เกียรติ สิทธีอมร ระบุว่ารัฐบาลยื่นข้อเสนอการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรปไม่ครบถ้วน และไม่รายงานผลการเจรจาให้กับสมาชิกสภา พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลยื่นเอกสารประกอบการพิจารณาของสมาชิกรัฐสภา นอกจากนี้ยังหารือเรื่องความร่วมมือในการกำจัดอาวุธทำลายล้างอานุภาพสูงและเรียกร้องให้รัฐบาลยื่นเอกสารประกอบการพิจารณาของสมาชิกรัฐสภา
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภานะครับ ผมขอร่วมในการอภิปรายกรอบการเจรจา ความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยกับสหภาพยุโรปซึ่งรัฐบาลเสนอเข้ามา ก่อนอื่นคงต้อง ขอแสดงความผิดหวังเล็กน้อยนะครับ ท่านรัฐมนตรีท่านไม่ทราบว่าที่ยื่นเข้ามาไม่ครบครับ ไม่ครบตามกรอบของมาตรา ๑๙๐ และไม่ครบตามเงื่อนไขของการที่เราไปตกลงกับ สหภาพยุโรปไว้ว่าเอฟทีเอเขตการค้าเสรีนี่มันผูกโยงกับเงื่อนไขของข้อตกลงความเป็นหุ้นส่วน ระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป หรือที่เรียกย่อ ๆ ว่าพีซีเอ (PCA) ในเอกสารที่ท่านทำเสนอ สมาชิกไม่มีเรื่องพีซีเอเลยครับ แล้วท่านขอเราไปเจรจา ท่านเจรจาเสร็จเขาไม่ลงนามกับท่าน เพราะมันผูกโยงกับความตกลงความเป็นหุ้นส่วนที่กำลังเจรจาอยู่ ท่านไม่รายงานเรื่องสำคัญ เช่นนี้กับสมาชิกรัฐสภาเลยครับ แล้วท่านก็ไม่ได้มีในรายงานของท่านเลยครับว่าตอนนี้เจรจา พีซีเอไปถึงไหนแล้ว ในพีซีเอมีเรื่องสำคัญ ๆ อยู่ ๒ เรื่องที่เป็นเรื่องที่ติดขัดอยู่ ท่านรัฐมนตรี ทราบหรือเปล่าครับ เวลาท่านเสนอกรอบเข้ามาท่านทราบไหมว่ามันมีนัยสำคัญอย่างไร กับการเจรจาระหว่างประเทศ
ประการแรกครับ เรื่องการเป็นสมาชิกและการยอมรับศาลยุติธรรมระหว่าง ประเทศ เรื่องนี้ท่าทีรัฐบาลเป็นอย่างไรครับ สมาชิกรัฐสภาต้องทราบเพราะมันผูกโยงกับ การเจรจาเอฟทีเอ
เรื่องที่ ๒ ความร่วมมือในการกำจัดอาวุธทำลายล้างอานุภาพสูงหรือเวพอนส์ ออฟ แมส เดสตรัคชัน (Weapons of Mass Destruction) ท่าทีของท่านเป็นอย่างไรครับ ท่านไม่บอกรัฐสภาแห่งนี้เลยครับ แล้วท่านจะเดินหน้าไปเจรจาเอฟทีเอทั้ง ๆ ที่มันผูกโยงกับ เรื่องเหล่านี้ครับ ผมคิดว่าถ้าท่านไปตั้งตัวเสียใหม่นะครับ ถอนทางนี้ออกไปก่อนได้ไหมครับ เตรียมให้มันพร้อมจริง ๆ แล้วค่อยกลับมาให้สมาชิกรัฐสภารับทราบ อันนี้เป็นสิทธิของท่านนะครับ เดี๋ยวท่านประธานก็ต้องวินิจฉัยนะครับ เพราะว่าแม้กระทั่งการยื่นเอกสารเข้ามาถามว่า สอดคล้องกับมาตรา ๑๙๐ เต็มที่หรือยัง ผมคิดว่ายังไม่สอดคล้องนะครับ ยังไม่ครบถ้วน ถูกต้องครับ เพราะอะไรท่านประธานครับ ก่อนที่เราจะเริ่มเจรจาว่ากรอบการเจรจาจะเป็นอย่างไร กับสหภาพยุโรปมีข้อตกลงกันครับ และกระทรวงพาณิชย์เองก็รับไปดำเนินการว่า จะมีการทำที่เขาเรียกว่าสโคปิง สตัดดี (Scoping study) ศึกษาเบื้องต้นว่าถ้าทำเอฟทีเอ และเจรจาเอฟทีเอระหว่างไทยกับสหภาพยุโรปแล้วผลจะเป็นอย่างไรบ้าง ท่านก็ไม่ยื่นครับ ท่านก็ไม่ยื่นผลการศึกษาอันนี้เสร็จแล้วครับ เสร็จหมดแล้วครับทำไม ท่านไม่ยื่นให้กับสภาแห่งนี้รับทราบก่อนที่จะนำระเบียบวาระนี้เข้าสภา ถ้าผมคิดดีท่านก็บกพร่อง ถ้าคิดไม่ดีท่านปกปิดหรือเปล่าผมก็ไม่ทราบครับ แต่ท่านควรจะต้องยื่นครับท่านประธาน เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องยื่นเอกสารเหล่านี้ประกอบการพิจารณาของสมาชิกรัฐสภา เพราะมีการศึกษาแล้วทั้ง ๒ ฝ่าย ทั้งสหภาพยุโรปและทางฝ่ายประเทศไทย ไม่มีครับ ผลการศึกษาไม่มีเลยครับ ผมก็ไม่ทราบว่าถ้าเป็นอย่างนั้นมันจะสมบูรณ์ตามเจตนารมณ์ของ มาตรา ๑๙๐ หรือไม่ ถ้าเป็นผม ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ผมไม่ยื่นข้อเสนอ กรอบการเจรจามาให้รัฐสภาพิจารณาโดยไม่มีเอกสารประกอบที่ผมกล่าวถึงทั้งหมดครับ เงื่อนไขการผูกโยงกับพีซีเอถือเป็นสาระสำคัญอย่างยิ่งครับ ท่านไม่มีเลยครับ ผมขอคำตอบ ท่านรัฐมนตรีก่อนที่สมาชิกรัฐสภาทุกคนจะลงคะแนนในเรื่องนี้ ผมคิดว่าเป็นสิทธิของเขา โดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญที่จะทราบว่าเงื่อนไขที่จะผูกโยงกับกรอบการเจรจาเอฟทีเอ ไทย-อียูนั้นมันมีอะไรบ้าง และท่าทีของรัฐบาลในเรื่องสำคัญ ๆ ๒ เรื่องที่ผมพูดถึงมีท่าที อย่างไรบ้าง เมื่อไปดูในสาระครับท่านประธาน ผมก็ต้องขอแสดงความผิดหวังอีกข้อหนึ่ง เพราะว่าในระหว่างรัฐบาลชุดที่แล้วที่มีท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ผมเป็น คนไปเจรจาเองกับคณะของสหภาพยุโรป ท่านรัฐมนตรีทราบไหมครับกรอบการเจรจา ที่เขาเสนอมายังประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้วมีเนื้อหาไม่ตรงกับที่ท่านเสนอครับ ที่ท่านเสนอมีหลายข้อที่ท่านเสนอเกินกว่าที่เขาเรียกร้องและไม่เป็นประโยชน์กับประเทศไทย กลับกันเป็นโทษกับประเทศไทย เดี๋ยวผมจะชี้นะครับว่ามันมีข้อใดบ้าง และวิธีการเขียน ของท่านในกรอบนี้มีช่องโหว่มากมายเลยที่จะทำให้ประเทศไทยไม่สามารถไปเจรจา ในรายละเอียดเรื่องที่เป็นปัญหากับประเทศไทย ณ วันนี้ได้เพราะท่านเขียนไม่ถูก วิธีเขียน หัวข้อของท่านก็เขียนไม่ถูก น่าเป็นห่วงครับ ผมจะไล่เป็นรายกรณีไปนะครับ ประการแรก หมวดค้าสินค้า ผมไล่ไปเลยนะครับท่านรัฐมนตรีช่วยฟังเป็นประโยชน์ครับ ผมไม่มีอคติ กับท่านนะครับ ผมอยากเห็นประเทศไทยเจรจาเรื่องนี้อย่างรอบคอบและมีประสิทธิภาพ และได้ผลที่เป็นประโยชน์กับคนไทยทุกคนครับ
ประการแรก ท่านบอกให้มีการลดหรือยกเลิกอากรศุลกากร อันนี้ไม่ผิดอะไร ถูกต้อง แต่ค่าธรรมเนียมครับ มีด้วยหรือครับ ค่าธรรมเนียมประเทศไทยมันแพงไปหรือครับ ตามกรอบดับเบิลยูทีโอมีไหมครับเรื่องค่าธรรมเนียม ท่านจะไปต่อรองค่าธรรมเนียม เขาหรือเปล่า แล้วค่าธรรมเนียมของประเทศไทยโดนต่อรองหรือเปล่า ค่าธรรมเนียมของ ประเทศไทยนี้ปรากฏอยู่ในกฎหมายคนละฉบับนะครับ ท่านใส่เข้าไปได้อย่างไร ผมไม่เข้าใจ ตรงนี้ผมงงมาก แล้วเฉพาะด้วยนะครับที่เรียกเก็บจากสินค้านำเข้า ผมขออนุญาต ท่านประธานนะครับ ผมคงต้องใช้เวลาสักนิดหนึ่งแต่เป็นประโยชน์ครับ เรียกเก็บจาก สินค้านำเข้าไม่ระบุด้วยของประเทศไหน ของทั้ง ๒ ประเทศหรือเปล่า หรือเฉพาะประเทศไทย แล้วค่าธรรมเนียมมันเกี่ยวอะไรกับอากร เกี่ยวอะไรกับหลักขององค์การการค้าโลกครับ ท่านรัฐมนตรีผมงงมาก เหมือนคนที่เขียนไม่มีความชำนาญในเรื่องการเจรจาการค้า ระหว่างประเทศเลยครับ
เรื่องที่ ๒ ในหมวดการค้าสินค้า เน้นลดภาษีสินค้าไทยมีศักยภาพส่งออก โดยให้มีความสมดุลระหว่างสินค้าเกษตรและสินค้าอุตสาหกรรม เขียนทำไมครับ ท่านทราบดี อยู่แล้วว่าปัญหาสินค้าเกษตรส่งเข้าสหภาพยุโรปทั้งหมดปัญหาคือเรื่องการอุดหนุน ไม่มีปัญหาเรื่องภาษีนำเข้าเลยครับ แต่ท่านไม่ระบุสักนิดเลยเรื่องการอุดหนุนภาคเกษตร ทำไมล่ะครับ เรื่องนี้เป็นประโยชน์ของเกษตรกรคนไทยล้วน ๆ เรื่องการอุดหนุนภาคเกษตร ไม่ใส่เลยครับ ท่านไม่ใส่ครับ แล้วท่านอธิบายให้ผมฟังหน่อยครับว่าความสมดุลระหว่าง สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมทำอย่างไร ท่านประธานครับ รัฐมนตรีใช้วิธีไหน หลักไหน วิชาการอะไรในการที่สร้างความสมดุลระหว่าง สินค้าเกษตรและสินค้าอุตสาหกรรม ไม่เคยเห็นครับ ช่วยอธิบายทีครับ บอกบุญก็ได้ครับ ไม่เคยมีการเจรจาระหว่างประเทศสร้างความดุลอย่างนี้ครับ มันเป็นเรื่องผลประโยชน์ แต่ละรายการที่ท่านจะมีความสามารถในการที่จะไปเจรจาให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศไทย ท่านเขียนไว้ว่า ให้มีการลด เลิกมาตรการอุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีให้มากที่สุด กว้างมากเลยครับ ทำไมท่านไม่เขียนล่ะครับ อุปสรรคทางการค้าต้องไม่เกินกับประเทศ ที่เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ท่านทราบหรือเปล่าครับว่าประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป มีสิทธิพิเศษมากกว่าประเทศนอกสหภาพยุโรป เรากำลังไปเจรจาเป็นสมาชิกกับเขา ท่านไม่มี เป้าหมายในกรอบการเจรจาเลยครับ แล้วที่เคยเรียกร้องและพูดคุยกับคณะคู่เจรจา ของสหภาพยุโรป ผมทำความเข้าใจกับเขาไว้แล้วนะครับว่าเราจะเรียกร้องไม่น้อยกว่าสิทธิ ที่ควรจะพึงได้โดยประเทศสมาชิกของสหภาพยุโรป ท่านเขียนอ่อนลงครับ ประเทศไทย เสียประโยชน์ เขียนอย่างนี้ประเทศไทยเสียประโยชน์ อันนี้เจรจาเพื่อเขาไม่ได้เจรจาเพื่อเราครับ
ประการที่ ๒ ในหมวดของพิธีการศุลกากรและการอำนวยความสะดวกทางการค้า เป้าหมายท่านคืออะไรครับ ท่านเขียนกว้าง ที่เราคุยกันไว้และเขาก็เห็นด้วย เห็นชอบในหลักการ ก็คือการยอมรับมาตรฐานของไทย และมาตรฐานของสหภาพยุโรปยอมรับซึ่งกันและกัน หมายความว่าอย่างไรครับ ตรวจในประเทศไทยแล้วไม่ต้องไปตรวจซ้ำในสหภาพยุโรป ตรวจในสหภาพยุโรปไม่ต้องมาตรวจซ้ำในประเทศไทย ท่านก็ไม่ได้เขียนอีก อันนี้เป้าหมาย ของท่านคืออะไรท่านเขียนอย่างนี้กว้างมากเลยครับ เขียนแบบพูดอีกก็ถูกอีกแต่ไปปฏิบัติ ทำอะไรก็ได้มันก็สอดคล้องกับที่ท่านเขียนครับ อย่างนี้ไม่ได้เรียกเป้าหมายของการเจรจาครับ ถ้าเป็นมือเจรจาระหว่างประเทศเขาบอกเขียนอย่างนี้หน่อมแน้มครับท่านประธาน ไม่มีเป้าเลยครับ และประเทศไทยสภานี้จะไว้ใจให้ท่านไปเจรจาโดยท่านไม่กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนของ การเจรจาให้สมาชิกรัฐสภาทราบได้อย่างไรครับ ขอความชัดเจนนะครับ
๕.๓ กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า กว้างเหมือนกันครับ ผมถามท่านนิดนะครับ ตอนนี้ท่านก็ทราบอยู่แล้วอาเซียนมีกรอบหนึ่ง ของอาเซียนเองนะครับ อาเซียน ๑๐ ประเทศ ตอนนี้อาเซียน-ญี่ปุ่นมีอีกกรอบหนึ่ง อาเซียน-จีนมีอีกกรอบหนึ่ง อาเซียน-เกาหลีก็มีอีกกรอบหนึ่ง อาเซียน-อินเดียก็มีอีกกรอบหนึ่ง ท่านจะไปสหภาพยุโรปท่านจะเดินด้วยวิธีไหนครับ ท่านจะทำ กฎเรื่องถิ่นกำเนิดสินค้ากี่กรอบครับ ถ้าท่านทำมากกรอบเอกชนใช้ประโยชน์ไม่ได้ครับ ถ้าท่านบอกว่าในเมื่อสหภาพยุโรปเคยเจรจากับอาเซียนมาแล้วแต่ติดขัดด้วยประเทศสมาชิก บางประเทศ ทำไมท่านไม่ใช้กรอบถิ่นกำเนิดสินค้าของอาเซียนเป็นหลัก ทำอย่างนั้นได้ไหมครับ เป็นประโยชน์ไหมครับ ผมคิดว่าเป็นนะครับ ไม่อย่างนั้นท่านก็ไปเจรจา แล้วจริง ๆ วาระไซเตส ที่เข้าสภาเมื่อสักครู่นี้เป็นส่วนหนึ่งของการเจรจาเอฟทีเออันนี้ก็ได้ครับ แต่เผอิญทำคนละ กระทรวงก็เลยเสนอแยก และผมก็ยังไม่รู้เลยครับว่าแต่ละกระทรวงจะเจรจาไปทิศเดียวกัน หรือเปล่า เรื่องนี้เป็นเรื่องนโยบายของรัฐบาลไม่ใช่นโยบายของกระทรวง เพราะฉะนั้น ทั้ง ๒ กระทรวงไปเจรจากับสหภาพยุโรปเหมือนกัน ต้องไปในทิศทางเดียวกันและมี ยุทธศาสตร์ร่วมกัน ที่ผมฟังมาเมื่อสักครู่นี้เผอิญผมไม่สามารถมาพูดได้มีอุบัติเหตุเล็กน้อย ผมยังไม่ได้ยินความสอดคล้องในเชิงยุทธศาสตร์ของการเจรจากับสหภาพยุโรปของ ทั้ง ๒ กระทรวงเลยครับ ตรงนี้น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง ถิ่นกำเนิดสินค้าถ้าเจรจาไม่ดีเอกชน ใช้ประโยชน์ไม่ได้เลยครับ เอกชนใช้ประโยชน์ไม่ได้
๕.๔ มาตรการเยียวยาทางการค้ามีมาตรการปกป้อง และท่านเขียนไว้ การเยียวยาภาคเกษตรอุตสาหกรรมในประเทศที่ได้รับผลกระทบอย่างร้ายแรง ช่วยอธิบายครับ ผลกระทบที่ร้ายแรงกับไม่ร้ายแรงท่านจะช่วยกลุ่มไหนก่อน อะไรที่เรียกว่าร้ายแรง อะไร ที่เรียกว่าไม่ร้ายแรง อะไรที่เรียกว่ากระทบและต้องทำตามมาตรา ๑๙๐ อะไรที่บอกว่ากระทบแต่ผมไม่ต้องทำอะไรเลยมีไหมครับ ประชาชนจะได้เข้าใจครับว่า ท่านจะเยียวยากลุ่มไหนบ้าง ที่สำคัญท่านเอาเรื่องมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน ไปอยู่ในหัวข้อมาตรการเยียวยาทางการค้า ท่านเจ๊งครับ มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด กับเรื่องการเยียวยาทางการค้าเป็นหมวดเดียวกันหรือครับ ตอบโต้การทุ่มตลาดถือเป็น ส่วนหนึ่งของการเยียวยาทางการค้าหรือครับ ท่านผิดนะครับ เพราะว่าท่านไปอ่านกฎหมาย การตอบโต้การทุ่มตลาดให้ดีครับ วัตถุประสงค์ของการตอบโต้การทุ่มตลาดไม่ใช่เป็น การเยียวยาครับ ผิดนะครับ พอท่านไปใส่รวมกันสร้างปัญหาทันที เพราะว่าเวลาท่านเริ่ม ไปเจรจา ผมไม่ทราบท่านเคยเจรจาหรือไม่ แต่เมื่อท่านเริ่มเจรจาในหมวดของการเยียวยา ท่านจะเอาอะไรไปพูดละครับเรื่องตอบโต้การทุ่มตลาด แล้วมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด ท่านประธานคงไม่ทราบ ประเทศที่เป็นสมาชิกของสหภาพยุโรปเขาเขียนไว้ชัดเจนนะครับ ถ้าคุณเป็นสมาชิกผม คุณเป็นเพื่อนผม ผมเชื่อว่าคุณมีระบบบัญชีที่ดี ผมเชื่อว่าคุณไม่ขาย ต่ำกว่าทุน ผมจะไม่ใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด แล้วทำไมล่ะครับ เรากำลังจะไปเจรจา กับเขาทำไมต้องมีเขียนอย่างนี้ หมวดนี้ แล้วไปอยู่หมวดผิดด้วยครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านเข้าใจในสิ่งที่กำลังทำอยู่หรือเปล่า ผิดหมวดนะครับ แล้วมันทำให้เวลาไปเจรจาผู้เจรจา จะมีปัญหานะครับ
ต่อไปครับ มาตรการปกป้องด้านดุลการชำระเงิน ข้อนี้ครับ ข้อเสนอของ สหภาพยุโรปที่ส่งมาตอนที่ผมอยู่ในรัฐบาล ไม่มีครับ ท่านใส่ไปทำอะไรครับ ท่านจะให้เขามา แทรกแซงกรณีมีปัญหาดุลชำระเงินหรือครับ ท่านใส่ข้อนี้ไปทำอะไรครับ ในกรอบอื่น ๆ ไม่มีข้อนี้ครับ ผมไม่ทราบครับ ขอเหตุผลชัดเจนครับ ๕.๖ ๕.๗ ประมาณเดียวกันเลยครับ ท่านประธานครับ ๕.๖ พูดถึงเรื่องมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช ๕.๗ อุปสรรค ทางเทคนิคต่อการค้า จริง ๆ หัวข้อใหญ่ของท่านที่ท่านจะต้องระบุในกรอบการเจรจาก็คือ การกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี แล้วท่านก็ต้องเอามาตรฐานสุขอนามัย สุขอนามัยพืช ไปใส่เป็นข้อย่อย ท่านต้องเอาอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้าไปใส่เป็นข้อย่อย ท่านต้องเอา เรื่องตอบโต้การทุ่มตลาดไปใส่เป็นข้อย่อย ท่านตั้งหัวข้อผิดนะครับ ผลคืออะไรครับ ถ้าท่าน ตั้งหัวข้ออย่างนี้ผลก็คือว่าถ้าท่านเขียนแล้วตกลงตามกรอบนี้นะครับ ท่านจะไม่สามารถเจรจา การมีมาตรการที่เป็นอุปสรรคทางการค้าที่ไม่ได้เขียนไว้ในกรอบการเจรจา ท่านเจรจาเรื่องอื่น ไม่ได้เลยครับ ท่านเจอปัญหาการกีดกันโดยใช้แรงงานก็ดี สิ่งแวดล้อมก็ดี และปัญหาทางเทคนิคก็ดี ท่านไม่สามารถเจรจาได้เลยครับ ท่านเขียนอย่างนี้ไม่ถูกครับ ทำให้ประเทศไทยเจรจาได้ ๒ เรื่องครับ สุขอนามัยพืช สุขอนามัยสัตว์ และปัญหาอุปสรรคเทคนิคต่อการค้าเท่านั้นครับ เรื่องอื่นเจรจาไม่ได้ครับ ท่านประธานครับ ผมว่าเรื่องใหญ่นะครับ กรอบที่เสนอมานี่ เราเจรจาได้ไม่ครบถ้วนที่เป็นประโยชน์กับประเทศไทยครับ
ต่อมานะครับ ค้าบริการ ท่านเขียนในข้อย่อยข้อที่ ๑ บอกว่าเปิดเสรีทางการค้า ภาคบริการอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่พอข้อ ๒ ท่านบอกว่าสาขาไหนมีศักยภาพจะเปิดให้ ผมถามท่านง่าย ๆ สั้น ๆ นะครับ ท่านจะแก้กฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๔๒ หรือไม่ครับ จะแก้ไหมครับ เพราะจริง ๆ แล้วภาคบริการระบุในบัญชี ท้ายบัญชีที่ ๓ (๒๑) ผมจำขึ้นใจครับกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งหมายความว่าอย่างไรครับ มันเปิดอยู่แล้วครับ ท่านรัฐมนตรีเข้าใจประเด็นนี้หรือเปล่า กฎหมายเขียนเปิดให้อยู่แล้วครับ (๒๑) คือการค้าภาคบริการทุกสาขาครับ เปิดให้อยู่แล้ว ถ้าต้องการที่จะมายื่นคำขอ และเป็นผู้ถือหุ้นมากกว่ากึ่งหนึ่งทำได้ไหมครับ ทำได้ครับ เปิดอยู่แล้วครับ ตรงนี้ถึงแม้เป็นกรอบการเจรจาท่านต้องระบุครับว่าเซกเตอร์ (Sector) ไหนบ้าง ธุรกิจบริการไหนบ้างที่ท่านอยากที่จะไปเจรจาให้เขา แล้วผมเชื่อนะครับ ที่ท่านอ้างว่าไปทำประชาพิจารณ์นี่ไม่ได้มีการระบุสาขาที่ชัดเจนว่าท่านจะไปแลกกับเขาคือ สาขาไหนครับ แล้วท่านก็ยังไม่เคยทำการศึกษาว่าถ้าผมไปเปิดสาขานี้ สาขานั้นจะมีผลกระทบ กับใคร อย่างไรบ้าง และรัฐบาลต้องเยียวยากลุ่มเหล่านั้นอย่างไร ไม่มีครับ แต่ที่น่าตกใจ ไปกว่านั้นในหมวดนี้ครับท่านประธาน สิ่งที่เป็นประโยชน์สำหรับประเทศไทยอย่างยิ่งกับ พี่น้องคนไทย พี่น้องแรงงานไทย ท่านเขียนกันไว้ให้เจรจาไม่ได้ เพราะท่านเขียนไว้ว่าอย่างไรครับ ให้เปิดเสรีบุคลากรที่มีฝีมือทุกระดับ แรงงานไม่ได้ครับ แล้วแรงงานไทยที่ทำงานในสหภาพยุโรป ท่านช่วยเขาไหมครับ แรงงานไทยตอนนี้ทำงานในสหภาพยุโรปไม่น้อยนะครับ ท่านจะช่วยเขา หรือเปล่าครับ จริง ๆ นะครับท่านประธานตอนที่ผมไปเจรจาไว้ผมบอกว่าต้องการให้เปิดตลาด ให้แรงงานไทยให้มีการออกใบอนุญาตทำงานด้วยความสะดวกรวดเร็ว มีโควตาที่ชัดเจน และสอดคล้องกับความต้องการของตลาดของเขา เขาตอบตกลงแล้วครับท่านประธาน แต่ผมดูในกรอบการเจรจาผมไม่เห็นครับ ทำไมล่ะครับ ท่านรัฐมนตรีไปเอาตรงนี้ออกทำไมครับ ท่านทราบไหมครับวันนี้คนทำธุรกิจสปา (Spa) ของคนไทยในประเทศอิตาลีไปขอใบอนุญาต ทำงานใช้เวลานานเท่าไรท่านรัฐมนตรีทราบไหมครับ ๓ ปีกว่าจะออกใบอนุญาตทำงานครับ คือพูดง่าย ๆ ต้องอยู่อย่างผิดกฎหมาย ๓ ปีครับ ทำไมท่านไม่เอาเรื่องนี้เป็นวาระที่จะต้องเจรจา ในสหภาพยุโรปมีหลายกรณีที่เขาจ้างแรงงานภาคเกษตรไปเก็บผลผลิตการเกษตรเป็นช่วง ๆ ๒ เดือน ๓ เดือน คนไทยชอบที่จะไปได้เงินดี ทำไมไม่เจรจาเพื่อทำให้มันถูกกฎหมาย และมีความสะดวก แต่ท่านกลับไปเขียนว่าเฉพาะแรงงานมีฝีมือเท่านั้น ท่านจะไปอยู่เองหรือครับ แล้วแรงงานไทยล่ะครับ ตรงนี้ผมคิดว่าท่านผิดพลาดนะครับ แล้วผมเปิดประเด็นคุยกับ ผู้เจรจาการค้าของสหภาพยุโรปไว้แล้ว เขาบอกเขาพร้อมที่จะเจรจากับประเทศไทยในเรื่องนี้ แต่ท่านกลับไม่เขียนนะครับ มาเรื่องการลงทุนครับ ก่อนที่ท่านจะไปเจรจาการลงทุน ผมต้องถามท่านก่อนว่าท่าทีของประเทศไทยกับสนธิสัญญาไมตรีและความสัมพันธ์ ทางเศรษฐกิจไทย-สหรัฐอเมริกาเป็นอย่างไรครับ ท่านจะเอาอย่างไรครับ ถ้าเรื่องนี้ ท่านไม่ทำให้สำเร็จ ท่านไม่มีท่าทีที่ชัดเจนว่าท่านจะเดินอย่างไรในเรื่องสนธิสัญญาไมตรี และความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจไทย-สหรัฐเอมริกา ท่านเดินเข้าห้องเจรจากับสหภาพยุโรป ท่านซวยเลยครับ ท่านเจ็บตัวครับ เพราะเขาจะเรียกร้องสิ่งที่ประเทศไทยให้กับสหรัฐอเมริกา เป็นกรณีพิเศษให้เทียบเท่า ท่านจะเดินอย่างไร ท่านเขียนอย่างนี้ครับ แล้วเหมือนกันเลยครับ เอาเฉพาะบุคลากรมีฝีมือทุกระดับของประเทศไทย แรงงานไทยไม่เอาแล้ว ท่านไม่ช่วยแล้ว ตรงนี้ ผมคิดว่าเป็นปัญหาอย่างยิ่ง
ข้อ ๕.๙.๖ ผมไม่ทราบว่าข้อนี้มาจากไหนเลยครับท่านประธาน ระหว่างที่ ผมเจรจากับเขานั้นจดหมายที่เขายื่นมาให้ผมอย่างเป็นทางการไม่มีข้อนี้ ผมห่วงอย่างไรครับ ท่านประธาน ข้อนี้จะเป็นข้อที่ทำให้เขามาเจรจาและกระทบต่อความเป็นเอกราชของ การดำเนินนโยบายการเงินการคลังของประเทศไทยครับ ท่านเขียนนะครับ ให้รักษาสิทธิ ทางการในการใช้มาตรการที่จำเป็นเพื่อรักษาเสถียรภาพทางระบบการเงิน การธนาคาร การเคลื่อนย้ายเงินทุน อัตราแลกเปลี่ยน และสิทธิในการใช้มาตรการเพื่อป้องกันความเสียหาย ที่อาจจะเกิดขึ้นในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ที่อาจกระทบต่อดุลชำระเงิน มาจากไหนครับ มีเอฟทีเอฉบับไหนในโลกที่มีข้อความเหล่านี้บ้างครับท่านประธาน ประเทศไทยเซ็นเอฟทีเอ มาไม่รู้กี่ฉบับไม่เคยมีข้อนี้นะครับ รัฐมนตรีเอามาจากไหนครับ แล้วกระทบต่อนโยบายของรัฐหรือเอกภาพของรัฐในการดำเนินนโยบายการเงินการคลังอย่างไรบ้าง เขียนมันฟังดูง่ายครับแต่อันนี้เปิดช่องหรือเปล่าให้เขาแทรกแซงนโยบายการเงินการคลัง ของประเทศ เรื่องใหญ่นะครับท่านประธาน เรื่องใหญ่จริง ๆ ครับ ในข้อการลงทุนมันมีข้อหนึ่ง ที่ไปโยงกับเรื่องการระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐ
ข้อ ๕.๙.๕ พูดถึงเรื่องอนุญาโตตุลาการ เพื่อนสมาชิกอธิบายบางมุมมองไปแล้ว ผมกราบเรียนท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีทราบหรือเปล่าครับว่าเอกชนทำสัญญากับรัฐ ในประเทศฝรั่งเศส หรือรัฐวิสาหกิจในประเทศฝรั่งเศส และบางประเทศใหญ่ในสหภาพยุโรป เขาห้ามใช้อนุญาโตตุลาการ ท่านทราบหรือเปล่าครับ ห้ามใช้ครับ เป็นกฎหมาย แล้วท่าน เขียนไปอย่างนี้ การระงับข้อพิพาทระหว่างเอกชนหรือรัฐมันไม่จำเป็นเฉพาะจะต้องเป็นเรื่อง การลงทุนอย่างเดียว การระงับข้อพิพาทมันอาจจะเป็นเรื่องการค้าก็ได้แต่ท่านไปใส่อนุญาโตตุลาการ ในหมวดการลงทุนอย่างเดียวแล้วทะเลาะกันทางการค้า ระงับอย่างไรครับข้อพิพาท ในขณะที่ เรื่องการลงทุนเป็นเรื่องสัญญาสัมปทานหรือการลงทุนในประเทศ ถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับภาครัฐ เขามีข้อยกเว้นท่านไม่เขียนนะครับ ท่านเดินอย่างนี้ท่านไม่เข้าใจว่าสหภาพยุโรปเขามีกฎกติกา มารยาทอย่างไร แล้วการระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐเขียนไว้ครับที่ยอมรับโดยสากลเอาให้มันชัด ท่านจะเอาอะไรครับ ยอมรับโดยสากลมีเยอะครับ จะเอาอะไรแน่ เวลารัฐมีความขัดแย้งระหว่างกัน ท่านจะเอาวิธีไหนครับ จะไปอังซิทรัล (UNCITRAL) จะไปไอซีซี (ICC) จะไปยูเอ็น จะไปไหนครับ เอาให้ชัดนะครับ เพราะไม่เช่นนั้นผมก็ไม่ไว้ใจให้ท่านไปเจรจาให้ผม เพราะผมไม่รู้ว่าธงของท่าน คืออะไรแล้วประเทศไทยจะเสียประโยชน์หรือเปล่า
ในข้อ ๕.๑๑ เรื่องใหญ่ครับท่านประธาน เรื่องทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อนสมาชิกบางคนพูดไปแล้ว ผมอยากย้ำกับท่านอย่างนี้ที่ผมไปเจรจาไว้นะครับ แล้วเขาก็ยืนยันตกลงตามนั้น ท่านประธานครับ เราบอกว่าเราจะไม่เจรจาในกรอบที่เกินกับ ข้อตกลงขององค์การการค้าโลกไม่เอาที่เกิน ในนี้ใส่ไว้ ๒-๓ เรื่อง เรื่องแรกบอกสอดคล้อง ท่านรัฐมนตรีเข้าใจความหมายของคำว่า สอดคล้อง ว่าต่างกับคำว่า ไม่เกิน อย่างไรไหมครับ สอดคล้องนี่ทุกท่านเถียงกันเอาตายเลยครับ หลักการสอดคล้องได้ แต่จำนวนปีที่คุ้มครอง เงื่อนไขของการคุ้มครองอาจจะไม่เหมือนกันก็ได้ครับ ท่านเขียนอย่างนี้ท่านเจ๊งนะครับ ประเทศไทยเจ๊งครับ คนเจรจาลำบากใจครับ ท่านต้องเขียนว่า ต้องไม่เกินข้อตกลง องค์การการค้าโลก เขียนอย่างนั้นได้ประโยชน์อย่างไรบ้างครับท่านประธาน ตอนนี้ประเทศใหญ่ ๆ พยายามไปเจรจาทวิภาคี พยายามไปเจรจาในกรอบภูมิภาคเพราะอะไรครับ เพราะไม่ต้องการ เดินเข้าสู่เวทีองค์การการค้าโลก เพราะอะไรครับ เพราะไม่ต้องการไปคุยเรื่องสิทธิทรัพย์สิน ทางปัญญากับเวทีองค์การการค้าโลก เพราะเขาเสียเปรียบ แล้วผมไปเจรจากับเขา เขาทราบดีครับว่าเราจะไปไม่เกินข้อตกลงขององค์การการค้าโลก เขาทราบดีและเขาก็เห็นด้วย เรากลับมาเขียนในกรอบว่าสอดคล้อง เจ๊งนะครับท่านประธาน คนไปเจรจาสอดคล้องนี่ เจ๊งเลยนะครับ โอกาสที่จะไปเจรจาแล้วต้องให้การคุ้มครองเกินกว่ากรอบขององค์การ การค้าโลกมีสูงมาก รัฐมนตรีไปเจรจาเองหรือเปล่า เดินยากเรื่องนี้เรื่องใหญ่ครับท่านประธาน จริง ๆ แล้วทั้งหมดที่ผมอภิปรายมาเดี๋ยวยังมีอีก ๒-๓ ข้อ ผมอยากให้ท่านรัฐมนตรีอาจจะต้อง พิจารณาถอนเรื่องนี้ไปไปทำใหม่ให้ดี ท่านต้องการความช่วยเหลือ ผมยินดี ผมเล่าให้ฟัง ได้หมดเลยว่าผมไปคุยอะไรกับใครแล้วเขาตกลงกับผมอย่างไร แต่ที่ท่านเขียนมา ไม่น่าจะถูกต้องครับ ประเทศไทยเสียประโยชน์
๒ หมวดครับ ความโปร่งใสและการแข่งขันเขียนไว้ดีครับ ท่านรัฐมนตรีก็เตรียม ไว้ด้วยนะครับ เดินเข้าห้องประชุมเขาจะถามท่านรัฐมนตรีว่า ตั้งแต่เป็นรัฐบาลมาท่านประชุม คณะกรรมการแข่งขันทางการค้าไปกี่ครั้ง แล้วท่านก็จะตอบเขาว่าไม่ได้ประชุมเลย เขาก็บอกว่า แล้วคุณจะมาเจรจาอะไรกับผม มีกฎหมายท่านไม่บังคับใช้ ไม่ประชุม แล้วถ้าเป็นอย่างนั้น จะเป็นอย่างไร แล้วท่านทราบหรือไม่ครับว่าปัญหาเรื่องการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมในสหภาพยุโรป มีอะไรบ้าง ถ้าท่านไม่ทราบครับ เดินไปหาสถานทูตไทยที่เบลเยียม ที่บรัสเซลส์ เขาอธิบาย ให้ท่านได้ดีเลยครับว่าปัญหาของการค้าที่ไม่เป็นธรรมในสหภาพยุโรปแม้กระทั่งในกิจการ โทรคมนาคมนี้ ท่านประธานทราบไหมครับ บ้านหลังหนึ่งอยู่ถนนหนึ่ง เขยิบไป ๑๐๐ เมตร ค่าใช้จ่ายในการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตผิดกัน ๑๐ เท่าครับ ท่านรัฐมนตรีทราบไหมครับ ท่านรัฐมนตรีจะเอาประเด็นนี้ไปเจรจาไหมครับ เรื่องนี้เรื่องใหญ่ครับ
การค้าและการพัฒนาที่ยั่งยืน ท่านเขียนไว้นี่เป็นหมวดสุดท้ายที่ผมจะพูด ท่านเขียนไว้มีทั้งกรณีที่ไม่มีความชัดเจนและมีทั้งกรณีที่เป็นการปฏิบัติของฝ่ายไทยฝ่ายเดียว เขียนไว้ทำไมครับ การค้าและการพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นกรอบกว้างต้องปฏิบัติได้ทั้ง ๒ ประเทศ คู่เจรจา ทั้ง ๒ คู่เจรจา ทั้ง ๒ ฝ่ายครับ ทำไมข้อ ๔.๑๕.๓ การปฏิบัติตามพันธกรณีข้อตกลง ด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศที่ไทยเป็นสมาชิกในปัจจุบันและอนาคตทำไมอียูไม่ต้องทำ ล่ะครับ ท่านเห็นไหมครับ ทำไมไปเขียนล็อก (Lock) ประเทศไทยฝ่ายเดียวครับ สหภาพยุโรป ไม่ต้องทำ ผมว่าท่านต้องไปดูใหม่แล้วนะครับ ท่านรัฐมนตรีดูเองหรือเปล่าผมไม่ทราบ ดูเองแล้วท่านปล่อยออกมาให้มีการผูกมัดฝ่ายเดียวของประเทศไทยเสียเปรียบอย่างเต็มที่ ได้อย่างไรครับ ท่านอ่านให้ดีสิครับ ผมไม่ทราบว่าท่านอ่านทั้งหมดหรือเปล่า ผมอ่าน ทุกคำพูดครับ แล้วในข้อ ๑ ก็บอกว่า ให้ใช้กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ กฎหมายในประเทศ ที่มีอยู่ เปิดโอกาสให้กำหนดมาตรฐานสิ่งแวดล้อมภายในประเทศเพิ่มเติมในอนาคตก็ได้ ท่านทราบไหมครับ ณ วันนี้มาตรฐานสิ่งแวดล้อมของสหภาพยุโรปมีหลายกรณีที่เป็น การกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี มีครับ แต่ท่านก็บอกว่าผมเห็นด้วยกับท่านเขียนไปเลย แต่มาเขียนให้ตัวเองสบายใจอีกนิดในข้อ ๒ บอกว่า จะไม่เอามาตรฐานแรงงานสิ่งแวดล้อม แล้วก็การเปลี่ยนแปลงภาวะอากาศโลกมาเป็นเครื่องมือกีดกันทางการค้า มันขัดแย้งกันไหมครับ ๒ ข้อนี้ท่านจะเอาอย่างไรแน่ครับ จริง ๆ มันต้องเขียนรวมกันแล้วต้องเป็น ๒ ประโยค ที่เชื่อมโยงกันและเป็นเงื่อนไขต่อกัน ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะมีการออกกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กับสิ่งแวดล้อมทางด้านสังคม สิ่งแวดล้อม แรงงาน ภาวะโลกร้อน เขียนไปอย่างไร ต้องทำตามกรอบไหน ต้องไม่เกินกรอบไหน ต้องเป็นกรอบพหุภาคีประเทศไทยถึงจะได้ ประโยชน์มากที่สุด และในขณะเดียวกันมาตรการที่คุณออกแบบมาใช้ก็ต้องไม่เป็นการกีดกัน ที่ไม่ใช่ภาษี ท่านต้องผูกโยงกันครับ ท่านรัฐมนตรีฟังแล้วไม่สบายใจเดินออกไปนอกห้องเลย ก็ไม่เป็นไรครับ ผมคิดว่าผมเกือบหมดแล้วครับ
ข้อสุดท้าย ส่งเสริมการปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบภายในด้านแรงงาน ที่บังคับอยู่ของแต่ละฝ่าย ก็ในเมื่อที่ผมเล่าให้ฟังครับ แรงงานไทยในปัจจุบันมีปัญหา อย่างมากในสหภาพยุโรปท่านไม่พร้อมจะเจรจาเลย ท่านบอกว่าผมเห็นด้วยกับนโยบาย แรงงานของท่านและกฎหมายที่ท่านใช้อยู่ เจ๊งสิครับ แรงงานไทยยืนตรงไหนครับท่านประธาน ท่านประธานเห็นไหมครับ นี่ผมอ่านแบบเร็วมากเลยผมใช้เวลาอ่าน ๒๐ นาที ผมยังเห็น เยอะขนาดนี้เลยครับ ถ้าท่านประธานฟังด้วยใจที่เป็นกลางท่านประธานลองคิดดูสิครับว่า สิ่งที่เป็นข้อบกพร่องของรัฐบาลในการยื่นกรอบการเจรจาฉบับนี้มาให้รัฐสภาเป็นผู้พิจารณานั้น ยังขาดความสมบูรณ์ ถี่ถ้วน รอบคอบอีกมาก ผมวิงวอนนะครับ ถ้าผมเป็นรัฐมนตรี ฟังกันขนาดนี้แล้วเป็นผมผมถอนครับ ไปเตรียมให้ดีแล้วกลับมาเจรจากันใหม่ กลับมา เข้าสภาใหม่ ผมพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือรัฐมนตรีนะครับ ถ้าท่านไม่คุ้นเคยเรื่องนี้ ผมยินดีครับ แต่สิ่งที่ท่านเสนอเข้ามาผมคิดว่าถ้าเดินหน้าตามนี้จะทำให้ประเทศไทย เสียประโยชน์ในหลายกรณีอย่างมากทีเดียวครับ ก็ขอคำตอบที่ชัดเจนจากรัฐมนตรีด้วยครับว่า ท่านจะดำเนินการอย่างไร ขอบคุณครับ