รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒๙ มกราคม ๒๕๕๖

เจริญ ภักดีวานิช เสนอการสนับสนุนร่างความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับสำนักเลขาธิการ อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ และเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาการค้าสัตว์ป่าในประเทศไทย รวมถึงการอนุรักษ์สัตว์ป่าและพื้นที่ป่าด้วย โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเพิ่มการตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้ค้าปลอมแปลงสัตว์ป่า และการควบคุมการนำเข้าและส่งออกไม้พะยูง

นายเจริญ ภักดีวานิช สมาชิกวุฒิสภา พัทลุง

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ ผม เจริญ ภักดีวานิช สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดพัทลุง ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ กระผมขอสนับสนุนร่างความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับสำนักเลขาธิการ อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) ถ้าท่านประธานจำได้ เมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม รัฐสภาก็ให้ความเห็นชอบกรอบในการเจรจาไว้แล้ว แต่เมื่อสักครู่นี้ท่านรัฐมนตรีได้กรุณานำเรียนสมาชิกรัฐสภาว่าเรื่องของการโอนเงินนั้น มีปัญหาจากกรอบที่เคยอนุมัติไว้ว่าเวลาล่วงเลยมา ขอเปลี่ยนเป็น ๓ วันก่อนเปิดการประชุม ก็จำเป็นต้องขออนุมัติสภาอีกครั้งหนึ่งเพราะมีการแก้ไข อย่างไรก็ตามท่านประธานครับ ทั้ง ๓ กรอบที่รัฐสภาได้อนุมัติไว้กระผมจะไม่อภิปรายเพราะว่ากระผมก็เคยอภิปรายไปแล้ว แต่อยากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปทางรัฐมนตรีเรื่องของการเตรียมความพร้อม เพราะเวลายังอีกไม่นานเดือนเศษ ๆ ของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพ ถ้าท่านประธาน จะกรุณาดูรายละเอียดที่นำเข้ามาเสนอต่อรัฐสภานั้นรัฐบาลก็ได้เตรียม ทางสำนักเลขาธิการ อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ก็กำหนดให้ ประเทศไทยต้องเตรียมครุภัณฑ์บ้าง วัสดุอะไรก็ตามหลายรายการซึ่งจำเป็น

ประการที่ ๒ ก็คือนอกจากการเตรียมความพร้อมในการประชุมแล้ว กระผมคิดว่า รัฐบาลต้องเร่งด่วนเรื่องการประชาสัมพันธ์ ขณะนี้พี่น้องประชาชนเกือบไม่ทราบอาจจะ มีน้อยอยู่ การที่ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อทางทีวี (TV) อะไรก็ตาม ก็ทำให้นอกจากประชาชน ได้ทราบว่ามีแขกเมืองตั้ง ๑๗๕ ประเทศมาแล้วมีคนติดตามอีกเยอะแยะ สร้างความตื่นตัว ในการต้อนรับ เข้าใจว่าคนที่มาจากต่างประเทศนอกจากประชุมแล้วอาจจะไปต่างจังหวัด อะไรก็ตามมาตรการความปลอดภัยในต่างจังหวัด เพราะถ้าตัวแทนประเทศต่าง ๆ เกิดมีปัญหา ความไม่ปลอดภัยนำไปสู่ความเสียหาย อันที่ ๒ การประชาสัมพันธ์ก็นำไปสู่การสร้างผล จิตสำนึก ท่านรัฐมนตรีอยากจะเอาภาพสัตว์ที่หายากเพื่อให้เด็กก็ดี ประชาชนก็ดี เห็นว่าสัตว์ ตอนนี้กำลังสูญพันธุ์ เท่าที่กระผมติดตามดูข่าวทางทีวี เกือบไม่มีหรือมีน้อยมาก อันนี้ ก็คิดว่าเป็นเรื่องที่รัฐมนตรีจะได้เตรียมการเดือนเศษ ๆ นี้พร้อมการประชุมสร้างจิตสำนึก กับประชาชนและนักเรียนที่อยู่ในวัยเรียน

ประการที่ ๓ ที่กระผมกราบเรียนท่านประธานนั่นคือประเด็นสำคัญนะครับ ทั่วโลกกล่าวหาเราอยู่ ๒-๓ เรื่องก็คือ ประการที่ ๑ ประเทศไทยยังมีปัญหาเรื่องการค้างาช้าง ประการที่ ๒ ก็คือการค้านอแรด ประการที่ ๓ คือการอนุรักษ์เสือโคร่ง ซึ่งเฉพาะอนุรักษ์เสือโคร่งเราค่อนข้างได้รับการชื่นชมจากต่างประเทศ แต่ผมจะไม่อภิปรายนะครับ ท่านประธานครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่เพราะว่าการค้าสัตว์ป่าปีหนึ่งมูลค่าทั่วโลกครับ ๕๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ประมาณ ๑๙,๐๐๐ ล้านยูเอสดอลลาร์ (U.S. Dollar) การค้าสัตว์ใหญ่ เป็นอันดับ ๔ ของโลก รองจากยาเสพติด รองจากสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ รองจากการค้ามนุษย์ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่ต่างประเทศให้ความสนใจในการแก้ปัญหาของแต่ละประเทศ กระผมคิดว่าในการประชุมครั้งนี้ซึ่งเราเป็นเจ้าภาพจะมีการหารืออย่างเข้มข้น เพราะฉะนั้น มาตรการของประเทศไทยแบบเข้มข้นที่เราจะเปลี่ยนนี้ท่านรัฐมนตรีต้องเตรียมมีอะไรบ้าง ที่จะนำเสนอเรื่องอะไรที่การประชุมคราวที่แล้วเขาร้องขอให้เราปรับปรุง มาตรการเหล่านี้ เข้าใจว่าทางท่านรัฐมนตรีได้เตรียมการไว้แล้ว ท่านประธานครับ ผมขอให้ข้อมูลเฉพาะประเทศไทย เผื่อท่านประธานจะได้ผ่านไปทางท่านรัฐมนตรีได้เตรียมข้อมูลครับ ประเทศไทยเรายังมีปัญหา เรื่องการค้าสัตว์ป่าในปี ๒๕๕๔ ท่านประธานครับ มีคดีการลอบค้าสัตว์ป่า ๕๒๒ คดี มีผู้กระทำความผิด ๕๗๘ คน ยึดของกลางได้ ๓๐,๓๖๙ ตัว พอปี ๒๕๕๕ ท่านประธานครับ คดีเพิ่ม ๖๖๘ คดี มีผู้กระทำความผิดเพิ่มเป็น ๗๐๒ คน ถึงแม้จะมีของกลางน้อยลงมา เหลือครึ่งต่อครึ่ง หรือประมาณ ๑๔,๐๐๐ ตัว ตัวเลขจำนวนคดีก็เป็นตัวบอกตัวหนึ่งว่า มาตรการที่เรามีการป้องกันหรือการระมัดระวังเรื่องการค้าสัตว์มันไม่ได้เพิ่มนะครับ เพราะฉะนั้นตัวเลขนี้ท่านรัฐมนตรีต้องมีความเข้มข้นในเรื่องคดี ความก้าวหน้าของ การดำเนินคดีทั้งหมด ๖๖๘ คดี ถ้าเผื่อต่างประเทศเขาสนใจหรือติดตามดูว่าคดีที่มีนี้ ขณะนี้ไปถึงไหนอย่างไร ในคดีที่สำคัญ ๆ นี้รัฐมนตรีจะได้เตรียมข้อมูลสำหรับชี้แจง ต่างประเทศ

ประการต่อไป กราบเรียนท่านประธานครับ ที่จริงกระทรวงเองนี่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมศุลกากร มีความเข้มแข็งเพิ่มขึ้นในช่วงนี้จะมีข่าวเยอะ ถึงแม้จะใกล้ ประชุมแล้วก็ตาม เมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๕๕ มีการจับกุมนายอับดุลลาซิสได้สัตว์ป่าหลายชนิด ตัวนี้ก็เป็นตัวหนึ่งที่บ่งว่าขณะนี้ถึงแม้เราจะมีมาตรการเข้มข้นก็ตามยังมีการลักลอบอยู่ ถ้าท่านประธานจำได้หลังสุดวันที่ ๖ มกราคม เจ้าหน้าที่อุทยานก็ดี ตำรวจได้จับกุม ชาวเวียดนามนำนอแรดมามูลค่า ๑๘ ล้านบาท การที่มีข่าวการจับนอแรดก็ดี ซึ่งทั่วโลก เขากำลังระมัดระวังอยู่ว่าประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางของการลอบค้าสัตว์ป่าก็จะมีปัญหา เพราะฉะนั้นคือหมายความว่าประเทศไทยจะเป็นทางผ่าน นี่ที่จับได้นะครับ แล้วที่จับไม่ได้อีก ฉะนั้นการเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ หรือการเพิ่มมาตรการในการตรวจสอบนี้กระผมคิดว่า มีความจำเป็น ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานจำได้ปลายปี ๒๕๕๕ มีคนไทยไปลอบค้านอแรด ที่แอฟริกาใต้ถูกจำคุก ๔๐ ปีนะครับ การที่คนไทยถูกจับได้ที่ประเทศแอฟริกาใต้นี้ศาลโจฮันเนสเบิร์ก ได้ตัดสินจำคุก ๔๐ ปี ก็เป็นตัวบอกอันหนึ่ง ฉะนั้นเท่าที่กระผมมีข้อมูลบางส่วนนี้มีคนไทย ไปขออนุญาตค้าเรื่องพวกนี้ นอแรด งาช้างต่าง ๆ ที่ต่างประเทศในแอฟริกาประมาณเกือบ ๒๐ กว่าคน ถ้าตัวเลขอาจจะใกล้เคียงกัน ก็เป็นตัวบอกตัวหนึ่งให้ทั่วโลกเขามองว่าประเทศไทย จะเป็นศูนย์กลางในการลอบค้าสัตว์ป่านั่นเอง กระผมมีข้อเสนอผ่านท่านประธานไปสู่ ท่านรัฐมนตรี ท่านคงจำได้นะครับ ทูตสหรัฐอเมริกามาพบท่านเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน เพราะว่าทั่วโลกเขาประเมินแล้วว่าเป็นห่วงเรื่องการค้าสัตว์โดยเฉพาะงาช้าง หลังจาก ท่านทูตมาพบแล้วไม่ทราบว่าท่านได้มีมาตรการอะไรแบบเข้มข้นหลังจากท่านทูตพบท่าน เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี ๒๕๕๕ ท่านทูตสหรัฐอเมริกามาพบท่านก็บอกว่าประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกมีความกังวล นานาชาติในประเด็นประเทศไทยเรื่องเป็นจุดค้าขายงาช้าง ซึ่งกระผม คิดว่าท่านรัฐมนตรีคงจะทราบเรื่องดีนะครับ เพราะว่าท่านทูตมาเองนะครับ เพราะฉะนั้น กระผมมีข้อเสนอท่านประธานผ่านไปทางท่านรัฐมนตรีอยู่ ๒-๓ ข้อนะครับ

ประการแรก เรื่องการเร่งรัดเข้มงวดการดำเนินคดี พอคดีไหนเสร็จตั้งแต่ ปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๕ ถ้าท่านได้รวบรวมแล้วก็นำข้อมูลนำเรียนต่อที่ประชุมถ้าเผื่อเขามี การสอบถามหรือถึงไม่มีสอบถามการเร่งรัดคดีมีผู้ติดตามคดีนำไปสู่การป้องปราม ถ้าคนที่ ลักลอบค้าสัตว์เกิดติดคุก ๒๐ ปี หรือ ๑๕ ปี หรืออะไรตามโทษนะครับปีนี้ตั้ง ๖๐๐ กว่าคดี เราตัดสินไปได้ ๒๐๐ คดี ๓๐๐ คดี คนที่ค้าจะได้ระมัดระวังจะได้เกรงกลัวครับ

ประการที่ ๒ ร้านค้าที่แปรรูปงาช้างในประเทศไม่ใช่นำจากต่างประเทศนะครับ การจดทะเบียนต่าง ๆ ท่านช่วยตรวจสอบซึ่งมีประมาณ ๑๐๐ กว่าร้าน ผู้ที่ตรวจสอบขณะนี้ ที่เขาขออนุญาตไว้เขาได้ดำเนินการมีการไปสุ่มตรวจที่จังหวัดนครสวรรค์เท่าที่ผมไปตามดู รู้สึกว่ามีความเข้มแข็ง ถึงแม้เราจะนำเจ้าหน้าที่ต่างชาติไปร่วมด้วยกระผมคิดว่าการไปตรวจค้น แบบนี้หรือติดตามแบบนี้ยังมีน้อยอยู่ ก็ขอกราบเรียนท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธาน การตรวจค้นผู้แปรรูปงาช้าง ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เฉพาะเรื่องพวกนี้เรื่องค้าสัตว์ของประเทศไทย ประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปีมีร้านค้าจำนวนมากแต่เราไปสุ่มตรวจไม่กี่ร้าน ความเข้มข้นในการเพิ่มจุดตรวจหรือเพิ่มจุดตรวจร้านค้าก็นำไปสู่ให้เห็นว่าเรามีความจริงใจ ในการที่จะแก้ปัญหา

ประการที่ ๓ ผมขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปทางท่านรัฐมนตรี ถ้าจำได้ วันที่ ๑๐ สิงหาคม ปีกลายนี้ได้จัดรูปแบบต้นแบบอนุรักษ์ป่าไทยขึ้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ก็กลายเป็นประจวบคีรีขันธ์โมเดล ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีครับ ที่อำเภอกุยบุรีช้างมีปัญหากับชาวบ้าน เมื่อเดือนสิงหาคมก็มีกระทรวงได้ไปดำเนินการตั้งรูปแบบประจวบคีรีขันธ์โมเดล ณ วันนี้ ผมไม่แน่ใจว่าได้ขยายโมเดล (Model) นี้ไปสู่เขตอนุรักษ์ป่าที่ตรงอื่นบ้างหรือไม่ ถ้ายังไม่ได้ขยาย การริเริ่มไว้ค่อนข้างดี แล้วก็นำไปสู่การช่วยให้สัตว์ป่าซึ่งหายากได้มีรูปแบบที่มีชาวบ้าน มีส่วนร่วมช่วยปกป้องรักษาซึ่งกราบเรียนผ่านท่านประธานไปสู่ท่านรัฐมนตรีท่านน่าจะขยาย ประจวบคีรีขันธ์โมเดลไปสู่จุดอื่น ๆ ที่มีสัตว์ป่าหวงห้าม

ประการที่ ๔ ทราบว่าทางกระทรวงเตรียมแสดงเจตนารมณ์ผลักดันให้ไม้พะยูง ขึ้นเป็นบัญชี ๒ ของสัญญาไซเตส (CITES) เพื่อควบคุมการนำเข้าและส่งออก อันนี้เป็นเรื่องที่ดี ถ้าท่านประธานจะติดตามข่าวทางทีวีเกือบทุกคืนเพราะต่อไปนี้การนำไม้พะยูงออกจาก ประเทศไทยไปสู่ต่างประเทศที่มีความต้องการสูงนั้นซึ่งราคาแพง เมื่อ ๒-๓ วัน สมาชิกวุฒิสภา ได้หารือท่านประธานวุฒิสภาในการประชุมวุฒิสภาบอกว่าถ้าเราปล่อยแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ไม้พะยูงเราก็จะสูญพันธุ์ เพราะฉะนั้นคิดว่าการเตรียมการแสดงเจตนารมณ์ของกระทรวง ของรัฐบาลไทยในการประชุมครั้งนี้เป็นเรื่องที่ดี

สุดท้ายท่านประธานครับ ถ้าเผื่อกระทรวงมีความดำริที่จะเสนอเจตนารมณ์ ต่อการประชุมครั้งนี้ก็คืองาช้างต่างประเทศโดยเฉพาะจากประเทศแอฟริกามาขึ้นทะเบียน เป็นสัตว์สงวนของประเทศไทยเพื่อให้มีมาตรการในการจับกุมผู้ลอบค้าดียิ่งขึ้น คือเดิมเราใช้ กฎหมายศุลกากร ก็ทำให้มีช่องว่างอันนี้กระผมคิดว่าการที่เราสามารถขึ้นทะเบียนของเราเองได้ เป็นครั้งแรกก็นำไปสู่ครั้งแรกที่ให้เห็นว่าประเทศไทยมีมาตรการเข้มข้นในการที่ต่างประเทศ ก็ตั้งข้อสังเกต ๓ เรื่องที่กระผมกราบเรียนท่านประธานก็คือการค้างาช้าง การค้านอแรด และการอนุรักษ์เสือโคร่ง ทั้ง ๓ เรื่องนี้ต่างประเทศให้ความสนใจ เพราะฉะนั้นถ้าเราเตรียมข้อมูล ท่านรัฐมนตรีได้เตรียมข้อมูลก็จะนำไปสู่การแก้ข้อกล่าวหา ซึ่งถ้าเราไม่ดำเนินการและนำไปสู่ การกีดกันทางการค้าซึ่งกระทบกับประเทศไทย ก็ขออนุญาตท่านประธานกราบเรียนเพื่อให้ ท่านรัฐมนตรีได้นำข้อมูลไปประกอบการดำเนินการ กราบขอบคุณท่านมาก