เกียรติศักดิ์ ส่องแสง หารือเรื่องมาตรา 8 ในรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา และเรียกร้องให้มีการคัดสรรสมาชิกที่ดีและเก่ง เข้ามาในการตัดสินใจ แต่กลับอ้างว่ากฎหมายนี้ไม่คิดถึงประโยชน์ของประชาชน แต่เห็นแก่ตัว และยังหารือเรื่องการลงมติปลดนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี หรือส.ว.
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ทราบดีนะครับว่า มาตรา ๘ นี้พูดถึงว่า ถ้าสมาชิกภาพของ ส.ว. สิ้นสุดลงแล้วจะเลือกตั้งภายในกี่วัน ๆ ซึ่งตามร่างนี้เห็นบอกว่าภายใน ๔๕ วัน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ผมเองนั้นก็เห็นว่าไม่น่าจะมีการเลือกตั้งด้วยซ้ําไปนะครับ เนื่องจากว่ามันมีบัญชีการเลือกตั้งอยู่แล้วนะครับ เพื่อไม่ให้เสียงบประมาณในการเลือกตั้ง ในการเลือกตั้งซ่อม ก็คือเลื่อนคนที่มีลําดับอยู่ในคะแนนลําดับรองลงไปจากจังหวัดนั้น ๆ ขึ้นมาเป็น ส.ว. เพื่อให้ครบวาระตามที่ได้ระบุไว้ในตามรัฐธรรมนูญ ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพครับ คือวันนี้เราพิจารณาประเด็นของการได้มาซึ่ง ส.ว. สมาชิกวุฒิสภาเข้ามา ในรัฐสภาแห่งนี้เป็นสภาอันทรงเกียรติ เพื่อทําหน้าที่ต่าง ๆ ที่สําคัญ ๆ เพราะฉะนั้น เราต้องการที่จะได้คนดีคนเก่งคนที่มีความสามารถเข้ามาทําหน้าที่ ๓-๔ ประการที่เราย้ํา ซ้ํากันอยู่บ่อย ๆ นะครับ แล้วถามว่าการออกแบบและการดีไซน์ (Design) การให้ได้มาซึ่ง ส.ว. ทั้ง ๒๐๐ คนนั้นมันดีที่สุดพอแล้วหรือยังที่จะได้ให้คนดีคนเก่งคนที่มีสามารถเข้ามา ทําหน้าที่นั่นก็คือ ส.ว. เข้ามาแก้กฎหมายนะครับ เข้ามาทํากติกาที่ดีในการใช้เป็นมาตรฐาน ของประเทศและใช้เป็นมาตรฐานของคนในสังคมของประเทศไทยนั่นเป็นประการที่ ๑
ประการที่ ๒ นั้น ส.ว. จะเข้ามาทําหน้าที่ในการแต่งตั้งองค์กรอิสระต่าง ๆ นะครับ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม เกิดความเป็นกลาง องค์กรอิสระจะมีความเป็นธรรม และความกลางได้องค์กรอิสระนั้นจะต้องได้มาซึ่งความเป็นธรรมเช่นเดียวกัน นั่นก็คือ ได้จาก ส.ว. ที่มาจากการคัดสรรองค์กรอิสระเหล่านั้นเป็น ส.ว. ที่ดีนั่นเอง
ประการที่ ๓ ส.ว. จะต้องทําการตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐ กล้าตรวจสอบ กล้าถาม กล้าทักท้วง ไม่ยอมจํานนและไม่รับใช้ประโยชน์นักการเมือง ไม่ตอบแทนพรรค การเมืองนั่นเอง เพราะฉะนั้น ส.ว. จะต้องขาดจากพรรคการเมือง
ประการที่ ๔ ส.ว. จะต้องกล้าลงมติในการปลดนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี หรือว่ากล้าปลดนักการเมืองนั่นเองครับท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ แต่ว่าประเด็นที่มี บุพการีเข้ามาเป็น ส.ว. ได้ ลูกหรือพ่อจะกล้าปลดลูกปลดพ่อได้หรือไม่ เมื่อทําผิดกฎหมาย ในขณะที่เป็นนักการเมือง ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ สิ่งที่ผมได้กราบเรียนท่านว่า เป็นข้อสังเกตเอาไว้ นั่นก็คือว่าเราตรากฎหมายในครั้งนี้เราไม่ได้คํานึงถึงประโยชน์ของ พี่น้องประชาชนโดยรวม ไม่ได้คํานึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติ แต่เราเห็นแก่ตัวครับ ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ เราเห็นแก่ตัวตรงที่ว่าข้อห้ามบุพการี ส.ว. ให้มาสมัคร ส.ว. ได้ บุพการีหรือว่าญาติของพ่อแม่พี่น้อง พ่อแม่ พี่ ๆ น้อง ๆ ของ ส.ส. มาสมัคร ส.ว. ได้ เราตัดออกเสีย จริง ๆ แล้วกฎหมายเดิมนั้นมันมีตรงนี้อยู่เป็นข้อห้ามนะครับ ข้อห้ามไม่ให้ ส.ส. ไปสมัคร ส.ว. ท่านก็ตัดออก ตรงนี้ท่านเชื่อได้อย่างไรว่าเมื่อมีการเลือกตั้งครั้งแรกของ ส.ว. ที่จะเกิดขึ้นปีหน้า ท่านเชื่อได้อย่างไรว่าจะไม่มีการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. เกิดขึ้นอีก ท่านกล้าพนันไหมครับว่าการเลือกตั้งครั้งแรกนี้ ส.ส. จะไม่ลาออกจาก ส.ส. ไปสมัคร ส.ว. อันนี้ก็คือเป็นผลประโยชน์ของพวกเราทั้งสิ้นนะครับ ไม่ใช่ของพี่น้องประชาชนเลย กล้าเอา ตําแหน่งพนันกับผมไหมครับว่า ถ้าไม่มีการลาออกผมรับผิดชอบ ถ้ามีการลาออก ท่านรับผิดชอบ เอาไหมครับ ข้อห้ามเกี่ยวกับ ส.ว. นะครับ เป็นได้สมัยเดียว ท่านก็ตัดออกอีก นั่นก็คือหมายความว่า ส.ว. ที่นั่งอยู่ตรงนี้ ที่จะหมดสภาพลงจากการเลือกตั้ง ก็จะลงไปสมัคร ส.ว. ได้อีก ทีนี้ท่านอ้างอยู่เสมอว่ากฎหมายฉบับนี้เมื่อคืนอํานาจให้กับพี่น้องประชาชน ท่านตัดสิทธิอํานาจประชาชนอยู่ ๒ กลุ่ม ใหญ่ ๆ กลุ่มที่ ๑ นั่นก็คือท่านได้กําหนดเอาไว้ว่า ผู้ที่สมัคร ส.ว. นั้น ต้องมีอายุ ๔๕ ปี ขึ้นไป ท่านประธานสภาที่เคารพครับ แล้วประชาชน ที่มีอายุ ๒๕ ปี ทุกวันนี้จบปริญญาเอกแล้วนะครับ เป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยแล้วนะครับ เป็นผู้ที่มีประสบการณ์นะครับ นายกองค์กรของนักศึกษาเขามีประสบการณ์ทางด้าน การเมืองนะครับ วันนี้ให้เขาสมัครได้ไหมครับ ให้เขาสมัคร ส.ว. นะครับ คนอายุ ๒๕ ปีขึ้นไป ท่านไม่ได้พิจารณา ขอนิดเดียวครับท่านประธานที่เคารพครับ ข้อประเด็นสุดท้ายก็คือ คนที่จบ ป. ๔ ท่านก็ไม่ให้สิทธิลงนะครับ พี่น้องประชาชนเกษตรกรที่มีประสบการณ์จบ ป. ๔ จํานวนมากนะครับ ท่านตัดสิทธิไป ท่านอ้างอํานาจประชาธิปไตยให้แค่ประชาชน เขาไปเลือกตั้งท่านแค่นั้นหรือครับ ทําไมท่านไม่ให้สิทธิเขาเข้าไปสมัครเป็น ส.ว. บ้างล่ะครับ คนที่เก่งที่ดีที่เป็นชาวนาที่จบ ป. ๔ เยอะแยะมากมาย ควรที่จะให้เขาสมัคร ส.ว. ด้วย เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนย้อนอีกครั้งหนึ่งนะครับว่าคนที่จบปริญญาเอกเป็นอาจารย์ ในมหาวิทยาลัย มีอายุ ๒๕ ปี มีมากมายนะครับ เขาสมควรที่จะเป็น ส.ว. ได้นะครับ จึงขอกราบเรียนท่านประธานรัฐสภาและท่านประธานคณะกรรมาธิการเพื่อนสมาชิก ผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่าน ด้วยความเคารพ ขอกราบขอบพระคุณครับ