รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๖

เจริญ ภักดีวานิช เสนอแนะให้รัฐบาลและรัฐมนตรีสนับสนุนความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยและชิลี และเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุนของประเทศชิลีในประเทศไทย นอกจากนี้ยังหารือเรื่องความจำเป็นของศูนย์กระจายสินค้าเพื่อเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าไทยในตลาดรอง และขอเสนอแนะวิธีการลดค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมการจัดแสดงสินค้า

นายเจริญ ภักดีวานิช สมาชิกวุฒิสภา พัทลุง

กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม เจริญ ภักดีวานิช สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดพัทลุง ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ กระผมขอสรุปสั้น ๆ เพื่อกราบเรียนท่านประธานว่ากระผมขอสนับสนุน ความตกลงการค้าเสรีระหว่างรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐชิลีกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับนี้นะครับ เป็นความพยายามของรัฐบาลทั้ง ๒ ประเทศ หลายปีมาแล้วที่ต้องการ ให้เกิดความตกลงการค้าเสรี แต่เนื่องจากว่ากระบวนการของเราล่าช้าก็นำไปสู่การที่ ไม่สามารถลงนามกันได้ ท่านประธานครับ ทางกระทรวงพาณิชย์ได้กำหนดว่าปี ๒๕๕๖ กำหนดเป้าส่งออกประมาณ ๘-๙ เปอร์เซ็นต์ ประมาณ ๗.๗ ล้านล้านบาท ทีนี้มีปัญหา ท่านประธานคงทราบว่าเมื่อกำหนดไว้ ๘-๙ เปอร์เซ็นต์นั้น ตลาดหลักของเราไม่ว่าประเทศญี่ปุ่น ประเทศสหรัฐอเมริกา หรืออียู (EU) ประเทศเหล่านี้มีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ ความไม่มั่นคง ทางเศรษฐกิจแล้วก็แปรปรวนอยู่บ่อย เพราะฉะนั้นเป้าหมายที่กำหนดไว้จะมีปัญหา เพราะฉะนั้นรัฐบาลก็มีความจำเป็นที่จะต้องหาตลาดรอง ตลาดรองของเราที่คิดว่า จะมีศักยภาพนอกจากประเทศออสเตรเลีย ทวีปแอฟริกาแล้วนะครับ ที่น่าสนใจก็คือ ทวีปอเมริกาใต้ ท่านประธานครับ ปีกลายนั้นเราสามารถส่งออกไปกลุ่มประเทศเหล่านี้ ทวีปอเมริกาใต้มีมูลค่าประมาณ ๒ เปอร์เซ็นต์ของการส่งออกทั้งหมดเท่านั้น เพราะฉะนั้น สาธารณรัฐชิลีก็เป็นส่วนหนึ่งที่อยู่ในตลาดรอง แล้วก็ทางสาธารณรัฐชิลีก็เห็นว่าประเทศไทย เป็นศูนย์กลางในอาเซียนในการที่จะส่งกระจายสินค้าไปสู่ประเทศอื่นในอาเซียน ประเทศไทยเอง ก็มองสาธารณรัฐชิลีว่าสามารถส่งสินค้าจากสาธารณรัฐชิลีไปสู่ประเทศอื่นทั้งทวีปอเมริกาใต้ เพราะฉะนั้นกระผมขอกราบเรียนท่านประธานว่าถ้ารัฐสภาแห่งนี้ให้ความเห็นชอบหรือมีมติเห็นชอบ วันนี้ก็นำไปสู่การลงนาม เข้าใจว่าจากมูลค่าส่งออกและนำเข้ามูลค่าระหว่างประเทศไทย กับสาธารณรัฐชิลีประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านล้านยูเอสดอลลาร์ (U.S. Dollar) ถึงแม้จะไม่มากเท่าไรนะครับ แต่เป็นตลาดสำคัญของรัฐบาลในการกระจายสินค้าไปสู่ทวีปอเมริกาใต้ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานถึงข้อมูลพื้นฐานแล้วก็มีข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล ๒-๓ ข้อ ดังต่อไปนี้นะครับ สาธารณรัฐชิลีเองนั้น ท่านประธานครับ เศรษฐกิจเขาเติบโตประมาณ เกือบ ๆ ๕ เปอร์เซ็นต์ต่อเนื่องเลยนะครับ รายได้เฉลี่ยของเขาประมาณ ๓ เท่าของรายได้เฉลี่ย ของคนไทย ทีนี้สินค้าที่เราส่งกระผมตั้งข้อสังเกตแรกเผื่อท่านรัฐมนตรีจะได้นำข้อสังเกตนี้ ขณะนี้ที่เราส่งได้มากคือรถกระบะประมาณ ๔๑๐ ล้านยูเอสดอลลาร์ ปลาทูน่าแปรรูป ถุงพลาสติก เครื่องรับวิทยุนี่เข้าใจว่าเป็นที่ต้องการของสาธารณรัฐชิลี เรายังขายได้น้อยอยู่ ไม่ถึง ๖,๐๐๐,๐๐๐ ยูเอสดอลลาร์นะครับ หรือยางพารา กระผมกราบเรียนว่าถ้าเผื่อว่า เราต้องการเพิ่มมูลค่าการส่งออกนั้น รัฐบาลเองจำเป็นต้องกระจายสินค้าโดยเฉพาะสินค้า อุปโภคบริโภคในตลาดนี้ให้เข้มแข็งยิ่งขึ้นเพราะยังมีมูลค่าไม่มากนักนะครับ

ประการที่ ๒ สาธารณรัฐชิลีเองเริ่มมาลงทุนในประเทศไทย เพราะฉะนั้น การทำความตกลงครั้งนี้ กระผมคิดว่าประเทศไทยมีศักยภาพเรื่องการก่อสร้าง เรื่องการท่องเที่ยว เรื่องโรงแรม เรื่องสปา (Spa) อยากให้รัฐบาลเองโดยเฉพาะรัฐมนตรีได้มีการส่งเสริม อย่างจริงจัง ซึ่งเรามีศักยภาพสูง

ประการที่ ๓ ที่กระผมกราบเรียนท่านประธานว่า ขณะนี้บริษัทผลิตเหล็ก เริ่มมาลงทุน บริษัทของประเทศชิลีเริ่มมาลงทุนในประเทศไทย รายใหม่ที่กำลังจะมา คือบริษัทผลิตยา ซึ่งเขาเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ของประเทศชิลีและของทวีปอเมริกาใต้ การที่มี การลงทุนในแต่ละประเทศมากยิ่งขึ้นก็นำไปสู่ข้อตกลงการค้าฉบับนี้ กระผมคิดว่าประเทศไทย มีศักยภาพหลายเรื่องที่กระผมกราบเรียนท่านประธานไปแล้วในประเทศชิลีนี่ครับ ในเวลา ที่จำกัดเพื่อประหยัดเวลาของสภา กระผมมีข้อเสนอท่านรัฐมนตรีเผื่อท่านจะได้นำไป ประกอบในการดำเนินการให้เกิดประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แต่ก่อนข้อเสนอนั้นกราบเรียน ท่านประธานอย่างนี้ครับ ทางรัฐบาลเอง ท่านรัฐมนตรีเอง ท่านก็ได้ประชุมเมื่อเดือนธันวาคม ต้องการที่จะเร่งเพิ่มเป้าหมายในการส่งออกให้ได้ ๘-๙ เปอร์เซ็นต์ ท่านก็ประชุม เมื่อเดือนธันวาคมไว้แล้วนะครับ ฉะนั้นการเร่งเรื่องตลาดรองนอกจากทวีปอเมริกาใต้แล้วนี่ ในกลุ่มของตะวันออกกลาง ผมคิดว่ามี ๒ เรื่องต่อไปนี้ที่ท่านรัฐมนตรีน่าจะได้ประกอบการ ดำเนินการเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

อันแรก ก็คือเรื่องศูนย์กระจายสินค้ามีความจำเป็น เพราะว่าประเทศชิลี ถ้าไม่มีศูนย์กระจายสินค้าของเราขึ้นมาเอง เราก็ขายได้เฉพาะพวกรถยนต์ พวกถุงพลาสติก สินค้าพวกปูนซีเมนต์ พวกสินค้าที่เรามีศักยภาพสูงก็ไม่สามารถ โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค มันก็จะสามารถกระจายไปได้ ก็กราบเรียนรัฐมนตรีว่ากลุ่มตลาดรองนี่เราน่าจะพิจารณา อาจจะตั้งศูนย์กระจายสินค้าเราเองไม่ได้ อาจจะร่วมมือกับอาเซียน (ASEAN) นะครับ เพื่อให้สามารถกระจายสินค้าจากประเทศชิลีไปสู่ประเทศอื่นได้ ข้อเสนอข้อที่ ๒ ที่กระผม กราบเรียนท่านประธานนะครับ ผมดูว่าขณะนี้เมื่อเทียบกับปีกลายหรือปีก่อนโน้น การจัดการ แสดงสินค้าในต่างประเทศ ผมอยากให้ไปเพิ่มในพื้นที่ภูมิภาคในตลาดรองให้มากยิ่งขึ้นนะครับ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ก็จัดอยู่แล้ว แล้วก็ในการจัดแสดงสินค้ามี ๒ เรื่องที่รัฐมนตรีน่าจะนำไป ประกอบการพิจารณานะครับ ก็คือลดค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมในการจัดการแสดงสินค้า

อันที่ ๒ ก็คือเพิ่มการอำนวยความสะดวก กระผมคิดว่าขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ เพิ่มการอำนวยความสะดวกก็คงจะมีมากอยู่แล้วนะครับ แต่ว่าอย่างไรก็ตามการลดค่าใช้จ่าย ของผู้ร่วมแสดงสินค้านี่คิดว่าเป็นส่วนหนึ่งในการที่กระทรวงพาณิชย์จะได้มีกลยุทธ์ในการที่ จะขับเคลื่อน อย่างไรก็ตามความถี่ของการจัดการแสดงสินค้า ผมคิดว่าในตลาดรอง มีความจำเป็น อยากให้ท่านรัฐมนตรีกลับไปดูแผนว่าขณะนี้เรามีจัดที่ไหนบ้าง ประเทศรัสเซีย และกลุ่มซีไอเอส (CIS) มีกี่ครั้ง แล้วก็ที่ตะวันออกมีกี่ครั้ง ถ้าเพิ่มจำนวนขึ้นมาได้ก็จะเกิด ประโยชน์ในการที่จะเพิ่มคุณค่าในการส่งออก กราบเรียนท่านประธาน เพื่อประหยัดเวลา ของสภาก็ขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปทางรัฐมนตรีเพื่อนำข้อสังเกตไปประกอบการ พิจารณาดำเนินการ เพื่อให้ความตกลงการค้าเสรีระหว่างรัฐบาลไทยกับประเทศชิลี มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าทั้ง ๒ ประเทศ มีความมุ่งมั่นในการที่จะทำความตกลงการค้า ทั้งอดีตท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ก็ได้ไป เจรจาที่ประเทศญี่ปุ่น ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ก็ไปที่ประเทศรัสเซีย ก็ได้เจรจา ทั้ง ๒ ประเทศมีความมุ่งมั่นที่จะให้เกิดความตกลงการค้า อันนี้ก็คิดว่าจะเป็นประโยชน์ กับประเทศไทยครับ กราบขอบคุณท่านประธาน