รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖

วิทยา อินาลา หารือเรื่องความตกลงและพิธีสารด้านเศรษฐกิจของอาเซียน และเรียกร้องการชี้แจงว่า อาเซียนจะครบ 10 ประเทศเมื่อใด

นายวิทยา อินาลา สมาชิกวุฒิสภา นครพนม

ขอบคุณครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิทยา อินาลา สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดนครพนม ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ผมก็จะมาขออภิปรายตามมาตรา ๑๙๐ ในระเบียบวาระที่หนึ่ง เรื่องของรายการความตกลงและพิธีสารด้านเศรษฐกิจของอาเซียนที่จะถูกแทนที่ภายใต้ข้อ ๙๑ (๒) ของความตกลงอาทิก้า และพิธีสารเพื่อแก้ไขความตกลงทางด้านเศรษฐกิจอื่นที่เกี่ยวข้องกับ การค้าสินค้าของอาเซียน ผมบอกว่ากรอบตรงนี้ที่รัฐบาลเอาเข้ามาให้สมาชิกรัฐสภาเรา พิจารณาตามมาตรา ๑๙๐ ผมเห็นว่าเป็นสิ่งที่ดีนะครับ เพราะทำไมครับ เพราะว่า จากที่ประเทศ ๑๐ ประเทศที่เราเป็นประชาคมอาเซียน เราบอกว่าเรามีอยู่ ๓ เสา เสาแรกก็คือประชาคมการเมืองและความมั่นคง เสาที่ ๒ ก็คือเรื่องของประชาคม เศรษฐกิจอาเซียนก็คือเออีซี เสาที่ ๓ ก็คือประชาคมสังคม วัฒนธรรมของอาเซียน แต่วันนี้ ที่เรามาคุยกันในวันนี้ว่าจะให้ความเห็นชอบตามมาตรา ๑๙๐ ก็คือในเรื่องของเสาที่ ๒ ก็คือ เรื่องของเสาอาเซียน อีโคโนมิค คอมมูนิตี (ASEAN Economic Community) ก็คือเสาเออีซี เพราะฉะนั้นผมบอกว่าการที่เราเปิดการค้าเสรีของอาเซียนมาเป็นสิบ ๆ ปีแล้วนะครับ เรามีสัญญากันหลาย ๆ สัญญา แต่ละสัญญาก็จะเป็นการแยกย่อยออกไปของใครของมัน อย่างเช่น เรื่องของกรอบที่เราพูดถึงก็คือกรอบของซีอีพีที กรอบซีอีพีทีก็คือพูดถึงเรื่องของอัตราภาษีศุลกากร ให้สิทธิเท่าเทียมกัน การให้สิทธิเท่าเทียมกันยกตัวอย่างอย่างนี้ครับท่านประธาน สมมุติว่าประเทศไทยส่งสินค้าเอ (A) ไปประเทศมาเลเซีย เราบอกว่าถ้าเราส่งไปที่ประเทศมาเลเซีย ประเทศมาเลเซียต้องให้อัตราภาษีศุลกากร ของสินค้าเอที่ผลิตในเมืองไทยนี่เป็น ๐ ประเทศมาเลเซียก็ทำนองเดียวกันสินค้าจากประเทศมาเลเซีย โปรดักท์ เอ (Product A) เหมือนกันผลิตที่ประเทศมาเลเซียส่งมาประเทศไทยก็เป็น ๐ เหมือนกัน เพราะฉะนั้นที่ผ่านมาเราตกลงกันอย่างนี้ แต่ที่ผ่านมานี้โลกเกิดการพลวัตร ข้อตกลงของอาเซียน ๑๐-๒๐ ปีมาแล้วไม่ทันสมัย เพราะฉะนั้นก็เลยมีการกำหนดกติกากันใหม่เป็นกรอบกติกาของ การค้าอาเซียนขึ้นมาใหม่ ก็คือถ้าเป็นภาษาอังกฤษก็คือ อาเซียน เทรด อิน กู๊ดส์ อะกรีเมนท์ (ASEAN Trade In Goods Agreement) หรือว่าอาทิก้า ก็คือข้อตกลงว่าด้วยการค้าสินค้า ของอาเซียน พูดง่าย ๆ คือ อาทิก้าตรงนี้นะครับ ข้อตกลงการค้าสินค้าของอาเซียนคืออะไร ถ้าเป็นง่าย ๆ ก็คือรัฐธรรมนูญ กฎหมายตัวหลักกำหนดกติกาว่าการค้าขายสินค้าของอาเซียน ๑๐ ประเทศจะต้องมีกติกาอย่างไรบ้าง เพราะฉะนั้นที่ผ่านมาก็กลับมาใช้ความตกลงการค้าสินค้า ของอาเซียนก็คืออาทิก้านะครับ อาทิก้านี่จะช่วยอย่างไรบ้าง อาทิก้าจะช่วยให้กับอาเซียนเรานี้ เราบอกว่าอาเซียนต้องเป็นซิงเกิล มาร์เก็ต (Single market) ก็คือเป็นตลาดเดียวกัน ซิงเกิล โปรดักชัน เบส (Single production base) ก็คือเป็นฐานผลิตเดียวกัน เพื่ออะไรครับ เพื่อให้เกิดการเคลื่อนย้ายสินค้าต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าบริการ สินค้าที่เป็นวัตถุดิบ การลงทุนต่าง ๆ ให้มันเกิดการเคลื่อนย้ายอย่างเสรี เมื่อมันเกิดการเคลื่อนย้ายอย่างเสรีแล้วธุรกิจของ ๑๐ ประเทศ ที่อยู่ในอาเซียนที่เป็นประชาคมอาเซียน โดยเฉพาะประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนตรงนี้ก็จะเกิดมูลค่า การค้าเพิ่มขึ้น แล้วสิ่งสำคัญที่สุด การที่เราบอกว่าเรามีข้อตกลงการค้าสินค้าอาเซียน แบบอาทิก้านี้แล้ว ก็จะมีการพูดถึงเรื่องของกฎหมายศุลกากรก็คืออัตราภาษี แล้วก็เรื่องของ ซิงเกิล วินโดว์ (Single window) ว่าจะไปอย่างไร ๑๐ ประเทศ สินค้ามันจะเคลื่อนกันอย่างไร ศุลกากรแต่ละประเทศจะมีการตรวจสอบแบบไหน สมมุติว่าส่งไปเมืองไทย ผ่านแดนไป สปป. ลาว ส่งสินค้าไปที่ประเทศเวียดนาม ศุลกากรระหว่างประเทศไทยกับ สปป. ลาว สปป. ลาวกับประเทศเวียดนาม จะมีการตกลงกันอย่างไรบ้าง เพราะฉะนั้นก็คืออาทิก้าหรือว่าข้อตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน ก็จะเป็นการอำนวยความสะดวกให้การค้ามันเกิดฟรี โฟลว์ (Free flow) มากขึ้น ลดข้อจำกัดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านของภาษีหรือด้านอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ภาษี ฉะนั้นผมคิดว่าตรงนี้ละครับ ท่านประธานครับ กฎหมายตรงนี้ ข้อบังคับตรงนี้ที่เราจะไปทำสัญญากับอีก ๙ ประเทศ ก็จะเป็นสิ่งที่ดี แต่ถามว่า ๑๐ ประเทศตรงนี้ที่เราบอกว่าปี ๒๕๕๘ จะเป็นอาเซียนเดียวกันก็คือตอนนี้ เรามีแค่ ๖ ประเทศ ยกเว้นซีแอลเอ็มวี (CLMV) ก็คือประเทศกัมพูชา สปป. ลาว ประเทศพม่า แล้วก็ประเทศเวียดนามยังไม่เข้า แต่ในกติกาของอาทิก้าเขาบอกว่า ๔ ประเทศนี้จะเข้ามา ในปี ๒๕๕๘ เป็น ๑๐ ประเทศ แต่ก็ยังมีเขียนเปิดไว้ว่าถ้าประเทศใดไม่พร้อมสามารถไปถึง ปี ๒๕๖๑ ก็ยังได้อยู่ ผมอยากเรียนถามท่านประธาน ผ่านไปยังท่านผู้มาชี้แจงว่า อาเซียนจริง ๆ เรานี่ครบ ๑๐ ประเทศ เราจะเปิดวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๘ หรือจะเปิดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๘ หรือวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๑ เพราะฉะนั้นอยากจะเรียนท่านประธานว่า เราต้องบอกให้กับภาคเอกชนได้รู้ว่าจริง ๆ แล้วมันคืออะไรกันแน่ ต้องเคลียร์ (Clear) ครับ ท่านประธาน ภาคเอกชนจะได้เดินได้ถูกต้อง ตอนนี้กติกาเราบอกว่าวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๘ แต่มีบางเสียงบางประเทศซีแอลเอ็มวี ประเทศกัมพูชา สปป. ลาว ประเทศเมียนมาร์ ประเทศเวียดนาม บางประเทศบอกว่ายังไม่พร้อม เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็อยากเรียนถาม ท่านประธานผ่านไปยังผู้ชี้แจงว่าชัด ๆ จริง ๆ มันคืออะไร จะได้ส่งสัญญาณให้กับภาคเอกชน ของประเทศไทยได้เตรียมพร้อมครับ ขอบคุณครับ