นคร มาฉิม หารือเรื่องการนำกรอบการเจรจาของประเทศไทยเข้าขอรับความเห็นชอบจากรัฐสภา นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการปลูกป่า การพัฒนาเกษตรอย่างยั่งยืน และการขออนุญาตใช้พื้นที่ โดยเน้นย้ำความกังวลเกี่ยวกับการใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีที่อาจทำให้เกิดการทำลายสภาพแวดล้อม และเรียกร้องให้รัฐบาลลดการใช้สารเคมีและปุ๋ยเคมี
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นผมต้องขอถือโอกาสนี้ขอบคุณท่านประธาน และท่านรัฐมนตรีที่ได้นำกรอบการเจรจาของประเทศไทยสำหรับการประชุมกรอบอนุสัญญา สหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสมัยที่ ๑๘ เข้าขอรับความเห็นชอบ จากรัฐสภาตามมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมฝาก ๒-๓ ประเด็น
ประเด็นแรก ขออนุญาตฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีในนาม ของรัฐบาลว่าอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งประเทศไทย ได้ลงสัตยาบันแล้วก็เป็นภาคีสมาชิกแล้ว เรียนถามตามข้อ ๒.๒.๘ หน้า ๓ ท่านบอกว่าสนับสนุน ข้อเสนอหรือข้อตกลงเรื่องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการทำลายป่าและการทำให้ ป่าเสื่อมโทรมในประเทศ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะขอความชัดเจนจากรัฐบาลว่ารัฐบาลมีความชัดเจนในการกำหนดพื้นที่และมี ความชัดเจนในนโยบายเรื่องป่าไม้และที่ดินอย่างไรบ้าง สภาพการณ์ในปัจจุบันประเทศ ของเราครับ ในส่วนที่มี น.ส. ๓ มี ส.ป.ก. มีโฉนด หรือกรรมสิทธิ์อื่น ๆ ที่เป็นเอกสารสิทธิ ของประชาชนนั้นผมไม่ติดใจ แต่ติดใจว่าที่ที่ยังเป็นที่ดินมือเปล่าที่ยังมีที่ทับซ้อนกับที่ป่า ที่ราษฎรได้ครอบครองได้ทำกินจนสภาพการณ์ในปัจจุบันหมดสภาพป่าไปแล้ว หลังสุดก็คือ รัฐบาลได้เคยมีมติคณะรัฐมนตรี วันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ ให้ผ่อนปรนทำกินอยู่ สภาพก็ยังคง เป็นเขตป่าสงวนอยู่ ยังคงเป็นที่ของรัฐอยู่ แต่ราษฎรได้ทำกินจนสภาพพื้นที่เป็นไร่ เป็นนา เป็นสวน เป็นที่อยู่อาศัย เป็นวัด เป็นโรงเรียน ไปจนเกือบจะหมดสิ้นแล้ว รัฐบาลมีมาตรการ ที่จะเพิกถอนเขตป่าที่ทับซ้อนที่อยู่ที่อาศัย ที่ทำกินให้กับราษฎรและมอบเป็นกรรมสิทธิ์ หรือไม่ แล้วหลังจากนั้นครับ รัฐบาลมีนโยบายในการที่จะส่งเสริมโดยนโยบายภาครัฐ โดยให้มีนโยบายในการปลูกป่าใช้หนี้ มีนโยบายในการที่จะปลูกป่าแล้วราษฎรหรือประชาชน สามารถที่จะใช้ประโยชน์ในป่าที่ตนเองได้ครอบครอง ได้ปลูก ได้สร้างขึ้นหรือไม่ เพราะถ้าเกิดว่า ให้ราษฎรปลูก แต่ปรากฏว่าห้ามตัด ไม่มีใครอยากจะปลูกครับ เหมือนที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ปลูกได้แต่ห้ามตัด ไม่ว่าจะเป็นยางพารา ไม่ว่าจะเป็นไม้สักหรืออะไรต่าง ๆ ก็บอกว่าส่งเสริม ให้ปลูก ปลูก แต่สุดท้ายแล้วก็เท่ากับว่ารัฐเหมือนกับว่าหลอกให้ประชาชนปลูกแล้วก็ยึดคืน อย่างนั้นหรือ ซึ่งถ้าเกิดว่าแบบนั้นก็ขาดการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ภาคประชาชน ก็ไม่มีแรงจูงใจที่จะปลูกป่าเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับประเทศ ขอความชัดเจนว่ารัฐบาล เอาเรื่องนี้อย่างไรในด้านนโยบาย ซึ่งถ้าเกิดว่ารัฐบาลมีความชัดเจนในด้านนโยบาย ผมเชื่อนะครับว่าภาคเอกชน ภาคประชาชนพร้อมที่จะให้ความร่วมมือในการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ให้กับประเทศ แล้วก็จำนวนพื้นที่ป่าของประเทศจะมากยิ่งขึ้น แต่ขอให้รัฐบาลกำหนด นโยบายให้ชัดเจนว่าให้ภาคเอกชน ให้ภาคประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างไร เป็นเรื่องที่ ๑
เรื่องที่ ๒ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล ในข้อที่ ๒.๒.๑๐ ประเทศไทยสนับสนุนการพัฒนาเกษตรอย่างยั่งยืน ท่านประธานที่เคารพครับ จนถึงปัจจุบัน ระบบโซนนิ่งก็ยังไม่มี การใช้พื้นที่อย่างเหมาะสมตามสภาพที่ดินและสภาพพื้นที่ก็ยังไม่เกิด ที่สำคัญที่สุดท่านประธานครับ รัฐบาลปล่อยปละละเลยให้มีการใช้ปุ๋ยเคมี ให้มีการใช้สารพิษ สารเคมี ยากำจัดวัชพืชหรือศัตรูพืชต่าง ๆ อย่างมากมายเกินขนาด เกินความจำเป็น จนไปสู่ การทำลายสภาพแวดล้อมอย่างที่ควรจะเป็น ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้น ในเรื่องมาตรการในการลดการใช้ปุ๋ยเคมี มาตรการในการลดใช้การสารเคมีต่าง ๆ รัฐบาล เอาจริงเอาจังแค่ไหน หรือว่ารัฐบาลถูกกำกับหรือว่าอยู่ใต้อาณัติหรืออิทธิพลของบริษัทยักษ์ใหญ่ ที่เป็นผู้ค้าสารเคมี ปุ๋ยเคมีที่ครอบงำอยู่ ขอความชัดเจนแล้วก็ขอคำตอบจากท่านรัฐมนตรี ด้วยนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ สุดท้ายก็คือเรื่องการขออนุญาตใช้พื้นที่ โดยเฉพาะที่สำคัญที่สุดแล้วก็เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศและอาชีพความเป็นอยู่ ของพี่น้องประชาชนก็คือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อันที่จริงผมชื่นชม ในวิสัยทัศน์ ความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ของท่านรัฐมนตรี ท่านอยู่กับป่า ท่านอยู่กับพื้นที่ และเข้าใจสภาพปัญหาพื้นที่ดี แต่สิ่งที่ผมยังมองไม่เห็นทิศทางก็คืออย่างเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตอุทยานแห่งชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ ห้ามแตะต้องใด ๆ ทั้งสิ้นเลย ทั้ง ๆ ที่ราษฎรต้องการที่จะทำฝาย ไม่ว่าจะเป็นฝายขนาดเล็กหรือว่าฝายแม้ว ฝายขนาดกลางหรืออ่างเก็บน้ำขนาดกลาง แล้วก็ฝายขนาดใหญ่ที่สามารถจะกักเก็บน้ำเอาไว้ เพื่อการเกษตร เพื่อการอุปโภคบริโภคของเกษตรกร แต่ท่านทราบไหมครับท่านประธาน แตะต้องอะไรไม่ได้ทั้งสิ้น สุดท้ายแล้วกฎหมายเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศเสียเอง ในเมื่อไม่มีน้ำพื้นที่เป็นอย่างไรครับ พื้นที่ก็ถูกไฟไหม้บ้าง ทั้งโดยตั้งใจ ทั้งโดยจงใจ ไม่ว่าจะมี ผลประโยชน์แอบแฝงอื่น ๆ แต่สุดท้ายท่านประธานครับ การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวนั้นเป็นอุปสรรคเหลือเกิน รัฐบาลมีนโยบายอย่างไรที่จะแก้ไข ปรับปรุง หรือพัฒนากฎหมายเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ และสามารถที่จะให้ทั้งประชาชน หน่วยงานของรัฐเอง เข้าไปใช้และพัฒนาประโยชน์ในพื้นที่เพื่อประโยชน์ของคนในชาติ อันนี้คือสิ่งที่อยากจะ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลเพื่อขอความชัดเจน เพื่อที่จะนำไปสู่ กรอบการพิจารณาในระดับนานาชาติ ในระดับสหประชาชาติตามที่ท่านได้ขอความเห็นชอบ จากรัฐสภาต่อไปด้วย ขอบพระคุณครับ