พายัพ ปั้นเกตุ กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการฟังความคิดเห็นของประชาชน และการคืนอำนาจให้กับประชาชนผ่านการเลือกตั้ง และเรียกร้องให้รัฐบาลมีการเจรจาความทางการค้าเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าในเวลาที่เราฟังความคิดเห็น การแก้ไขรัฐธรรมนูญในสภาแห่งนี้ เรามีความเห็นที่เหมือนด้วยและความเห็นที่มีความต่างกัน เพื่อนสมาชิกที่มีความเห็นด้วยก็ต่างมาสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อนสมาชิก ที่มีความเห็นต่างก็หยิบยกเอาประเด็นที่มีความเห็นต่างมาเสนอเป็นประเด็นหักล้าง แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ในระหว่างที่เราพูดกันอยู่ในนี้ ท่านประธานเห็นไหมครับว่า ยังมีพี่น้องประชาชนที่อยู่ข้างนอกหลายรายการที่เป็นสื่อมวลชน หลายรายการที่ทำหน้าที่ ในการสื่อความให้พี่น้องประชาชนได้ทราบ ผมไปฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนด้านนอกมา ไปอ่านหนังสือพิมพ์หลายฉบับ ไปดูอินเทอร์เน็ต (Internet) มากมายผมไม่ได้ไปลอกมาหรอกครับ แต่ผมจำได้ ท่านประธานครับ ข้อคิดเห็นในจำนวนนั้นผมอ่านไว้ ผมได้อ่านความคิดเห็น จากหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งแล้วผมก็จำได้ แม่ลูกจันทร์เขียนไว้น่าฟังครับ แม่ลูกจันทร์จะเป็นใคร โดยส่วนตัวผมไม่รู้จักครับ ไม่เคยเห็นหน้า ไม่เคยเจอหน้ากัน แต่ผมอ่านข้อเขียนในเวลา ที่เห็นด้วยกับรัฐบาลเขาก็สนับสนุน ในเวลาที่เขามีความเห็นต่างเธอก็เขียนแง่มุมที่เป็น ข้อเสนอแนะ สิ่งเหล่านี้ถือว่าถ้าเราฟังความอย่างรอบด้านแล้วก็จะเกิดประโยชน์กับประชาชน เกิดประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหาของประเทศและการดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เราพูดกัน วันนี้นะครับท่านประธานที่เคารพ วาระการประชุมสภาวันนี้เข้ามาได้เมื่อศาลรัฐธรรมนูญ บอกว่าควรจะแก้รายมาตรา สภาก็หยิบยกเข้ามาแก้รายมาตรา เพื่อนสมาชิกฝ่ายรัฐบาล เห็นด้วยว่าทำตามศาลรัฐธรรมนูญก็แล้วกันว่าแก้รายมาตราด้วย เพื่อนสมาชิกเราอีกซีกหนึ่ง ที่มีความเห็นก่อนหน้านี้ว่าควรจะแก้รายมาตราเช่นเดียวกับตุลาการรัฐธรรมนูญ วันนี้ ท่านเห็นว่าท่านมีความเห็นต่างไปแล้วว่าจะไม่มีประโยชน์กับประชาชน ท่านประธานครับ ข้อเขียนหนึ่งในหน้าหนังสือพิมพ์บอกว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญคราวนี้จะเป็นประโยชน์กับประชาชน อย่างแน่แท้อย่างน้อย ๓ ประการด้วยกัน ท่านประธานลองฟังความคิดเห็นของเขาดูสิครับว่า เขามีความเห็นเช่นไร อย่างผม อย่างท่านเห็นกันทุกวัน เรารู้ว่าเรามีความเห็นอย่างไร เหมือนกัน ต่างกันอย่างไร เพื่อนสมาชิกวุฒิสภาเห็นอย่างไร เพื่อนพี่น้องสมาชิกฝ่ายค้าน รัฐบาล เห็นต่างกันอย่างไร เราพูดวันนี้ด้วยเหตุด้วยผล ทุกอย่างนำเข้าสู่สภาในเวลาที่มีความเห็นต่าง ท่านประธานครับ พี่น้องเราที่อยู่เป็นประชาชนคนหนึ่งเป็นเจ้าของประเทศเขาบอกว่า มีประโยชน์ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ๓ ประการ
ประเด็นแรก บอกว่าจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและเป็นประโยชน์ ต่อประเทศชาติ และเป็นไปตามหลักประชาธิปไตย เพราะว่าการแก้ไขรัฐธรรมในประเด็น เรื่องการยุบพรรคการเมือง การลงโทษกรรมการบริหารพรรคแบบเหมาเข่งเป็นบทลงโทษ ที่ขัดต่อหลักนิติธรรม หมายความว่าอย่างไรครับท่านประธาน มันขัดต่อหลักนิติธรรม เพราะประชาชนซึ่งเป็นสมาชิกพรรคหลายสิบล้านคนต้องมาได้รับกรรมกับการสนับสนุน กับการตัดสิน เขาเป็นผู้สนับสนุนแล้วเขาก็เสียหายไปด้วย ประชาชนไม่ได้รู้เรื่องเหล่านี้ ซึ่งเห็นว่าถ้าเราจะยึดหลักนิติธรรมก็ต้องฟังความคิดเห็นของประชาชนว่าประชาชนเขาคิดเช่นไร ท่านประธานครับ ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าสมาชิกพรรคการเมือง แต่ละพรรค ไม่ว่าจะเป็นพรรคเก่าแก่ พรรคเขาตั้งมาใหม่ หรือพรรคที่มีสมาชิกมาก เขาต่างมีความรู้สึกอุดมการณ์ร่วมด้วยกันทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นในเวลาที่ถูกยุบพรรคไปแล้ว ความรู้สึกเช่นนี้เป็นความรู้สึกที่เจ็บปวดกับพี่น้องประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของสิทธิเสรีภาพ ตามระบอบประชาธิปไตยทุกประการและภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ
ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นที่ ๒ ในกรณีให้มีการแก้ ส.ว. ให้มาจาก เลือกตั้งทั้งหมด กระผมเคารพในความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิกที่เป็นสมาชิกวุฒิสภา เราวัดภูมิปัญญาความรับผิดชอบจากการเลือกตั้งอย่างเดียวนั้นอาจจะวัดไม่ได้ นั่นถูกต้องครับ แต่ว่าใครก็ตามที่เดินเข้าสู่กระบวนการประชาธิปไตยถ้าผ่านความเห็นชอบจากประชาชน มาแล้วนั้น การคืนอำนาจให้กับประชาชนทั้งหมดนั้นเขาเลือกใครมาก็นั่นละครับถือว่า เป็นระบอบประชาธิปไตย การแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยการให้ ส.ว. มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด ๒๐๐ คนนั้นเท่ากับเป็นการคืนอำนาจให้กับประชาชน ถ้าประชาธิปไตยเป็นของประชาชน แล้วคืนอำนาจให้กับประชาชนถือว่าเป็นไปตามหลักระบอบประชาธิปไตยครับท่านประธาน
ประการถัดมา ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ประการที่ ๓ ท่านให้ความคิดเห็นน่าสนใจ ในเวลาที่เรามีความเห็นต่างทางการเมืองทำไมเราต้องไปผูก ยึดโยงกับเศรษฐกิจของชาติล่ะครับ เราเอาเศรษฐกิจของประเทศชาติน่าจะเติบโตไป อย่างต่อเนื่อง ไม่ควรจะมายึดโยงกับภาวะการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองซึ่งมีความเห็นต่าง ๆ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ เพื่อนสมาชิกอภิปราย หมดในสภา นี่ละครับจะเป็นประโยชน์กับประเทศชาติ ท่านประธานครับ การเจรจาความเมือง ก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่การเจรจาความที่เกี่ยวข้องกับการค้า การลงทุน การค้าขาย เป็นกลยุทธ์ การตลาดซึ่งยากต่อการอธิบาย ซึ่งยากต่อความเข้าใจ การได้เปรียบดุลการค้า การเสียเปรียบ ดุลการค้าเกิดขึ้นจากการเจรจาความทางการค้าด้วยกันทั้งสิ้น รัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา ถึงขนาดให้กระทรวงการต่างประเทศมีทูตพาณิชย์เกิดขึ้น ท่านประธานครับ เราจัดนิทรรศการ มากมายเพื่อทำเรื่องโปรโมท (Promote) สินค้า เราจัดรายการสินค้าโอทอป (OTOP) มากมายเพื่อจะขายสินค้าของประชาชน แต่วันนี้เราไปยึดโยงด้วยความเห็นว่า เราเกรงว่า เรากลัวว่าคนหนึ่งจะได้ประโยชน์ด้วยความแอบแฝง เป็นความรู้สึกจากตัวตนของตนเอง เอาไปยึดโยงกับผลประโยชน์ของประเทศชาติ เท่ากับเราไปกั้นผลประโยชน์ของประเทศชาติ เราจะเสียโอกาสทางเศรษฐกิจที่ประเทศชาติจะได้รับ เพราะเรามีความรู้สึกว่าเราไม่ชอบคนหนึ่ง กลัวว่าเขาจะทำอย่างหนึ่ง ถ้าอย่างนี้ประเทศชาติเสียหาย ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือความคิดเห็นของสื่อมวลชนซึ่งได้แสดงไว้ต่อสาธารณชน ผมนำมาเล่าให้ท่านผู้ฟัง ที่อยู่ทางบ้าน ให้ท่านประธานได้ฟังในที่นี้
ประเด็นถัดมา ท่านประธานที่เคารพครับ ในกรณีของการตัดสิทธิประชาชน หรือไม่ ตามมาตรา ๖๘ เขาบอกว่าไม่ใช่เป็นการตัดสิทธิครับ แต่เป็นการให้สิทธิประชาชน ยกเว้นเราจะมีความรู้สึกที่เป็นอคติและเห็นกับพวกกับพ้องและประโยชน์ต่อตนเอง เป็นรายการปกป้องขาประจำเท่านั้นละครับ ถ้าเมื่อไรก็ตามเรามีความเห็นที่เป็นการปกป้อง ผลประโยชน์ตนเอง เราก็จะไม่มีการแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญเพื่อจะให้มีการปกป้องขาประจำ อย่างนี้ตลอดไป เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ ต้องกราบเรียนท่านประธานครับว่า เรื่องอย่างนี้สื่อมวลชนเขาสะท้อนไว้ในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ หน้า ๒ ในคอลัมน์ (Column) แม่ลูกจันทร์ ซึ่งเป็นใครผมไม่ทราบหรอกครับ แต่ด้วยความคิดเห็นที่เคารพในความคิดเห็น ของท่าน ผมนำเอาเรื่องเหล่านี้มาบอกท่านประธานด้วยความเคารพ และท่านประธานครับ มีหนังสือพิมพ์อีกหลายฉบับ สื่อมวลชนอีกหลายคนที่เขาหยิบยกเรื่องนี้มาท้วงติง สภาผู้แทนราษฎรซึ่งเขาถือว่าเป็นสภาของเขาด้วยจึงอยากให้รับฟังเรื่องเหล่านี้ ถ้าเรา ปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนใครก็ชื่นชมทั้งนั้นในประเทศนี้ ไม่เฉพาะในประเทศนี้ เท่านั้นหรอกครับท่านประธาน นานาอารยประเทศเขาก็ชื่นชมต่อการที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภาปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ แต่ตราบใดก็ตาม ถ้าเราปกป้องผลประโยชน์ของโจร เมื่อนั้นไม่มีประโยชน์อะไรที่จะรักษาประชาธิปไตยไว้ ให้กับประชาชน เราจำเป็นต้องรักษาผลประโยชน์ของประชาชนมากกว่าผลประโยชน์ ของโจรครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ เรื่องเหล่านี้เป็นความเห็นที่เกิดขึ้น ในสภาผู้แทนราษฎร คนที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นวุฒิสมาชิกก็ตาม ต่างหมุนเวียนกันไปทั้งสิ้นไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน แต่สิ่งที่จีรังยั่งยืนที่เราอยากเห็นวันนี้ก็คือว่าอยากเห็นประชาธิปไตยที่เป็นของประชาชน ภายใต้พระมหากษัตริย์ที่เป็นองค์พระประมุข นี่คือสิ่งที่เราต้องการครับท่านประธาน ด้วยความเคารพท่านประธาน จึงขออนุญาตนำเรียนเรื่องเหล่านี้ให้ท่านประธานได้ทราบ และฝากไปถึงพี่น้องประชาชนด้วยความเคารพครับ ขอบพระคุณครับ