รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๖

สุธรรม พันธุศักดิ์ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเปิดการค้าเสรีระหว่างประเทศไทยกับประเทศชิลี โดยเห็นด้วยและเน้นถึงข้อดี เช่น ประเทศชิลีเป็นศูนย์กลางทางการค้าและการเงินของประเทศในลาตินอเมริกา และเป็นตลาดที่มีความสัมพันธ์ในขนาดใกล้เคียงกับอาเซียน

นายสุธรรม พันธุศักดิ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาคอื่น

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา กระผม นายสุธรรม พันธุศักดิ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ใคร่ขออภิปรายความเห็น เกี่ยวกับเรื่องของการตกลงการค้าเสรีระหว่างประเทศชิลีกับประเทศไทย โดยความเห็น ของผมแล้วเห็นด้วยกับการเปิดเอฟทีเอระหว่างประเทศชิลีกับประเทศไทย ซึ่งหลังจาก การปรึกษาหารือและการศึกษาความเป็นไปได้ของการเปิดการค้าเสรีหรือเอฟทีเอระหว่าง ๒ ประเทศหลังจากครั้งสุดท้ายเองท่านนายกรัฐมนตรีของไทยได้ไปประชุมเอเปค ครั้งที่ ๒๐ ที่นครวลาดิวอสต็อกของประเทศรัสเซีย ได้มีการเจรจาทวิภาคีกับท่านประธานาธิบดีเซบัสเตียน ปิเญรา ของประเทศชิลี ก็มีความเห็นร่วมกัน กระผมคิดว่าการตกลงการค้าเสรีระหว่างประเทศก็ต้องเกิด ความสมดุล ส่วนใหญ่ถ้าประเทศไหนที่จะได้เปรียบมาก ๆ หรือเสียเปรียบมาก ๆ ก็ไม่มีการตกลง การค้าเสรีกันได้นะครับ ข้อดีระหว่างประเทศชิลีกับประเทศไทยนั้น ประเทศชิลีเป็นศูนย์กลาง ของประเทศในลาตินอเมริกา เป็นศูนย์กลางทางการค้าและการเงินของประเทศในกลุ่ม ลาตินอเมริกา ซึ่งประเทศที่อยู่รอบ ๆ ประเทศชิลีก็มีประเทศปารากวัย ประเทศอุรุกวัย แล้วก็ประเทศโบลิเวีย ในลาตินอเมริกานั้นรวมทั้งประเทศอาร์เจนตินาแล้วก็ประเทศบราซิลเป็นตลาดที่มีประชากร มากกว่า ๕๐๐ ล้านคน ซึ่งเปรียบเทียบในระหว่างอาเซียนเออีซี (AEC) ของเราก็ประมาณสัก ๖๐๐ ล้านคน ก็มีความสัมพันธ์ในขนาดใกล้เคียงกันในจำนวนพลเมือง ข้อดีที่เราเปิดการค้าเสรี กับประเทศชิลีผมคิดว่านอกจากที่ประเทศชิลีเป็นคู่ค้าของประเทศไทยในอันดับที่ ๓ ซึ่งรองจาก ประเทศบราซิลและประเทศอาร์เจนตินานะครับ ประเทศชิลียังเป็นศูนย์กลางทางการค้า และการเงินของลาตินอเมริกา ซึ่งองค์การส่วนใหญ่ของโลกทั้งทางด้านการค้าและการลงทุน ก็ตั้งอยู่ในประเทศชิลี สินค้าที่ส่งออกส่วนใหญ่ของประเทศชิลีก็เป็นสินค้าประเภทพวกแร่ เหล็ก ทองแดง สินค้าเหล็กต่าง ๆ ซึ่งก็แตกต่างกับในอาเซียนหรือในประเทศไทยอยู่แล้ว นอกนั้นก็เป็นสินค้าเครื่องดื่มซึ่งทำจากมะกอก องุ่น และมีข้าวสาลีนิดหน่อย ซึ่งองุ่นก็เป็น ผลิตภัณฑ์ของไวน์ ซึ่งประเทศชิลีต้องการให้ยกเลิกภาษีเป็นอัตราที่เป็น ๐ ทันที นอกนั้น สินค้าอื่น ๆ ซึ่งเป็นสินค้าที่มีความอ่อนไหวที่เขาเรียกว่าเซนซิทีฟว กู๊ดส์ (Sensitive Goods) ก็จะต้องยกเว้นเรื่อย ๆ ไป ตัดภาษีตั้งแต่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ จนให้เหลือ ๐ เปอร์เซ็นต์ภายใน ๕ ปี ก็คิดว่าการตกลงการค้าก็เป็นการตกลง ใกล้เคียง นอกจากนั้นภาคบริการซึ่งเราอาจจะต้องยึดในกรอบการเจรจาของอาเซียน คือให้ต่างชาติมาลงทุนได้โดยคนไทยถือหุ้นประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ แต่อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารก็จะต้องเป็นผู้บริหารที่มีถิ่นพำนักอยู่ในประเทศไทยนะครับ ข้อดีอีกอย่างหนึ่ง ที่ผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์กับประเทศไทยก็คือการที่เราจะขายสินค้าเกษตรได้มากขึ้น โดยเฉพาะข้าวสารของประเทศไทย ซึ่งขณะนี้ประเทศชิลีได้ซื้อข้าวจากประเทศเวียดนาม และประเทศอื่น ๆ ประเทศพม่าใกล้เคียงของเรามากเพราะว่าของเราเองยังไม่ได้ยกเว้นภาษี ผมคิดว่าอันนี้เป็นตลาดที่เราจะระบายข้าวไปได้อีกตลาดหนึ่งในประเทศลาตินอเมริกา ปัญหาสำคัญที่เราจะได้เปรียบอีกอย่างนะครับว่าในขณะนี้เองประชาชนในประเทศชิลี มีรายได้ต่ำมากเปรียบเทียบก็พอ ๆ กับประเทศไทย ทีนี้สินค้าที่ไปจากประเทศไทย ถ้าเกิดเราไม่ได้ทำในเรื่องเอฟทีเอด้วยกันสินค้าจะไปบวกราคาขนส่ง ซึ่งราคาค่าขนส่ง จากประเทศไทยไปประเทศชิลีระยะทางไกลมาก เพราะฉะนั้นพอบวกราคาค่าระวางขนส่งแล้ว จะทำให้อัตราภาษีเพิ่มสูงมาก เพราะฉะนั้นสินค้าที่เราจะขายได้ในประเทศชิลีหรือประเทศ ในลาตินอเมริกาทำให้เราเสียเปรียบ ถ้าได้ทำสัญญาในเรื่องเอฟทีเอก็จะทำให้ปัญหานี้หมดไป

แล้วอีกประการหนึ่ง ผมอยากจะเรียนว่าในเรื่องของครัวไทยสู่ครัวโลก หรือว่าร้านอาหารไทย ขณะนี้ร้านอาหารไทยในประเทศชิลีในลาตินอเมริกาได้รับความนิยม เป็นอันดับ ๑ อยากจะเรียนว่าอย่างนี้ ทุกประเทศอยากจะรับประทานอาหารไทย แต่ในขณะนี้เองเราก็ไม่ได้มีร้านอาหารไทยมากนักในประเทศลาตินอเมริกา การเปิดการค้าเสรีกับประเทศชิลีจะทำให้เราสามารถส่งอาหารของเราหรือว่าไปตั้งกิจการ ร้านอาหารไทยได้มากขึ้นในประเทศชิลี รวมทั้งภาคบริการทางด้านท่องเที่ยวอื่น ๆ ที่เรามีความสามารถอยู่ในระดับสูง ในเรื่องสปาก็ตาม ในเรื่องของการท่องเที่ยวก็ตาม ผมคิดว่าเราจะได้ประโยชน์ในเรื่องของการค้าในภาคอุตสาหกรรมบริการและการท่องเที่ยว มากขึ้นนะครับ ผมคิดว่าในขณะนี้เองคนไทยเราก็รู้จักประเทศชิลีน้อย ส่วนคนชิลีเขารู้จัก ประเทศไทยน้อยเพราะว่าอยู่ห่างกันมาก อยู่ขั้วโลกใต้นะครับ การเปิดการค้าเสรี จะเป็นประโยชน์ในระหว่าง ๒ ประเทศที่ไปมาหาสู่กันได้ แล้วก็โดยเฉพาะการท่องเที่ยว จะเพิ่มมูลค่าจากประเทศชิลีหรือประเทศลาตินอเมริกาให้มากขึ้น ปัญหาและอุปสรรค ของการค้าเสรีระหว่างไทย-ชิลีก็ในเรื่องราคาสินค้าของเรามีราคาที่สูง เพราะประเทศชิลี มีประชากรที่มีรายได้ที่ไม่ค่อยสูงนักนะครับ

แล้วปัญหาประการต่อไปก็คือนักธุรกิจของประเทศไทยเรายังมีการศึกษา ข้อมูลของประเทศชิลีในเชิงลึกได้น้อยมาก แล้วก็อุปสรรคในเรื่องของค่าขนส่งซึ่งมีระยะ ทางไกลนะครับ

ประการสุดท้ายที่เราอาจจะมีปัญหาและอุปสรรค ก็คือเรื่องภาษาที่ทางการ ประเทศชิลีเขาใช้ภาษาสเปนเป็นส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้นการได้เปรียบในเรื่องของการเจรจา ธุรกิจของเราก็ยังน้อยนะครับ แต่อย่างไรก็ตาม ปัญหาและอุปสรรคก็เป็นปัญหาที่สามารถแก้ได้ โดยภาพรวมแล้วกระผมเห็นด้วยกับความตกลงการค้าเสรีระหว่างรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐชิลี และรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย ขอขอบพระคุณครับ