อาณันย์ วัชโรทัย พูดถึงเรื่องรัฐธรรมนูญ และการแก้ไขเพิ่มเติม รับผิดชอบต่อผลพวงของการกระทำต่อประชาธิปไตย
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พันตรี อาณันย์ วัชโรทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ จากการที่อภิปรายมา ๑ วันเต็ม ๆ ก็เห็นชัดเจนว่าต่างฝ่ายต่างพยายามที่จะตีความในแง่กฎหมาย แล้วก็พร้อมกับ ที่กล่าวหาว่าอีกฝ่ายหนึ่งพยายามกระทำเพื่อประโยชน์ของตนเอง โดยที่ไม่ได้พูดว่าบางฝ่าย พยายามทำเพราะว่าตัวเองเสียประโยชน์ ผมยกตัวอย่างอย่างนี้ครับ อย่างมาตรา ๖๘ ท่านก็จินตนาการออกไปกว้างไกลใหญ่โตว่ามีเจตนารมณ์อย่างนั้นอย่างนี้ ทั้งที่แท้จริงแล้ว เมื่อสักครู่นี้ท่าน ส.ว. ประเสริฐก็พูดแล้วว่าเจตนารมณ์จริง ๆ เราต้องการให้เกิดความชัดเจน ชัดเจนในแนวทางการปฏิบัติ พูดง่าย ๆ ต้องการให้เห็นชัดเจนว่าเขตอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญนั้น อยู่ตรงไหนนะครับ ทำได้แค่ไหน การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญถ้าหากเราวินิจฉัยเป็นตัวตัดสิน ของเจตนารมณ์ในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญว่ารัฐธรรมนูญนั้นมีเจตนารมณ์อย่างนั้นอย่างนี้ ผมว่ามันก็เกิดช่องว่างให้ต้องต่อสู้กันอย่างนี้ไม่มีวันสิ้นสุด หรือมีเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างนี้อีก ก็มีการตีความกันไม่จบไม่สิ้น เพราะฉะนั้นเจตนารมณ์ท่าน พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่าน ท่านได้ชี้แจงละเอียดไปแล้วครับตั้งแต่เมื่อวานที่ว่าเจตนารมณ์ ของการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมตรงนี้เพื่อให้ชัดเจนในเรื่องอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ ที่จะรับเรื่อง หรือไม่รับเรื่อง หรือรับผ่านอัยการสูงสุดเท่านั้นครับ ส่วนในมาตรา ๒๓๗ จริง ๆ กฎหมายเขียนไว้เจตนาของการเขียนกฎหมาย เขียนเพื่อป้องกันในกติกาในสังคม เพื่อให้เราอยู่ร่วมกันด้วยความผาสุก ก็คือป้องกันให้เกิดการทำอะไรก็แล้วแต่ที่ขัดต่อสังคม ที่เขาพึงปฏิบัติกัน แต่หลักของกฎหมายก็มี ส.ส. หลายท่านได้อภิปรายชัดเจนว่าต้องอยู่ บนหลักของนิติธรรมท่านประธานที่เคารพ ตราบใดก็แล้วแต่ที่การเขียนกฎหมายแล้ว แล้วไม่อยู่ในหลักนิติธรรม การบังคับใช้กฎหมายนั้นมีความรุนแรงมันก็ทำให้สังคมนั้น ไม่ได้อยู่ด้วยความผาสุกเสมอไปนะครับ ศาลเองยังพูดชัดเจนว่าการปล่อยคนผิดไป ๑๐ คน ดีกว่าการจับหรือคุมขังคนบริสุทธิ์เพียง ๑ คน ก็มีเท่านั้นเองครับ ทีนี้ผมจะขออนุญาตอภิปราย ในส่วนของมาตรา ๑๑๑ ถึงมาตรา ๑๑๗ และการยกเลิกมาตรา ๑๑๓ มาตรา ๑๑๔ ก็จะขออนุญาตกล่าวในลักษณะของกติกาและกฎของสังคมบ้างคงไม่พูดถึงในแง่กฎหมาย เพียงแต่เกี่ยวพันกันด้วยเหตุด้วยผล ประเทศไทยเรามีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ชัดเจนครับ มีอำนาจอธิปไตยเป็นอำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศตามรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่ฉบับแรก พระมหากษัตริย์ทรงใช้พระราชอำนาจนั้นผ่านฝ่ายบริหารก็คือรัฐบาล ผ่านฝ่ายนิติบัญญัติก็คือรัฐสภา แล้วผ่านฝ่ายตุลาการก็คือสภาผู้แทนราษฎร ในปี ๒๕๔๐ มีการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน แล้วก็ เป็นที่ยอมรับกันโดยถ้วนหน้า โดยเฉพาะมีพรรคการเมืองพรรคเก่าแก่พรรคหนึ่งซึ่งชื่อก็บอกว่า เป็นประชาธิปไตย แล้วก็ได้รับการยอมรับว่าเป็นพรรคที่ก่อเกิดมาก่อนใคร แล้วก็เป็นตัวอย่าง ของระบอบประชาธิปไตย ก็สนับสนุนด้วยความงามสง่าชัดเจน แต่วันเวลาผ่านไปเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นมีบุคคลซึ่งต้องถือว่าเป็นผู้ที่มีความสามารถ แล้วก็ เป็นตัวอย่างแห่งการนำพา มีความคิดอะไรใหม่ ๆ ที่จะทำประเทศให้สู่ความเจริญก้าวหน้า แต่บุคคลนั้นถูกความพยายามที่จะกำจัดบุคคล กำจัดพรรคการเมืองด้วยวิธีปฏิบัติที่ผิดหลักการ ทั้งหลาย ไม่ได้แก้ไขด้วยวิถีทางที่ถูกต้อง ใช้วิธีในการยึดอำนาจหรือปฏิวัติ ทำให้เกิดความเศร้าสลด และเสียใจต่อมาในอนาคต ท่านประธานครับ เมื่อวานนี้มีท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติอีก ๑ ท่าน ขออนุญาตเอ่ยชื่อท่าน คือท่านวัฒนา เมืองสุข ท่านได้เปรียบเทียบให้เห็นความชัดเจน แต่ว่า อาจจะใช้คำพูดที่ค่อนข้างจะแข็งกร้าวและรุนแรงนิดหนึ่ง ท่านเปรียบเทียบครับ ท่านบอกว่า เมื่อมีโจรมาปล้นบ้าน โจรนั้นถือว่าเลวแล้ว ผมคงไม่ได้ใช้คำพูดอย่างนั้นนะครับ ผมอาจจะ บอกว่าแย่แล้ว แต่โจรเองยังเสี่ยงที่จะกระทำการอันนั้น แต่คนที่มาใช้เงินโจร คนที่จะมาใช้ ประโยชน์จากโจรถือว่าเป็นเรื่องที่น่าละอายกว่า ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าหากโจรถูกจับได้ แล้วก็คืนของกลางก็ยังถือว่าได้ทำในสิ่งที่แก้ไขของความผิด ผมต้องเรียนว่าการแก้ไขปัญหา อันนั้นมีบุรุษผู้หนึ่งเป็นผู้ปฏิบัติ ก็เป็นที่ทราบกันอยู่ก็คือท่านเป็นหัวหน้าคณะยึดอำนาจ ความเป็นสุภาพบุรุษของท่านหลังจากที่ปฏิบัติการอันนั้นแล้วท่านเห็นว่าในวันนั้นไม่ว่าท่านจะ เข้าใจผิดหรือเข้าใจถูก เจตนาที่ดีต่อบ้านเมืองหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ผลพวงที่ท่านปฏิบัตินั้น หรือที่ท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติท่านวัฒนาได้กล่าวว่าท่านได้ปล้นประชาธิปไตยไป การปล้นประชาธิปไตย ของท่านนี่ท่านมีความรู้สึกว่ามันมีผลพวงที่มีปัญหามากมายกับประเทศนี้ ท่านก็พยายามจะแก้ไข นั่นคือความเป็นสุภาพบุรุษของท่าน ท่านหันมายื่นร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ เพราะท่านถือว่าการปล้นประชาธิปไตยนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง การดำเนินการของท่านถือว่า ถูกต้อง ผมจะพูดนิดเดียวในประเด็นที่ผูกพันกัน เดี๋ยวจะว่านอกเรื่อง การให้ได้มาของ ส.ว. เลือกตั้งเป็นการแสดงออกถึงประชาธิปไตยอย่างชัดเจนนะครับ เพราะว่าอำนาจอธิปไตยนั้น เป็นอำนาจที่มาจากปวงชน ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยนั้นชัดเจนว่าเป็นอำนาจที่เขียนขึ้น โดยประชาชน เพื่อประชาชน เพราะฉะนั้นที่มาของ ส.ว. ได้จากการเลือกตั้งถือว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เพราะท่านอภิวันท์ได้อภิปรายไปแล้วว่าคงเป็นไม่ได้ที่จะเอาผู้ที่มาจากการแต่งตั้งไปถอดถอน ผู้ที่แต่งตั้งตนเอง แล้วก็ไปถอดถอนคนที่มาจากการเลือกตั้ง ท่านประธานที่เคารพครับ องคุลิมาลเถระพยายามคิดที่จะฆ่าพระพุทธองค์ แล้วก็สั่งให้ท่านหยุด เมื่อวิ่งไล่แล้วไม่ทัน ท่านตอบสั้น ๆ ว่า ดูก่อนตถาคต เราหยุดแล้ว แต่ท่านยังไม่หยุด จริง ๆ แล้วผมอยากให้ ความสอดคล้องของการเปรียบเทียบของท่าน ส.ว. ประเสริฐที่ได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ แล้วก็ ความตั้งใจในเจตนารมณ์ของการดำเนินการในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมขอยืนยันว่าได้แก้ไข เพื่อส่วนรวมและเพื่อประชาชน เจตนารมณ์เป็นเรื่องสำคัญครับท่านประธาน ต้องกราบขอโทษด้วย ที่ผมเลยเวลาเพราะว่าเวลาน้อยไป ขอบคุณครับ