพื่อให้มันเกิดความลื่นไหลในการพัฒนาการเมือง
มาตราต่อไปก็คือเรื่องของมาตรา ๑๙๐ ซึ่งแน่นอนครับ เป็นการแก้ไขที่ทำให้ ฝ่ายบริหารนั้นสามารถที่จะปฏิบัติหน้าที่ได้สะดวกมากยิ่งขึ้น รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ถ้ามิฉะนั้น แล้วทุกเรื่องที่เราจะต้องทำสัญญากับต่างประเทศจะต้องเข้าสู่สภาแห่งนี้มันล่าช้าเกินการณ์ มันเป็นผลเสียต่อประเทศชาติ มันเป็นผลเสียต่อประเทศชาติครับ นอกจากนั้นในมาตรา ๑๑๑ และมาตราที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นที่มาของสมาชิกวุฒิสภานั้น ผมคิดว่าในเรื่องนี้วุฒิสภาถ้ามองในตัวบุคคลแล้ววุฒิสภา ที่มาจากการเลือกตั้งหรือสรรหาต่างก็มีคุณภาพด้วยกันทั้งสิ้น ต่างก็มีความรักชาติด้วยกัน ทั้งสิ้น เพียงแต่ว่าสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งนั้นสามารถที่จะยึดโยงกับประชาชน ได้เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็เป็นเรื่องที่เราควรจะใคร่ครวญ แล้วถ้าหากว่าจะสามารถ แก้ไขได้ให้มันสามารถที่จะยึดโยงได้ก็คงจะเป็นเรื่องที่ไม่ได้เสียหายอะไร ทั้งหมดนี้ก็คือ ประเด็นต่าง ๆ ที่ทางผู้ร่างได้ยื่นขอแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งกระผมเองก็เห็นด้วย ขอขอบคุณครับ