จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ทักท้วงการทําหน้าที่ของประธานรัฐสภาและรองประธานรัฐสภา โดยอ้างว่าการประชุมร่วมรัฐสภาไม่ชอบด้วยข้อบังคับ และการประชุมแก้ไขรัฐธรรมนูญทำให้การประชุมวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรถูกเบียดบัง จุรินทร์ขอให้ประธานรัฐสภานำหลักฐานออกมาและไม่นัดประชุมแก้รัฐธรรมนูญในช่วงเวลาที่กำหนดไว้
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ สมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตใช้เวลาตรงนี้ทักท้วงการทําหน้าที่ของ ท่านประธานรัฐสภาและรองประธานรัฐสภา กระผมมีเหตุผลที่จําเป็นต้องทักท้วงไว้ตรงนี้ อีกครั้งหนึ่งเป็นหลักฐาน เหตุผลที่กระผมต้องทักท้วง
ประการที่หนึ่งครับ ผมเข้าใจโดยสุจริตว่าการนัดประชุมร่วมรัฐสภา เมื่อวันเสาร์ที่ ๗ ที่ผ่านมาของท่านประธานน่าจะไม่ชอบด้วยข้อบังคับ
ประการที่สอง การนัดประชุมให้แก้ไขรัฐธรรมนูญอีกครั้งหนึ่งในวันจันทร์ คือวันนี้ วันอังคารวันพรุ่งนี้ และวันพุธในวันมะรืนนี้ถือเป็นการเบียดบังการทําหน้าที่ ของสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโดยเกินความจําเป็น
ประการแรกที่ขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานเมื่อสักครู่ที่บอกว่า การนัดประชุมในวันเสาร์ที่ ๗ ที่ผ่านมาน่าจะไม่ชอบด้วยข้อบังคับก็เพราะเหตุว่า ถ้าท่านประธานย้อนกลับไปเมื่อวันศุกร์ที่ ๖ ปรากฏว่าเมื่อมีการลงมติ ซึ่งกระผมเข้าใจว่า เป็นการลงมติโดยมิชอบและได้ทักท้วงไปแล้วนั้น เนื่องจากมีผู้เสนอปิดอภิปราย ขณะที่ สมาชิกรัฐสภาจํานวนมากที่สงวนความเห็นและสงวนคําแปรญัตติไว้ยังใช้สิทธิอภิปราย ไม่หมด ถือว่าไม่ชอบโดยรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ แต่เมื่อมีความพยายามที่จะปิดอภิปราย และลงมติไปแล้วนั้น หลังจากนั้นท่านประธานผู้ทําหน้าที่ในที่ประชุมได้สั่งพักการประชุม และนัดให้มีการประชุมใหม่ในวันรุ่งขึ้นคือวันเสาร์ที่ ๗ เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา กระผมคิดว่า ไม่ชอบตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒ ที่บอกไม่ชอบตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒ ก็เพราะเหตุว่าข้อบังคับ ระบุไว้ชัดเจนครับ ข้อ ๑๒ ว่าการประชุมรัฐสภา การนัดขีดเส้นใต้ นัด ครับ การนัดประชุม รัฐสภาต้องทําเป็นหนังสือเว้นแต่เมื่อได้บอกนัดในที่ประชุมแล้ว กรณีนี้ถือว่าเป็นการบอกนัด ในที่ประชุม แต่การบอกนัดในที่ประชุมนั้นวรรคสองของข้อ ๑๒ ระบุไว้ชัดเจน การนัด ประชุมให้นัดล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๓ วัน โดยไม่นับรวมวันส่งหนังสือและวันประชุม แปลว่าถ้านัดประชุมล่วงหน้า ๓ วัน วันที่ ๑ ที่นัดวันนัดเขาไม่นับต้องบวกไปอีกวันที่ ๒ วันที่ ๓ วันที่ ๔ แล้วประชุมได้วันที่ ๕ แต่มีข้อแม้ครับ แต่ ถ้าประธานรัฐสภาเห็นสมควร จะนัดเร็วกว่านั้นก็ได้ แปลว่าท่านประธานเห็นสมควรจะนัดเร็วกว่านั้นก็ได้ ในกรณีเร่งด่วน หากเห็นว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนครับ แต่ ยังมีแต่อีกว่าแม้จะเห็นเป็นเรื่องเร่งด่วนก็ตาม แต่ทั้งนี้ ต้องไม่น้อยกว่า ๑ วัน เพราะฉะนั้นคําว่าต้องไม่น้อยกว่า ๑ วัน เป็นเวลาเร็วที่สุดที่ท่านประธาน จะนัดด้วยวาจาได้ แปลว่าวันที่ ๖ ท่านประธานนัด จะต้องประชุมวันที่ ๗ ไม่ได้ เพราะต้อง เว้นไป ๑ วัน แล้วประชุมได้คือวันที่ ๘ วันอาทิตย์ แต่ท่านประธานนัดประชุมวันเสาร์ ในวันรุ่งขึ้นซึ่งเป็นวันที่สภาล่มนั่นละครับ การนัดประชุมวันนั้นจึงถือว่าไม่ชอบด้วยข้อบังคับ ข้อ ๑๒ อันนี้ผมขออนุญาตกราบเรียนไว้เป็นหลักฐานครับ
ประการที่สอง ที่กระผมกราบเรียนกับท่านประธานเมื่อสักครู่ว่าการนัด ประชุมแก้รัฐธรรมนูญในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา แล้วที่กําลังจะไปตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ถือว่าเป็นการเบียดบังการทําหน้าที่ของสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อันนี้ ชัดเจนครับ เบียดบังเวลาของวุฒิสภาเพราะเหตุใดครับ ผมกราบเรียนอย่างนี้ เพราะวุฒิสภา เขามีหนังสือนัดประชุมตั้งแต่วันที่ ๔ กันยายน ที่ผ่านมานัดประชุมเสร็จแล้วครับ คือนัด ประชุมวันจันทร์คือวันนี้เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา แล้วยังนัดประชุมวันพรุ่งนี้อีก วันที่ ๑๐ เวลา ๑๑.๐๐ นาฬิกา แต่ประธานรัฐสภาได้ออกหนังสือนัดประชุมวันนี้และวันพรุ่งนี้ของ การประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญแทนที่จะให้วุฒิสภาเขาได้ทําหน้าที่ ของเขาในวันจันทร์และวันพรุ่งนี้ในวันอังคาร ซึ่งเขามีวาระที่เป็นประโยชน์กับประชาชน เยอะแยะ ตรงนี้จึงเป็นประการที่ ๑ ที่บอกว่าเบียดบังเวลาของการประชุมวุฒิสภา ประการที่ ๒ เบียดบังเวลาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วันพุธที่ ๑๑ ที่กําลังจะถึงนี้เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา ท่านประธานนัดอีกแล้วครับ นัดประชุมอะไร แก้รัฐธรรมนูญอีกแล้วครับ ทั้งที่ทุกวันพุธจะเป็นเวลาที่สภาผู้แทนราษฎรเขาจะใช้ในการออกกฎหมายที่เป็นประโยชน์ กับพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นแทนที่กฎหมายสําคัญ ๆ ที่รัฐธรรมนูญบังคับไว้และเป็น ภารกิจของสภาผู้แทนราษฎรก็ไม่ได้เข้าสู่การพิจารณา ยกตัวอย่างเช่น วันอังคารที่ผ่านมาครับ วันที่ ๓ กันยายน รัฐบาลมีมติคณะรัฐมนตรีออกพระราชกําหนดขึ้นภาษีสินค้าเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์และลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันอังคารที่ ๓ กันยายน ส่งเรื่องมาถึง รัฐสภาวันพุธที่ ๔ รัฐธรรมนูญมาตรา ๑๘๔ ระบุไว้ชัดเจนครับว่า พระมหากษัตริย์จะทรงตรา พระราชกําหนดให้ใช้บังคับ เช่น พระราชบัญญัติก็ได้แปลว่ารัฐบาลจะออกพระราชกําหนด ก็ได้พูดง่าย ๆ ในการประชุมรัฐสภาคราวต่อไปให้คณะรัฐมนตรีเสนอพระราชกําหนดนั้นต่อ รัฐสภาเพื่อพิจารณาโดยไม่ชักช้า แต่ว่าในการประชุมวันพุธที่กําลังจะถึงนี้ถ้าเป็นการประชุม สภาผู้แทนราษฎรปกติ สภาผู้แทนราษฎรมีหน้าที่ต้องพิจารณาเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ พระราชกําหนดที่รัฐบาลออกไปครับ ชักช้ากว่านั้นไม่ได้แต่โอกาสที่จะพิจารณาพระราชบัญญัติ กําหนดนี้ไม่มีแล้ว เพราะท่านประธานไปนัดประชุมแก้รัฐธรรมนูญอีกแล้ว กฎหมายสําคัญ อีกบางฉบับ เช่น การแต่งตั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินซึ่งที่จะมาตรวจการใช้เงินของ หน่วยราชการ รัฐสภาและรัฐบาลจนวันนี้ผู้ว่าการการตรวจเงินแผ่นดินยังไม่มี เพราะ กฎหมายรอค้างวาระอยู่ในวันพุธเราหมดไปหลายวันพุธแล้วครับ ไม่มีโอกาสพิจารณา กฎหมายฉบับนี้เพื่อผ่านไปตั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เพราะเอาเวลานี้ไปแก้รัฐธรรมนูญ สําคัญอีกอันหนึ่งเพิ่งผ่านวุฒิสภาไปเมื่อสักครู่พระราชบัญญัติวิชาชีพ การสาธารณสุขชุมชน ที่เขารอมานาน ถ้าวันพุธนี้ประชุมกฎหมายนี้ก็จะผ่านสภาผู้แทนราษฎรและจะบังคับใช้ ให้กับพี่น้องประชาชนที่เขาทําหน้าที่วิชาชีพการสาธารณสุขชุมชนได้