สุธรรม พันธุศักดิ์ อภิปรายเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ โดยไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข เนื่องจากไม่สอดคล้องกับหลักการของรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่เพิ่มอำนาจให้กับประชาชน และลดอำนาจของรัฐ และแสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อการบริหารจัดการของรัฐ และการเข้าถึงตำแหน่งทางการเมือง และวิพากษ์วิจารณ์การแก้ไขวุฒิสมาชิกที่ขัดกับหลักการและผลประโยชน์ของประชาชน
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม นายสุธรรม พันธุศักดิ์ สมาชิกวุฒิสภาสรรหาภาคอื่น ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมเองก็อยากจะขอร่วมอภิปรายให้ความเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติมใน ๓ มาตรา กระผมเองคิดว่าในเรื่องของประชาธิปไตยนั้นทุกคนก็ต้องคิดว่า มาจากการเลือกตั้งอย่างเดียว แต่กระผมคิดว่าอันนี้มันไม่ใช่สาระของประชาธิปไตย เราเรียกร้องประชาธิปไตย แต่ในขณะนี้เองผมคิดว่าบางเรื่องของเราก็ยังไม่ได้เป็นประชาธิปไตย กระผมไม่เห็นด้วยในการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ซึ่งกระผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่า ที่กระผมไม่เห็นด้วยก็เนื่องจากหลักการของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐
ประการที่ ๑ เพิ่มอำนาจให้กับประชาชน ที่ผมอยากจะเรียนอย่างนี้นะครับ แล้วลดอำนาจของรัฐ นอกจากนั้นเองยังให้สิทธิและเสรีภาพในการตรวจสอบหลาย ๆ ประการ ให้แก่ประชาชน ซึ่งกระผมจะได้กราบเรียนในเรื่องรายละเอียดต่อไปว่าหลักการของ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มันขัดกันกับที่ท่านกำลังจะแก้ไข
ประการที่ ๒ ผมอยากจะเรียนว่ากระบวนการแก้ไขไม่ชอบตามมาตรา ๑๒๒ ซึ่งมาตรา ๑๒๒ นั้นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาซึ่งเป็นผู้แทนของปวงชน ชาวไทย โดยไม่อยู่ในความผูกมัดและอาณัติมอบหมายหรือความครอบงำใด ๆ และจะต้อง ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของปวงชนชาวไทยโดยปราศจาก กับการขัดกันแห่งผลประโยชน์ กระผมขอย้ำอีกครั้งหนึ่งในข้อความวรรคสุดท้ายคือ โดยปราศจากกับการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ท่านประธานที่เคารพครับ บ้านเมืองจะเปลี่ยน ก็เพราะสังคมเปลี่ยน สังคมจะเปลี่ยนก็เมื่อประชาชนจะเปลี่ยน ประชาชนจะเปลี่ยนได้ ก็เพราะการศึกษา ถ้าการศึกษาเข้าถึงประชาชนการเมืองก็จะเปลี่ยนโดยไม่ต้องแก้ไข รัฐธรรมนูญบ้านเมืองก็จะดีขึ้น กระผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้นะครับ ในมาตรา ๑๑๑ ซึ่งมีสาระการแก้ไขที่ให้เพิ่มจำนวนสมาชิกวุฒิสภาจาก ๑๕๐ คน เป็น ๒๐๐ คน และให้ มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด ไม่เว้นระยะการดำรงตำแหน่ง ให้ดำรงตำแหน่งได้ต่อเนื่อง และสามารถเป็นได้หลาย ๆ รอบจนตลอดชีพ ไม่จำกัดวาระ และแก้ไขให้วุฒิสภาที่สิ้นสุด จากการดำรงตำแหน่งนั้นสามารถเป็นรัฐมนตรีหรือดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ กระผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ขัดหลักการมาก สมาชิก ๒๐๐ ท่านที่มาจะต้องเพิ่มงบประมาณ ในเรื่องของการบริหารจัดการวุฒิสภาไม่ต่ำกว่าอีก ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ ล้านบาท ในเมื่อ มีสมาชิกสภามาจากการเลือกตั้ง ผมก็อยากจะกราบเรียนว่าโดยข้อเท็จจริงแล้วสมาชิกวุฒิสภา ที่มาจากการเลือกตั้งต้องสังกัดพรรคการเมืองโดยปริยายนะครับ ตามกฎหมายท่านอาจจะ บอกว่าไม่ได้สังกัดพรรค แต่ผมไม่เห็นว่าผู้ที่ไม่สังกัดพรรคการเมืองไม่มีโอกาสเลยที่จะเข้ามา นั่งในรัฐสภาแห่งนี้ในฐานะวุฒิสภา
อีกประการหนึ่ง ผมอยากจะเรียนว่าที่ขัดกับหลักการ ขัดกับผลประโยชน์ อย่างไรนะครับ การที่แก้ไขวุฒิสมาชิกไม่เว้นระยะการดำรงตำแหน่งต่อเนื่อง ซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ที่มาจากการเลือกตั้งสามารถลงเลือกตั้งได้เลย มันเป็นการขัดกับผลประโยชน์ที่ท่านกำลัง จะแก้นะครับ แล้วก็มีหลาย ๆ เรื่องที่สมาชิกจะขัดกับผลประโยชน์ก็คือการแก้ไขวุฒิสมาชิก ที่สิ้นสุดการดำรงตำแหน่งที่สามารถดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ กระผมคิดว่าในเรื่องเหล่านี้ ก็อยากจะกราบเรียนว่าผมไม่เห็นด้วยทั้งสิ้นนะครับ และการเพิ่มจำนวน ส.ว. ของแต่ละจังหวัด ในสัดส่วนของประชากรแต่ละจังหวัดก็เข้ามาโดยใช้เกณฑ์ตามมาตรา ๙๔ โดยอนุโลม คำนวณตามประชากรทั้งประเทศ และจากจำนวนสมาชิกวุฒิสภา ๒๐๐ คนเป็นตัวหาร ก็เป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณโดยใช่เหตุนะครับ
ประการที่ ๒ เรื่องที่ผมกราบเรียนได้ท่านประธานแล้วนะครับว่าเรากำลังจะ ลิดรอนอำนาจของประชาชน ซึ่งมาตรา ๖๘ สิทธิเสรีภาพของบุคคลในการใช้สิทธิยื่นเรื่อง ให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาในการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้ หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้มิได้ ซึ่งสามารถยื่นผ่าน อัยการเท่านั้น แก้จากการยื่นให้ประชาชนยื่นได้โดยตรงก็ให้ยื่นผ่านอัยการ นอกจากจะเป็น การลิดรอนอำนาจประชาชนที่สามารถใช้สิทธิโดยตรงในการยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ท่านยังลิดรอนอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญซึ่งจะพิจารณา เพราะว่าถ้าอัยการสูงสุดไม่ยื่น ต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญก็จะต้องยุติไป อันนี้ผมคิดว่าทำให้เกิดช่องว่างในการตรวจสอบ การบริหารของรัฐ และการพิทักษ์รัฐธรรมนูญตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐
เรื่องสุดท้ายในมาตรา ๑๙๐ สาระที่ท่านจะให้ไม่ต้องผ่านสภาในหลาย ๆ เรื่อง ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องของเศรษฐกิจและสังคม และมีผลผูกพันในเรื่องการค้า การลงทุน หรืองบประมาณ อย่างมีนัยสำคัญนั้น ท่านได้ตัดออก นอกจากจะให้คงไว้ในเรื่องสัญญาที่มีผลกระทบ ต่อการเปลี่ยนแปลงอาณาเขต กระผมก็ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งนะครับ ขณะนี้เองผมคิดว่า เรื่องสำคัญที่สุดการเตรียมการเรื่องนี้กำลังจะนำไปสู่ในเรื่องของ พ.ร.บ. ร่วมทุน และ พ.ร.บ. การกู้ ๒.๒ ล้านล้านบาท ก็เอาเรื่องนี้เข้ามาแก้กันเสียก่อนเพื่อมีเหตุผลที่จะไปทำสัญญา กับต่างประเทศโดยที่ไม่ผ่านการตรวจสอบของรัฐสภา โดยสรุปแล้วที่กระผมจะกราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาว่ากระผมไม่ยอมรับในหลักการการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ครับ ขอบพระคุณครับ