สุกิจ อัถโถปกรณ์ หารือเรื่องข้อบังคับข้อ 99 ที่ประธานสมศักดิ์วินิจฉัยว่าไม่ให้ปิดการอภิปราย แต่ประธานสมศักดิ์วินิจฉัยว่าให้ปิดการอภิปราย และสุกิจขอให้ประธานตอบว่าประธานสมศักดิ์ได้คุยกับประธานหรือเปล่า และความเห็นของประธานสมศักดิ์วินิจฉัยนั้นเป็นอย่างไร
ซึ่งเรื่องนี้ครับ ทําให้พวกผมเกิดความรู้สึกว่าท่านประธานกับท่านประธานสมศักดิ์วินิจฉัยข้อบังคับ ไปคนละทิศคนละทางนะครับ ซึ่งเรื่องนี้ท่านประธานสมศักดิ์ ท่านก็ได้บอกกับพวกผมว่า ท่านจะได้คุยกับท่านประธานในเรื่องของข้อบังคับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือข้อ ๙๖ นะครับ ข้อ ๙๙ ประทานโทษครับ ซึ่งผมต้องขอเรียนถามอีกครั้งว่า จริง ๆ แล้วได้คุยกันหรือเปล่า เพราะความเห็นยังแตกต่างกัน ผมขอเรียนอย่างนี้นะครับ มีปัญหาเกิดขึ้นในช่วงของการประชุมตอนที่เรากําลังพิจารณา มาตรา ๔ นะครับ ได้มีการเสนอให้ลงมติ ก็ท่านประธานนั่นละเป็นคนขึ้นมา แล้วก็เรียก ให้ลงมติเลย แต่ก็ได้มีการคัดค้านกันไป มีการประท้วงกันไปประท้วงกันมา จนในที่สุดก็มี ท่าน ส.ว. ท่านหนึ่งได้เสนอให้ลงมติ ซึ่งความหมายมันก็เหมือนกับการเสนอให้ปิด การอภิปรายนั่นเอง สําหรับมาตรา ๔ อันนั้นนะครับ แล้วต่อมาก็ได้มีการปิดประชุม แล้วมาประชุมในวันรุ่งขึ้น ท่านประธานก็คงได้ติดตามการประชุมในวันรุ่งขึ้นนะครับ เมื่อท่านประธานสมศักดิ์ได้ขึ้นมา ท่านได้พูดถึงเรื่องของการเสนอให้ลงมตินะครับในมาตรา ๔ อันนั้น แล้วก็ได้ตีความนะครับ ผมเรียกว่าท่านตีความ ข้อบังคับ ข้อ ๙๙ ซึ่งบอกว่าในการ พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ให้รัฐสภา พิจารณาเริ่มต้นด้วยชื่อร่างคําปรารภ แล้วพิจารณาเรียงลําดับตามมาตรา ให้สมาชิกรัฐสภา อภิปรายได้เฉพาะถ้อยคํา หรือข้อความที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม อันนี้นะครับ ระบุไว้ชัดว่า ให้สมาชิกอภิปรายเรื่องที่ได้สงวนคําแปรญัตติไว้ หรือที่มีการสงวนคําแปรญัตติ ที่มีการสงวน ความเห็นไว้ แล้วก็วรรคท้ายมีอยู่นิดหนึ่งครับว่า ทั้งนี้เว้นแต่ที่ประชุมรัฐสภาจะลงมติให้เป็น อย่างอื่น อันนี้ละครับที่เป็นปัญหาเกิดขึ้น เพราะวันนั้นผมจําได้ดีและผมจดไว้ด้วยนะครับ แล้วก็ไปเอาชวเลขมาอ่าน ก็ตรงกันเลยครับว่าท่านประธานสมศักดิ์ ท่านได้วินิจฉัยว่า ข้อบังคับอันนี้ทําให้ลงมติไม่ได้ เสนอกลงมติไม่ได้หรือถ้ามาใช้กับการปิดอภิปรายก็คือ ปิดอภิปรายไม่ได้ เพราะท่านบอกว่าเป็นการลิดรอนสิทธิของ ส.ส. ซึ่งผิดทั้งข้อบังคับ แล้วผิด ทั้งรัฐธรรมนูญนะครับ อันนี้ผมจดไว้ แล้วก็จําได้เกือบทุกถ้อยคําเลยครับในวันนั้น ท่านบอกว่า ถ้าจะเอาในส่วนสุดท้ายที่บอกว่า เว้นแต่ที่ประชุมรัฐสภาจะลงมติเป็นอย่างอื่น ท่านก็อธิบายว่า เอามาใช้กับการปิดอภิปรายไม่ได้อีกเหมือนกัน ท่านบอกว่าถ้าจะตีความหมายของการ ที่บอกว่าที่ประชุมรัฐสภาจะลงมติเป็นอย่างอื่น น่าจะเป็นการ อย่างเช่นถ้ายกตัวอย่างนะครับ ว่าพิจารณามาตรา ๓ แล้วข้ามไปมาตรา ๔ หรือจะย้อนกลับมาอย่างนี้ ถ้าที่ประชุมรัฐสภา ลงมติให้ทําอย่างนั้นก็ทําได้ แต่ในกรณีที่จะใช้ข้อบังคับข้อนี้มาปิดอภิปรายนี้ทําไม่ได้ แล้วพวกผมก็เชื่อถือแล้วก็ยึดมั่นกับคําวินิจฉัยของท่านประธานสมศักดิ์มาตลอดนะครับ แต่ท่านประธาน ท่านได้ทําตรงกันข้ามเลยครับ เมื่อมีการเสนอปิดอภิปรายในทุกคืน ท่านจะ อยู่ในเหตุการณ์ทุกครั้ง ผมก็แปลกใจว่าทําไมไม่เจอกับท่านประธานสมศักดิ์บ้าง อันนี้ ไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่าทําไมต้องมาตรงกับท่านทุกครั้งแล้วท่านจะต้องวินิจฉัยไปอีกแบบหนึ่ง ก็คือให้ปิดอภิปรายได้ อันนี้ละครับ พวกผมเห็นว่ามันสองมาตรฐานนะครับ ประธานรัฐสภา ที่เดียวกัน ปฏิบัติหน้าที่เดียวกัน แต่ตีความวินิจฉัยไม่เหมือนกันจะให้พวกผมคิดอย่างไรครับ ก็อยากจะเรียนถามท่านประธานบอกว่า ความจริงแล้ว จริง ๆ แล้วท่านประธานสมศักดิ์ ได้คุยกับท่านประธานหรือเปล่า แล้วท่านประธานมีความเห็นเป็นอย่างไรกับการวินิจฉัยของ ท่านประธานสมศักดิ์ในวันนั้น หรือว่าท่านไม่เห็นด้วยว่าท่านประธานสมศักดิ์วินิจฉัยผิดอะไร ก็ขอให้ท่านตอบมา แล้วก็มีการปิดอภิปรายซ้ําซากอย่างนี้ทุกวัน พวกผมเสียสิทธิครับ พวกผมเสียสิทธิ หมายถึงว่าพี่น้องประชาชนที่เขาเลือกพวกผมมานี่เสียสิทธิด้วยครับ ไม่รู้ กี่หมื่น กี่แสนคน กี่ล้านคน ฉะนั้นท่านประธานครับ ท่านประธานสมศักดิ์บอกว่าเป็นการผิด ข้อบังคับและผิดรัฐธรรมนูญครับ ผมขอความกรุณาท่านประธาน ว่าท่านยึดตามแนวของ ท่านประธานสมศักดิ์ได้ไหมครับ ในเมื่อมันเหลืออีกไม่กี่มาตราแล้ว ถ้าเสนอปิดอภิปราย ขอให้ตีความข้อ ๙๙ ตามแบบที่ท่านประธานสมศักดิ์ตีความวินิจฉัยเอาไว้ได้ไหมครับ ต่อจากนี้ไป ท่านรับปากพวกเราได้ไหมครับ